สืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าลาหู่
         ต้นเดือนพฤศจิกายน 2548 ทีมงาน hilltribe.org ได้ประชุมหารือกันเพื่อกำหนดกิจกรรมในชุมชน เกี่ยวกับการเรียนรู้รุ่นสู่รุ่นของแต่ละชนเผ่า สมชาย จะสี หรือยะแส ชนเผ่าลาหู่ลาบาบ้านจะแล หนึ่งในทีมงานได้เสนอการแข่งขันประกวดทอผ้าลาหู่ โดยเน้นที่เยาวชนเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากรุ่นผู้ใหญ่สู่รุ่นเด็ก และให้เยาวชนตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรมอันดีงามของชนเผ่า โดยกำหนดการจัดงานในวันที่ 18 ธันวาคม 2548 ณ พิพิธภัณฑ์ชนเผ่าบ้านจะแลทีมงานเริ่มต้นหาข้อมูลจากผู้รู้ทันที ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการขึ้นด้ายและการทอ ความยาวของเส้นฝ้ายและความกว้างของผืนผ้า ราคาและสีฝ้ายที่นำมาทอ เป็นต้น เพื่อนำมากำหนดกติกา เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนทั้งวัน เวลา สถานที่ กติกา และเงินรางวัล สมชายเริ่มต้นทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ โดยถ่ายภาพลวดลายผ้าที่เป็นลายบังคับติดในโปสเตอร์ด้วย และนำไปประชาสัมพันธ์ตามหมู่บ้านลาหู่ในละแวกห้วยแม่ซ้าย ทั้งบ้านยะฟู บ้านจะแล และบ้านลาหู่ห้วยแม่ซ้าย

          ทีมงานได้กำหนดรุ่นในการประกวดเพียง 1 รุ่น คือ เยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี พวกเขาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แต่มีเสียงสะท้อนกลับมาในช่วงแรกว่า ควรจะแบ่งการประกวดเป็น 2 รุ่น เพราะเด็กระดับประถมศึกษาสนใจที่จะร่วมประกวด แต่เกรงว่าจะสู้เด็กสาวๆ วัยรุ่นไม่ได้ สมชายได้นำเสียงสะท้อนมาหารือกับทีมงาน จนได้ข้อสรุปว่าจะจัดการประกวดเป็น 2 รุ่น คือ เยาวชนอายุไม่เกิน 14 ปี และเยาวชนอายุระหว่าง 15-18 ปี ซึ่งเยาวชนทั้ง 2 รุ่น จากบ้านยะฟู และบ้านจะแลก็เต็มใจที่จะเรียนรู้ และภูมิใจที่จะหัดทอผ้าเพื่อร่วมสืบสานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่านี้ ก่อนวันจัดงานเกือบ 2 สัปดาห์ สมชายได้จัดประชุมชาวบ้านเพื่อกำหนดกิจกรรมภายในงาน นอกจากการประกวดทอผ้าของเยาวชนแล้ว จะมีการแข่งขันการละเล่นดั้งเดิมของชนเผ่าลาหู่ ทั้งการแข่งขันเล่นสะบ้าของผู้หญิง การแข่งขันตีลูกข่างของผู้ชาย และการแข่งขันโยนผ้า (แข่ปุกสื่อบ่าดะเว) ซึ่งเป็นการละเล่นทั้งของหญิงและชาย ก่อนวันงานเพียง 1 สัปดาห์ ชาวบ้านจะแลได้ร่วมแรงแข็งขันสร้างเวทีจากไม้ไผ่ และมุงหลังคาหญ้าคา จนเสร็จเรียบร้อย ก่อนวันจัดงาน 1 วัน ทุกอย่างก็พร้อมสำหรับงาน

          ยามสายของวันที่ 18 ธันวาคม 2548 สายลมหนาวเริ่มพัดผ่านแสงแดดอ่อนอุ่น เด็กๆ อายุไม่เกิน 14 ปี จำนวน 5 คน จากหมู่บ้านจะแล และเยาวชนอายุ 15-18 ปี จากทั้งหมู่บ้านยะฟูและจะแล จำนวน 6 คน แต่งกายในชุดลาหู่ครบเครื่อง พร้อมสำหรับการประกวด และพร้อมแสดงฝีมือที่ฝึกหัดมานานร่วม 2 เดือน แก่ผู้เข้าร่วมงาน 300 กว่าคน พอกรรมการให้สัญญาณเริ่มแข่งขัน เด็กๆ และเยาวชน ลงมือปักไม้บนผืนดินเพื่อขึ้นด้าย เป็นช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมแบ่งปันภูมิปัญญาการทอผ้าของชนเผ่าผ่านเยาวชนชนเผ่า เด็กๆ ขะมักเขม้นกับการขึ้นด้าย นอกจากส่งใจร่วมลุ้นแล้วบรรดาพ่อ แม่ทั้งหลายยังลืมตัวร่วมลงมือช่วยลูกๆ ปักไม้ด้วย จนกรรมการเข้ามาห้ามแทบไม่ทัน

