เล่านิทานให้น้องฟัง
นิทานถือเป็นวิธีการหนึ่งที่บรรพบุรุษชนเผ่า ใช้ใน การเล่า เรื่องต่างๆให้กับลูกหลาน
ได้รับรู้ เป็นวิธีที่เหมาะ เพราะนิทาน เป็นเรื่องที่เด็กๆสนใจฟังเป็นพิเศษ เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างจินตนาการให้แก่เด็กด้วย นิทานยังเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชนเผ่า นิทานนั้นมักแฝงด้วยปรัชญาความเชื่อ องค์ความรู้ที่มีความเป็นมาใน อดีต สืบทอดจากคนรุ่นเก่าผู้เฒ่าผู้แก่ของชนเผ่า สู่รุ่นน้องๆหรือเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับ
วันจะเลือนหายไปจากชนเผ่า โดยที่ไม่รู้ตัวก ารแปลเปลี่ยนจากวัฒนธรรมดั้งเดิม มาเป็นค่านิยม วัฒนธรรมทางตะวันตกและเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าเข้ามาแทนที่การมองเห็นว่าวัฒนธรรมของ
ตนเองเป็นเรื่องที่ล้าหลังและหน้าอับอายจึงส่งผลให้เยาวชนชนเผ่ารุ่นใหม่ขาดความภาคภูมิใจใน วัฒนธรรมและวิถีที่กำลังเป็นอย
        ในอดีตที่ผ่านมานิทานเป็นสิ่งที่ พ่อ แม่ใช้สอนลูกๆ ช่วงเวลาก่อนนอนพ่อแม่จะเล่านิทานให้ลูกฟัง ที่แฝงด้วยปรัชญาวิถีชีวิตของชนเผ่า วัฒนธรรมที่ดีงามให้ ลูกหลานฟัง ซึ่งส่งผลให้ลูกให้หลานมีความภาคภูมิใจในชนเผ่าของตนเอง แต่ ณ ปัจจุบันนี้ได้แปลเปลี่ยนไป การเล่านิทานได้ถูกเลือนหายไปจาก สังคมของชนเผ่า อาจจะเนื่องมาจากการที่ต้องทำงาน เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว จนลืมเวลาที่จะดูแลลูก ทั้งเด็กยัง (ขนาดเดียวกันเด็กก็ )
สนใจที่จะดูทีวี มากกว่าที่จะฟังนิทาน เด็กส่วนใหญ่ในปัจจุบันมัก จะนอนหลับหน้าจอทีวีหรือวิทยุ-เทป ขับกล่อมก่อนนอน อาจจะพูดได้ว่าหาความเป็นชนเผ่าดั้งเดิมในอดีต ไม่ค่อยเจอแล้วในเด็ก ปัจจุบัน
        กิจกรรมเล่านิทานให้น้องฟัง จึงได้เกิดขึ้นด้วยเล็งเห็นว่านิทานเป็นสื่อ ที่สามารถใช้ในการถ่ายทอด และเล่าเรื่องเกี่ยวกับชนเผ่าได้ดีและ เป็นที่สนใจของ
เด็กๆ ดังนั้นกิจกรรม จึงเป็นการเสริมสร้างและรักษ์ดำรงไว้ซึ่งความเป็นมา ในอดีตของชนเผ่า ให้ได้รับการเหลียวแลจาก กลุ่มเด็กและเยาวชน กระตุ้นให้มี การเรียน
รู้ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของตนเองแล้วยังเป็น การปลูกจิตสำนึกให้เกิดความ ภูมิใจในความเป็นชนเผ่าของตนเอง ที่นับวันจะมีเหลือ น้อยลงทุกทีจน
หน้าเสียและกลัวจะสูญหายไปตามกาลเวลา...