คุณคิดอย่างไง ให้เราได้รับรู้ด้วยคะ
thonyar: เราจะจัดตั้งสหพันธ์คนบนภู เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นสื่อกลางในการให้ความเป็นธรรมกับชาวเขาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ใครเห็นด้วย กรุณาส่งอีเมลล์แสดงความคิดเห็นมาใด้ที่ thonyar@hotmail.com หรือ wongnawakitpaiboon@yahoo.com หากมีเครือข่ายสนับสนุน จะทำการรวบรวม คนบนภูในกรุงเทพ และปริมณฑล เข้าเป็นแกนกลางและดำเนินการกระจายไปสู่ภาคต่าง สมาพันธ์ที่จะจัดตั้งไม่เฉพาะช่วยเหลือชาวเขาทางเหนือเท่านั้น แต่รวมถึงชาวเขาภาคต่าง ๆ ด้วย ด้วยตัวข้าพเจ้าถึงแม้จะเป็นชาวเขารุ่นใหม่แต่ก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของชนเผ่าของเมืองไทย และสมาพันธ์นี้อาจมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ (20.07.2005, 14:09) syps_za: รักนะคับ (23.07.2005, 12:54) thonyar@hotmail.com: ยังไม่มีใครเห็นด้วยเลยครับ (24.07.2005, 15:30) หนุ่มยอดดอย: ปัญหานี้มาจากพวกเธอขาดการศึกษา ขาดความสำนึกแต่บางคนจำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ไม่มีใครอยากทำเหรอกครับ แต่บางคนทำเพื่อค่านิยมทางด้านวัตถุเห็นความสำคัญมากว่าสิ่งที่อยู่ข้างในคือความสุขทางด้านจิตใจ การศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้คนเป็นมากกว่าคน คือมนุษย์ที่แท้จริง (31.07.2005, 18:20) หนุ่มยอดดอย: กลับบ้านเกิดเถอะครับไปใช้ชีวิตกับธรรมชาติเถอะครับ กลับไปอยู่อย่างพอเพียง ใช้ชีวิตตามความสามารถของเรา สังคมเมือเป็นสังคมแห่งการขัดแย้ง เอารัดเอาเปรียบเราเป็นสังคมพี่น้อง เราอยู่กับพวกเขาไม่ได้หรอกครับ สำนึกรักบ้านเกิด ไม่มีที่ไหนมีความสุขเท่ากับบ้านของพวกเราเอง (31.07.2005, 18:26) เด็กดอย: เด็กดอยคนหนึ่ง การที่เราจะอยู่ในสังคมเมือง สิ่งแรกที่เราจะต้องปรับปรุงก็คือ ภาษา สำหรับตัวผมเองก็มีอุปสรรบ้างในด้านภาษา พูดง่ายก็คือ พูดไม่ชัด ใช้ตัว ร ล ไม่ชัดนี่เองเพราะถ้าเราเข้าสังคม ภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะฉะนั้นเราจะต้องฝึกพูดให้ชัด ให้ชัดถ้อยชัดคำ เพื่อที่จะเผชิญกับอุปสรรภายนอก ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเอง และเราก็มีศักดิ์ศรีของตัวเองด้วย (04.08.2005, 16:32) อาเชา: ทำไมคนชาวเขาชอบมาทำงานขายตัวกันมากมาย ทั้งๆที่มีทางเลือกอื่นตั้งมากมายควรจะมีการสอนวัฒนะธรรมใหม่ให้รักสงวนตัวบ้าง (10.08.2005, 15:42) ข้าวหมกไก่: ทางเลือกมีมากมายจริง ๆ เหรอ.. นอกจากงานกรรมกร งานล้างจาน เสริฟอาหาร งานที่ดูเหมือนจะหาเงินได้ทันทีสำหรับชาวเขา และสังคมเปิดโอกาสให้มากกว่านี้ คงจะดีกว่า