          การขึ้นด้ายเป็นขั้นตอนแรกของการทอผ้าบรรยากาศช่วงนี้ดูวุ่นวายเพราะทั้งชาวบ้านและผู้เข้าร่วมงานต่างพากันลุ้นด้วยใจจดจ่อ ภาพที่เห็นเป็นภาพที่สวยงามในความรู้สึก การได้เห็นพวกเขาตระหนักถึงสิ่งที่มีคุณค่าของชนเผ่า เด็กๆ มีความสุขกับการฝึกหัดเรียนรู้ และจดจ่อกับการแข่งขันทอลวดลายผ้าของชนเผ่า ผู้ใหญ่มีความสุขที่ได้เห็นลูกหลานให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาของชนเผ่า รอยยิ้มที่สื่อทางสายตาของพ่อ แม่ ปู่ ยา หรือ ตา ยาย ที่ล้อมวงลุ้นลูกหลานของตนนั้น เป็นภาพที่พบเห็นได้ยากนักเวลาล่วงผ่าน ตะวันโด่งกลางศีรษะ กลุ่มแม่บ้านหมู่บ้านจะแลทยอยอาหารจากครัวมาข้างเวทีประกวด ผู้เข้าแข่งขันพักเติมอาหารก่อนจะเริ่มทอผ้าอีกครั้งในภาคบ่าย ระฆังยามบ่ายเริ่มต้นได้ไม่นาน เด็กๆ และเยาวชนที่ทำหน้าที่ของตน ก็เริ่มปลดเส้นด้ายที่พันรอบเอวออก ลวดลายผ้าที่ผ่านการฝึกหัดมานานปรากฏความสวยงามแก่สายตาของผู้ร่วมงาน รอเพียงการตัดสินจากคณะกรรมการ ระหว่างรอผลตัดสิน ชาวบ้านจะแลเริ่มแข่งขันการละเล่นดั้งเดิมของชนเผ่า ที่พวกเขาจะเล่นกันตามประเพณีที่สำคัญ เช่นปีใหม่กินวอ ทั้งการเล่นสะบ้า การเล่นตีลูกข่าง และการเล่นโยนผ้าชาวบ้านทั้งบ้านจะแลและบ้านยะฟูก็ยังให้ความสนใจกิจกรรมอยู่เช่นเดิม ภาคเช้าลุ้นลูกหลานทอผ้า ยามบ่ายลุ้นการแข่งขันของผู้ใหญ่ นอกจากผู้ใหญ่จะแข่งขันกันอย่างสนุกสนานแล้ว ก็มีการแข่งขันเล่นสะบ้าของเด็กผู้หญิงด้วย กิจกรรมที่จัดขึ้นในงานประกวดทอผ้าสร้างความสนใจให้เด็กๆ กลับมาชื่นชอบการละเล่นดั้งเดิมของชนเผ่า รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขาระหว่างที่ร่วมแข่งขันและร่วมชมการแข่งขัน เป็นนิมิตหมายอันดีที่พวกเขาจะสืบสานการละเล่นเหล่านี้ต่อไป

          ตะวันคล้อยต่ำลงทุกที เวลาสี่โมงเย็น กรรมการได้ประกาศผลการประกวดทอผ้า เด็กหญิงและหญิงสาวทยอยกันขึ้นรับรางวัลบนเวที รางวัลเป็นเพียงส่วนประกอบของการจัดกิจกรรมนี้ แต่การที่เด็กได้เรียนรู้ ฝึกปรือฝีมือการทอผ้าคือสิ่งสำคัญกว่านั้น ความภูมิใจของพวกเขาสื่อออกมาทางสีหน้าและความมุ่งมั่นระหว่างการทอผ้า และการได้เห็นผลงานจากฝีมือของตน อีกทั้งการถักทอลวดลายผ้าของเด็กและเยาวชนแต่ละคนก็ล้วนสวยงามไม่แพ้กันงานประกวดทอผ้าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ยามเย็นตะวันเริ่มส่องแสงอ่อนล้า แต่ตะวันยังฉายแสงในใจของผู้เฒ่าผู้แก่ อย่างน้อยรอยยิ้มของเด็กๆ ที่เข้าร่วมประกวดทอผ้า เข้าร่วมแข่งขันการละเล่นของชนเผ่า ก็ทำให้ผู้ใหญ่ดีใจและเต็มใจที่จะถ่ายทอดสิ่งที่มีค่าของชนเผ่า และเด็กๆ ก็ภูมิใจที่จะร่วมสืบสาน งานประกวดทอผ้าลาหู่ที่บ้านจะแล ได้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ เด็กๆ ได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ พวกเขาได้ตระหนักถึงคุณค่าศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชนเผ่า และพร้อมที่จะร่วมสืบสานต่อไป