นักร้องขวัญใจอาข่า


" กว่าจะมาเป็นวงก่อจ่ออาแยะแบน" นางสาวนงนุช แก้วเรือน (พี่นัท) อดีตเป็นคนอาสาในมูลนิธิกระจกเงา เธอเป็นคนรวบรวมเยาวชนอาข่ารุ่นใหม่ มารวมตัวกันก่อตั้งวงดนตรีก่อจ่ออาแยะแบนขึ้นมา ซึ่งวงก่อจ่ออาแยะแบนนั้นมีความหมายว่า ดอกไม้ในหุบเขา นั่นก็คือ เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เปรียบ เสมือนดอกไม้ในหุบเขา ที่ยากแก่การเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้เรื่องราวของเขาเหล่านั้น พี่นัทจึงได้แต่งบทเพลงอาข่าขึ้นมาให้เยาวชนรุ่นใหม่ เหล่านี้ได้ร้อง และเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาข่าอีก วงก่อจ่ออาแยะแบนได้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2544 ต่อมาพี่นัทได้ออกจากการเป็นคนอาสา วงก่อจ่ออาแยะแบนจึงหยุดไปช่วงหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ พี่จอนได้เสนอความคิดที่จะอนุรักษ์บทเพลงอาข่าเหล่านี้ไว้ จึงได้รวบรวมวงดนตรีก่อจ่อ อาแยะแบนขึ้นมาใหม ่โดยทำเป็นวีซีดีคาราโอเกะ เพื่อให้บทเพลงอาข่าเป็นที่น่าสนใจของวัยรุ่นอาข่า

 

นักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่นขาโจ๋อาข่า ที่กำลังมาแรงมากในช่วงนี้คงจะไม่พ้นนักร้องสาวคนนี้แน่นอน นั่นคือ นางสาวหมี่จ๊ะ มาเยอะ ที่กำลังดังกระหึ่มในเพลง "ยาพิเดอะหน่า" และ" บาลาลาโหล" ซึ่งทั้งสองเพลงนี้ต่างมี ความหมายกินใจ ทำให้ทั้งวัยรุ่นอาข่า ตลอดจนผู้เฒ่าผู้แก่ต่างก็ชื่นชมในผลงานของเธอ ชื่มชมกับความสามารถในการร้องเพลงของเธอ ซึ่งนางสาวหมี่จ๊ะถือได้ว่าเป็นวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ของชนเผ่าอาข่าที่ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมของตนเอง โดยร้องเป็นเพลงภาษาอาข่า โดยส่วนตัวแล้ว หมี่จ๊ะบอกว่า เธอเป็นห่วงภาษาอาข่าที่กำลังจะเลือนหายไป เนื่องจากว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ต่างหลั่งไหลเข้าสู่เมือง เหลือเพียงแต่คนเฒ่าที่ สามารถพูดภาษาอาข่า ได้เต็มร้อย แต่เยาวชนส่วนใหญ่กลับไม่พูดภาษาอาข่ากันแล้ว เธอเกรงว่าอีกไม่นานมันจะหายไปตาม กาลเวลา ดังนั้นนางสาวหมี่จ๊ะ จึงต้องมาเขียนเพลงเป็นภาษาอาข่าและใส่ดนตรีลงไป แล้วนำมาร้องเพื่อ ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้หัดร้องด้วย และเป็นการอนุรักษ์ภาษาอาข่า บทเพลงอาข่าให้อยู่กับคนอาข่าตลอดไป แม้ว่ามันอาจจะสูญหายไปบ้างแต่ยังมีความหวังว่ามันยังเหลืออยู่บ้างเพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้สืบทอดต่อไป ทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของเยาวชนอาข่าที่มีใจอนุรักษ์วัฒนธรรมของตัวเองอย่างแท้จริง แล้วคุณล่ะ เคยถามตัวเองบ้างหรือยังว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมของตัวเองบ้างหรือยัง... หากว่ายังละก็ ลองหาวิธีดูว่า คุณจะสามารถร่วมรักษาวัฒนธรรมของตนเองได้ทางไหนบ้าง... หลังจากนั้นก็ควรจะลงมือทำสิ่งนั้นทันที ซึ่งนางสาวหมี่จ๊ะ ก็ร่วมสืบสาน อนุรักษ์วัฒนธรรมอาข่า โดยการเป็นอีกหนึ่งสมาชิกของวงดนตรีก่อจ่ออาแยะแบน (ดอกไม้ในหุบเขา)

คลิกรูปเพื่อฟังเพลง

นักร้องขวัญใจวัยรุ่นอาข่าอีกคนหนึ่งซึ่งไม่แพ้ใครเช่นกัน นั่นก็คือ นางสาวอาเพียว อามอ ที่รวยด้วยรอยยิ้ม มีเสียงแหบเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งบทเพลงของเธอที่กำลังดังมากในตอนนี้คือเพลง "อาม่า", " โอ้จื่อเย้โอ้" ที่กำลังดังทะลุฟ้า จนเป็นที่รู้จักของวัยรุ่นอาข่าทั่วสารทิศในตอนนี้ อาเพียวกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ทุกเย็นหลังเลิกเรียนเธอต้องมาจับไมค์หัดร้องบทเพลงอาข่า จนมีความชำนาญในการร้องเพลงอาข่าเป็นอย่างดี และได้มารวมตัวกันเป็นวงดนตรีก่อจ่ออาแยะแบนขึ้นมา ซึ่งวงก่อจ่ออาแยะแบนก็เป็นที่รู้จักของชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ซึ่งแนวเพลงของวงดนตรีก่อจ่ออาแยะแบน จะเป็นแนวเพลงอนุรักษ์วัฒนธรรมชนเผ่าอาข่าดั้งเดิม และผสมผสานแนวเพลงใหม่บ้าง ซึ่งนางสาวอาเพียว อามอ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนรุ่นใหม่ของชนเผ่า เพราะทั้งเป็นแบบอย่างในเรื่องการเรียน และการร่วมสืบสานวัฒนธรรมของชนเผ่า ดังเช่นการร้องเพลงอาข่า

ดังกระหึ่มกับนักร้องสาวแม่ลูกสองในบทเพลง " ยาซุ้มก๊ามา " ที่ใครๆ ก็รู้จักกันทั่วสารทิศ ด้วยวัยยังสวยใส รวยพลังเสียงใสแบบฉบับอาข่า ทำให้บทเพลงของเธอดังกระชากใจวัยรุ่นอาข่า ไม่ว่าตอนนี้จะไปที่ไหนก็ ได้ยินบทเพลงของเธอดังไปทั่ว ตอนนี้เธอมีครอบครัวและมีลูกสองคน เธอมีความสุขกับลูกๆ ของเธอ ด้วยวัยเพียง 24 ปี เธอตั้งใจจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการอนุรักษ์วัฒนธรรมของตนเองสืบต่อไป อีกทั้งเธอยังมีความสามารถในการเขียนภาษาอาข่าอีกด้วย ทั้งยังออกเสียงอักขระได้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นมือกีตาร์ที่ชำนาญอีกต่างหาก เธอจึงเป็นคุณแม่อาข่ารุ่นใหม่ที่หัวใจเต็มไปด้วยบทเพลงอาข่า