ชาวเขาก็มีความรัก และหวงแหนในวัฒนธรรมโดยทั่วไป แต่หากต้องเลี้ยงปากท้อง คุณเห็นควรว่าจะให้ชาวเขาทำอะไรได้บ้าง (10.08.2005, 16:27) aniwat: กระผมเองปัจจุบันทำงานอยู่ต่างจังหวัด เมื่อมาเจอกับแว็บของพิพิธภัณฑ์ชาวเขา ก็รู้สึกดีใจนะที่ชาวเขาสามารถทำแว็บได้ขนาดนี้ ผมภูมิใจนะและก็ได้รู้จักกับบุคคลที่ทำงานด้านนี้ด้วย กระผมคิดว่าวันหนึ่งเราจะได้เจอกันนะ เวลาผมเคลียดจากการทำงานหรือเคลียดจากงานก็แล้วแต่ผมจะเข้ามาดูแว็บของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รู้สึกว่าสบายใจ ขอขอบคุณผู้ที่ทำแว็บนี้นะครับ (14.08.2005, 14:44) คนไทยแต่ใจยังรักดอย: เป็นคนไทยอยู่ดอยมานาน รู้อะไรทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้แอนตี้ แต่รู้ว่าจุดมุ่งหมายของชาวเขาคือ ได้รับสัญชาตืไทย (แค่นั้น) สำนึกในความเป็นคนไทยไม่มี ลงดอยมา สร้างแต่วีรกรรมวีรเวร (ตามที่รู้ และเห็น)ทำไม่ดีก็หนีเข้าพม่า ทำไมไม่หาทางช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติของเรา ส่งเสริมให้เขา(คนบนดอย)อยู่ตามวัฒนธรรมของเขาไม่ดีกว่าหรือ อย่าเอา เงื่อนไข(สัญชาติ) ไปเป็นข้อต่อรอง เพราะทุกวันปัญหาโดยเฉพาะยาเสพติด จากดอยมาข้างล่าง เยาวชนลุกหลานบ้านเรา จะอยู่ได้อย่างไร (รู้นะเขียนแบบนี้โดนรุมอัดแน่) และศุนย็กระจกเงาควรทำอะไรที่เป็นระเบียบแบบแผนมากกว่านี้จะดี (สนับสนุนศูนย์อยู่) (16.08.2005, 00:00) ผู้อยู่เบื้องหลัง(ดอย): LIFE AND CULTURAL
ทุกคนมีความฝันตอนเป็นเด็ก(คนตั้งกระทู้ด้วย) อย่างแรงกล้าโดยตั้งใจว่า...โตขึ้น
- อยากมีการศึกษาสูงๆ เมื่อจบออกมา จะได้.. - มีการมีงานทำที่มันคง (ไม่ต้องง้อขอใครกินด้วย) - มีบ้านสวยๆ - ขับรถราคาแพงๆ - โตหน่อยก็อยากมีครอบครัว มีคู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
...แต่... วิธีการปฎิบัติเพื่อพาตัวเองไปสู่เป้าหมายแห่งความฝันเหล่านั้น พวกเขาเลือกใช้วิธีไหนกันละ(1) ผมอยากทราบ และคนตั้งกระทู้ก็คงสงสัยเหมือนผมเช่นกัน
...เพราะ... (24.08.2005, 22:18) ผู้อยู่เบื้องหลัง(ดอย): เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไร ความฝันของเด็กเหล่านี้ก็จะถูกปฎิเสธจากความจริงทีละอย่าง สองอย่าง ดังว่า หากอายุเกินวัยเรียนเด็กคนนั้นก็จะไม่ได้รับอนุญาติจากสังคม ให้สานฝันที่ตั้งใจว่า "อยากมีการศึดษาสูงๆ" แล้วเรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน(2) 1. เด็กไม่อยากเรียนเหรอ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! 2. หรือขาดทุนทรัพย์ ไม่ใช่หรอกมั้ง กองทุนเพื่อการศึกษาก็มีนี่ครับ 3. บ้านอยู่ห่างใกลทุรกันดาร อืมม์..น่าคิด 4. เอ้า! แล้ววัฒนธรรมเกี่ยวกับการศึกษาที่พ่อแม่ปลูกฝังมาละครับ เป็นอย่างไร?(3) ...เมื่อ... ถึงวัยที่ต้องทำงาน หนุ่มสาวเหล่านั้นจะหาเลี้ยงชีพอย่างไร? (4) เพราะหลังจาก ถูกปฎิเสธไม่ให้ได้รับการศึกษาเฉกเช่นปุถุชนธรรมดาทั่วไป ซึ่งก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าแตกต่างกันตรงไหนระหว่างคนที่ได้เรียนกับกลุ่มคนที่ตรงกันข้าม(5) และความฝันที่อยากมีงานมีการทำที่มั่นคงก็มาชิบหายวายป่วงไปด้วย ...แล้ว... (24.08.2005, 22:20) ผู้อยู่เบื้องหลัง(ดอย): บ้านสวยๆ รถยนต์แพงๆ ที่เคยจินตนาการและนั่งคุยโอ้อวดกับเพื่อนฝูงในวงหมากเก็บ คุยไปพลาง โยนหมากเก็บสลับกันไปอย่างเมามันส์..ส์.. ] ...ถึงวันนี้... หนุ่มๆสาวๆ โตขึ้นมาพร้อมกับความฝันที่ถูกกระทืบแหลกสลายหายไปหมดและยังหาผู้กระทำผิดไม่ได้ (ลอยนวลอยู่) ...ยังไม่พอครับ... ยังถูกครอบครัวและสังคมบีบ บังคับ และกดดัน ว่า... "เฮ้ยมีรถขับหรือเปล่า! โด่คันเนี้ยซื้อมาวันก่อนเกือบล้าน สดโว้ย" ..เงียบ.. แล้วพรำออกมาเบาๆ "เอ่อ..อ่า เก็บตังค์อยู่ว่ะ" "เอ้าทำงานอะไรละ เก็บตังไม่ได้ซักที?" "อ่า..หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินว่ะเพื่อน" "แล้วเมื่อไหร่จะเก็บตังค์ได้เล่า" ...คำถามสุดท้าย... "สามีหรือคู่ชีวิตเธอสักดินาระดับไหนกันละ" โดยไม่สนใจว่าเขารักกันหรือไม่ สุดท้ายก็ยอมไปทำงานอย่างว่า
...เปล่าครับ... ผมไม่ได้หมายความว่าให้ทุกคนยอมรับสิ่งที่เราเป็นอยู่โดยไม่สนใจที่จะพํฒนาคุณภาพชีวิตตัวเอง แต่ผมกำลังอธิบายว่า "เราควรรู้จักการดำเนินชีวิตเยี่ยงมนุษย์" ให้มากกว่านี้ เพื่อลดปัญหาที่เจอกันอยู่เหมือนเช่นทุกวันนี้
ปล. ฝากคนตั้งกระทู้ช่วยตอบคำถามตามที่วงเล็บไว้ด้วยครับ ด้วยความนับถือ ขอบคุณครับ (24.08.2005, 22:21) เด็กอาข่า: this job somebody never want to do,but we can not get money.at the moment Economics in thailand not so good,Everybody in anywhere they got problem like this.If we not do,How can we got money and our parents how can we look after.
Now I just work and study in some where,but I know we have to do that,If we don't have when we go some where somebody look us as some thing comin the life.
If you don't want to see some thing,Thai goverment have to do some thing about job in the moutian and give some money for to do about education and do for job.I know that some time can't to do,but if you joust come and look our lifes and how we spend the life in the day,you get that problem like us.
IMe too i don't want to see some ladies work in the bar and go with somebody because they have got lot of money.I want to see all people Happy and get the life is Ok for everythings. (07.09.2005, 02:11) Mountain Girl: Well..This is a serious problem. I truly agree that some of hill tribes women are making money to support their parents by being a prostitute.
I believe that some of them decided to be a prostitute because they have no choices. They can't earn money by working in office or run their own business because they are uneducated people.
On another hand, some of prostitutes are educated people. Can you believe it? I don't mean that everybody has a bechelor's degree, but at least they knew how to read and write in Thai, so why don't they use these skill to support them for working.
I have known that it is hard to find the right job, but if they're keep looking. I'm sure that they will get the one fix them. Of course, they may not get a high salary at first, but they will be proud of themself to do the legal job.
Wheter to be a prostitutes or not is a difficult decision to make. I feel sorry for people who are prostitutes. As I'm a mountain girl, I think that those people who are prostitutes need help. We should get together and find out the solution to help them...... Please let me know what do you think? (08.09.2005, 12:42) นัด: ค่านิยมของสังคมทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนพื้นที่ราบหรือว่าคนพื้นที่สูง ก็มีค่านิยมที่เหมือนกันคือชอบความสะดวกสบาย ชอบเอาวัฒนธรรมทางตะวันตกมาใช้ เมื่อมีการนำเอาวัฒนธรรมทางตะวันตกมาใช้ ในกลุ่มสังคมทีี่่กว้างแล้วก็ย่อมมีการแข่งขันกันเกิดขึ้น คือการแข่งขันเกียวกับการแต่งตัวตามแฟชั่่นเมื่อเห็นคนอื่นมีก็อยากมีแล้วเมื่อหาเงินมาซื้อแล้วเงินไม่มีก็เกิดอาชีพการค้าประเวณีขึ้นจนทำให้เป็นปัญหาใหญ่ทุกวันนี้ แต่ก็น่าเห็นใจครับกับบางครอบครัว ที่มีฐานะที่ยากจนพ่อแม่ไม่สามารถส่งให้ร่ำเรียนในระดับที่สูงได้ และเกี่ยวกับอาชีพทำไร่ทำสวนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนบางปีถ้าฝนฟ้าไม่เป็นใจก็ไม่สามารถปลูกพืชผลขายได้ จนพ่อแม่ไม่สามารถส่งเรียนหนังสือได้ เมื่อส่งลูกเรียนไม่ได้แล้ว เมื่อลูกมีอายุได้17-18ปี ก็ส่งไปทำงานตามในเมืองเพื่อหาเงินให้พ่อแม่ และส่งน้องเรียนหนังสือเมื่อเขาเหล่านั้น มาทำงานในเมืองก็ย่อมมีการถูกกดดัน ในรูปแบบต่างๆจากคนในเมืองและเจ้าของร้าน(บางคน)เช่นมีการถูกบังคับให้ค้าประเวณีก็มี และเกี่ยวกับภาษาด้วย ก็น่าเห็นใจอยู่นะครับคนที่ไม่มีทางเลือกเช่นนี้ แต่ก็มีบางคนที่สมัครใจทำเองก็มีก็ชอบความสะดวกสบาย แต่ปัจจุบันนี้ผมคิดว่าการศึกษาของคยพื้นที่ราบสูง นั้นมีการศึกษาที่ดีเพราะรัฐบาลให้การช่วยเหลือหลายอย่าง และถ้าไม่มีเงินเราก็สามารถกู้ยืมเรียนได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดอะไรมากเกี่ยวกับการเรียน และอยากให้ผู้หญิงบนพื้นที่สูงที่คิดผิดไปก็ขอให้เลิกเถอะครับ ข้อคิด คนเราต้องรู้จักลืมความหลังบ้าง ให้ถือว่าเป็นฝันร้ายชั่วครั้งคราว วันพรุ่งนี้อะไรก็ยังมาไม่ถึงก็อย่าพึ่งไปเดือดร้อน ทำวันแหละให้ดีที่สุด ปัจจุบันบอกอนาคต (13.09.2005, 11:47) นานาจิตตัง: เขียนเข้าไปซิ...........กลับบ้านเกิดอย่างงั้นอย่างงี้...โปรดมองความเป็นจริงซะบ้างซิ...ให้เราออกมาเรียนรู้แล้วก็ให้เรากลับไปงั้นเหรอมันไม่ง่ายเลยนะทุกคนก็อยากสบายนะ...ไม่รู้จะเอายังงัย ...สรุป(คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า) (30.09.2005, 09:03) จัวสาวน้อยแม่โถ: ความสุขไหนล่ะจะเท่าความสุขที่ได้อยู่ใกล้พ่อแม่และญาติพี่น้องของเรา ไม่มีที่ไหนจะอบอุ่นเท่าบ้านของตนใครที่อยากรู้ว่าใครที่รักเราจริงก็ต้องดูเวลาเราตกทุกข์เพื่อนๆ ลองคิดดูซิว่าเวลาที่เพื่อนมีความทุกข์ใครคือคนช่วยอย่างเช่นชีวิตของข้าพเจ้าเองยกตัวอย่างให้เพื่อนได้ดูว่ายังมีใครคนหนึ่งที่รอให้เพื่อนกลับบ้านค่ะ ข้าพเจ้าเป็นเด็กชอบตามเพื่อนมากๆๆ มีอยู่ครั้นหนึ่งไปส่งเพื่อนคนหนึ่งไปตลาดโดยที่ไม่รู้ว่าเพื่อนคนนั้นไปขายยาบ้า พอเพื่อนเห็นตำรวจเพื่อนก็บอกว่าฝากกระเป๋าหน่วย เพราะจะไปเข้าห้องนำ จากไหนก็มีตำรวจมาแล้วเขาก็ค้นกระเป๋าเจอยาบ้า 2 เม็ดอยู่ในกระเป๋าข้าพเจ้าจึงโดนจับไปอู่เรือนจำ 3 วัน เกือบตายเวลานั้นข้าพเจ้ารู้เลยว่าคนที่รักข้าพเจ้าคือใคร พ่อกับแม่มาประกันตัวข้าพเจ้าด้วยเงิน 200,000บาทข้าพเจ้าจึงอยากอกให้กับเพื่อนทุกคนรู้ว่าให้รีบกลับบ้านค่ะแล้วไปกราบเท้าท่านที่ให้ชีวิตกับเราไม่มีใครที่รักเราเท่ากับพ่อกับแม่ค่ะ (02.10.2005, 15:03) ka_man: น่าเห็นจัยจังนะครับ..เราก็คนไทยกันทั้งนั้นน่าจะเห็นใจกันบ้างนะ (07.11.2005, 16:46) คนไม่กล้าใส่ชื่อ: อย่าเสียใจกับการตัดสินใจที่จะทำอะไรลงไปถึงแม้บางครั้งสังคมรอบด้านจะมองว่าไม่ดีแต่มันก็ย่อมดีกว่าอดตาย ขอถามหน่อยเถอะเวลาที่คุณเดือดรร้อนเรื่องเงินมีใครยื่นมือมาช่วยเหลือคุณบ้างจริงมั้ยที่เวลาที่เริ่มคบเพื่อนเคยได้ยินบ้างมั้ยว่าจะช่วยอะไรให้บอก ยกเว้นเรื่องเงิน อยากบอกว่าไม่ว่าจะทำงานอะไรขอให้เป็นงานที่สุจริตก็พอ สำหรับกระทู้ที่ว่าผู้หญิงบนดอยเข้าทำงานในเมืองนั้นเคยได้ยินเหมือนกันว่าสาวดอยโดนหลอกให้ค้าประเวณีเป็นเรื่องธรรมดาที่คนฉลาดน้อยกว่าชั่วโมงบินบนทางชีวิต% (23.11.2005, 04:41) สาวปาเกอะญอค่ะ: สังคมไทยปัจจุบันน่ากลัวยิ่งขึ้นทุกวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมจึงทำให้คนเราไปกับเขาด้วย ต้องระมัดระวังนะค่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงนะค่ะ รักทุกคนนะค่ะ (01.12.2005, 15:36) พงศธร แสนวรรณ: ถ้าเป็นสิ่งที่เขาเลือกก็ต้องปล่อยให้เป็นไป แต่เพราะ่ว่ามันไม่ใช่สิ่งเขาที่ต้องการ เขาจึงต้องทำ......... (16.12.2005, 00:09) อะเม๊ะ: การศึกษาเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้............เราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกที่จะเป็นอะไรก้อได้..........มีงานให้ทำมากมายขอเพียงให้มีใจสู้ก้อพอ.........ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเข้าแลก นู๋ก้อสาวเป็นลีซูคนหนึ่งนะ........... ตอนนี้ก้อใกล้จบม.6 แล้ว.............. (26.12.2005, 08:49) วรรณ: ดีใจจังที่มีเวบดีๆแบบนี้ ยินดีที่รู้จักทุกๆคนนะคะ อ่านมาก็หลายความคิดเห็น นานาจิตตัง ค่ะ แต่อย่างนึงที่ไม่มีใครปฏิเสธคือ ความสำคัญของการเรียนรู้ มันสำคัญมาก สมัยก่อนตอนที่ยังเรียนมัธยม รู้สึกว่าเรียนไปวันๆให้จบ แต่พอตอนนี้มันไม่ใช่แล้วค่ะ สนับสนุนกับความคิดเห็นของอะเม๊ะนะคะ ถ้ามีโอกาสได้เรียน อย่าให้มันหลุดลอยไปนะคะ มันมีค่ายิ่งกว่าเงินทอง เพราะมันจะติดตัวเราไปตลอดชีวิตค่ะ (26.12.2005, 23:02) สาวลีซูดอยช้าง: ที่ กทม ก็มีสาวลีซอมาทำงานเยอะเหมือนกันคะ ดิฉันคิดว่าสมัยนี้ค่านิยมของคนเราเปลี่ยนไปนะคะโดยเฉพาะความเห็นแก่เงินของพ่อแม่ทำให้เด็กมีความกดดันทำให้เด็กๆต้องมาทำงานหาเงินในกทมมากขึ้น ดังนั้นเราควรเอาใจทั้งผู้ใหญ่และเด็กให้มากขึ้นโดยเฉพาะการศึกษาอยากให้รัฐสนับสนุนให้เด็กชาวเขาได้เรียนมากขึ้นคะ (02.01.2006, 21:20) ไปตามดวง: สมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงหรือยุกสมัยโลกาพิวัฒน์ นี้เป็นนิยามและคำจำกัดความที่มนุษย์เราตั้งขึ้นมาเองเพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสังคมของเรา แต่ความเป็นจริงแล้วอย่าลืมว่า เกือบจะทุกอย่างบนผืนแผ่นดินนี้จะมีการเปลี่ยนไปทุกเสี้ยววินาทีของมันเองภายใน และ ดังที่เรารู้ ๆ กันว่า " สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือความไม่แน่นอน" และ นักวิทยาศาสตร์/นักปราชญ์ชื่อดัง อัลเบิร์ด ไอสไตน์ ครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า "โลกนี้ไม่ใช่เป็นของเรา แต่เราเป็นของโลก เราเพียงจุติขึ้นมาและอาศัยอยู่บนโลกนี้เพียงเสี้ยวนาทีหนึ่งของเวลาของโลกเท่านั้น" นี้รวมทั้งสรรพสิ่งด้วยไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น แล้วทุกอย่างก็จะดับลงกลายเป็นผูยผงกลับลงสู่บนโลกตามอายุขัยของมันเองไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง นี้คือความเปลี่ยนแปลงในแง่ของความเป็นจริงของทุกสิ่ง แต่มนุษย์เรามีความแตกต่างกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในแง่ของการแสดงออกถึงความรู้สึก ความเศร้าโศกเสียใจ ความรัก มีวัฒนธรรม มีภาษา มีกฏต่าง ๆ มีความรู้สึกผิดและถูก มีจิตใต้สำนึกในเรื่องศิลธรรม มีศาสนา ความโลภ ความโกรธ ความหลง ชื่อเสียง อำนาจ เป็นต้น ทุกอย่างที่เป็นอยู่และปฏิบัติกันทุกวันนี้ล้วนเป็นข้อกำหนดที่เราสร้างขึ้นมาเอง แต่หากเรามองถึงแก่นแท้หรือพื้นฐานของชีวิต สิ่งที่สำคัญจริง ๆ ต่อชีวิต ดังที่เรารู้ ๆ กันคือปัจจัย สี่ อย่างเท่านั้น มี อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และ ยารักษาโรค พวกเราชาวเขาและคนในโลกนี้อีกมากมาย ที่ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตให้อยู่รอดไปวัน ๆ ซึ่งต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยสี่นี้ คิดว่าไม่ว่าใครหน้าใหนก็คงต้องผ่านจุดนี้ของชีวิตไม่เวลาใดเวลาหนึ่ง ดังนั้นคิดว่าไม่ควรไปใส่ใจกับการครหานินทาของผู้คน หากเราทำไปด้วยความสุจริตใจและไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร เพราะว่าในดินแดนที่ผู้คนเรียกว่า ศิวิไลย์ นั้นมันไม่ได้สะอาด บริสุทธิ์ และเป็นแดนสวรรค์ อย่างที่เราคิด และมองเห็นเพียงอย่างผิวเผิน ทุกชีวิตก็ต้องต่อสู้และเล่นไปตามบทของมันในโรงละครโรงใหญ่ ที่เรียกว่า ละครชีวิต ขอใช้บทกลอนชีวิตที่แต่งไว้เมื่อหลายปีก่อนตอนประสบกับมรสุมชีวิตและรู้สึกว่าชีวิตมีแต่ความว่างเปล่า อาจเป็นเครื่องสอนใจและกำลังใจให้ผู้ที่กำลังประสบปัญหาไม่มากก็น้อย
สายน้ำไหลไม่หยุดดุจชีวิต พรหมลิขิตให้เป็นไปไม่อาจฝืน ย่อมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ยั่งยืน อย่าหลงเพลินหมั่นสร้างแต่กรรมดี (03.01.2006, 06:24) สุชาดา มาเยอะ: การศึกษาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่สามารถช่วยยกระดับชีวิตใหดีขึ้นได้ และควรเห็นคุณค่าในตัวเรา ถึงจะไม่ทําอาชีตนี้ก้อมีอาชีพอื่นมีให้ทําอีกเยอะ (17.01.2006, 12:15) เด็กพานิชย์กทม.: การศึกษาก็ดี คงไม่มีใครไม่อยากเรียนกันหรอกครับ ถ้ามีโอกาสได้เรียนก็ถือว่าโชคดีแล้วครับ ผมก็อาข่าคนหนึ่ง (17.02.2006, 00:15) สายลม 4056099: น่าสงสารนะเราขอเป็นกำลังใจไห้นะ (17.02.2006, 17:07) สาวเมี่ยนคนหนึ่ง: มันอาจจะเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในสมัยใหม่สาวบนดอยเลย์หันไปใช้ค่านิยมใหม่ๆอย่าไงก็สาวเมี่ยนคนนี้ก็คอยเป็นกําลังใจไห้เสมอ อย่างไงก็เราเป็นคนบนดอยด้วยกันชื่อหลิวน่ะเรียกง่าย เรียนอย่ที่โรงพณิชยาการเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านห้วยเเม่ซ้าย
ะ (21.03.2006, 17:30) ส.ช คีรีคาม....: บ่าวลีซูบ้านห้วยไคร้ ผมก็เป็นคนเผ่าลีซูเหมือนกันอย่าไงก็ขอเป็นกําลังใจไห้ครับ บ้านแม่สรวย (30.03.2006, 12:20) TK: ความจริงแล้ว อะไรเป็นปัญหาเรารู้กันหมด ลองถามคนรอบข้างดูสิ ว่า การเรียนหนังสือดีไหม หรือ หารทำงานอย่างว่า ที่จริงไม่มีงานอื่นให้ทำแล้วรึ พี่ก็เป็นชาวเขาคนหนึ่งที่รู้สึกอดสูเป็นอย่างมาก เพราะคนใกล้ตัวเราเองเป็นอย่างว่านั่นแหละ แต่สิ่งหนึ่งที่เราปฎิเสะไม่ได้คือยังคงมีความเหยียดหยามในชนเผ่าจากคนพื้นราบอยู่ ท้ายสุดอยากบอกว่าวันนี้เราอยู่ในสังคมที่เปลียนแปลงอย่างรวดเร็ว ให้ตั้งสติ วางแผนชีวิตให้ดี ไม่มีเงินก็มีความสุขได้ หากใครอยากคุยด้วยก็ยินดี tk2516ms@hotmail.com
จากเด็กดอยที่กำลังเรียนปริญญา เอก (14.04.2006, 11:24) นุ: พระเยซูตรัสไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่า"บรรดาผู้ที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนักจงมาหาเราและเราจะทำให้ท่านหายเหนื่อยและเป็นสุข" พระองค์ต้องการช่วยเหลือคุณ (03.05.2006, 21:55) Sri: พระเจ้าสร้างเราทุกคนไม่ว่าชาวดอยหรือคนพื้นราบ คนรวยคนจนเหมือนกันและรักเท่าเทียมกัน ในพระเจ้าไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ พระเจ้าทรงมีแผนการที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของเราแต่ละคน ฉะนั้นอยากหนุนใจชาวดอยทุกคนที่กำลังใช้ชีวิตอย่างคนเขากล่าวหาว่า คุณเป็นคนที่มีค่ามากนะ และฉันเป็นคนหนึ่งทึ่พร้อมที่จะลุกขึ้นเพื่อคุณจะมีชีวิตใหม่ (12.05.2006, 22:40) แซะ*-* Akha: ดีใจทีได้มีโอกาสมาอ่านกระทู้นะ รู้สึกว่าทุกกระทู้ที่ได้อ่านมีประโยชน์และเหตุผลดีมากเราเองก็ชาวเขาคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสดีดี จนได้เรียนมาถึงขั้นปริญญาได้รู้ได้เข้าใจอะไรมากมาย แต่ยังงัยก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นชาวเขาไม่เคยลืมเลย แต่ต่อให้เรียนมาถึงขั้นนี้ เรายังรู้สึกว่าที่ๆเราอยู่ยังแคบมาก ถ้าเทียบกับคนอื่นๆยังคิดและกัวๆอยู่ว่าจบมาแล้วชีวิตจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นก้เข้าใจคาวมรู้สึกของเพื่อนๆชาวเขาอีกหลายๆคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียน อาจจะขาดโอกาสหลายๆอย่างเพราะขาดกันศึกษา แต่พวกเราก็สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้นะทุกอย่างเรียนรู้ได้หมด ถ้าเราพยายามซะอย่าง เราชาวเขาทุกคนสามารถ สร้างสรรค์สิ่งดีดีได้ไม่ว่าจะเป็นนรื่องาน เรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว เพราะประเทศไทยเปิดโอกาสและให้เสรีภาพกับทุกคน ขอแค่เรารู้จักเลือกว่า จะเป้นคนแบบไหน จะทำอะไร จริงไหม...พวกเราชาวเขาทุกเป็นนักสูนี่นา...ทุกคนเก่งนะเราว่า อีกอย่างที่สำคัญเลยก็คือ...เรามีความรักแก่กันละกันอยู่แล้ว มีไรช่วยเหลือกันเริ่มช่วยเหลือกันเองก่อนดีกว่า เพระเราชาวเขาก้มีเสถียรภาพไม่แพ้คนอื่นเหมือนกันนิเนอะ เดี่ยวนี้น่าดีใจเพราะมีองค์ต่างๆมากมายยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเราให้โอกาสเรา แต่ถึงงัยก็ตามเราๆทุกคนที่มีการศึกษาสูงๆมีความรู้กว้างๆกลับไปแนะนำ ไปพัฒนากันดีกว่า...ละก้ที่สำมะคัญสุดคืออย่าลืมเริ่มที่ตะเองก่อนนะเพราะอย่างที่ sri.บอกพระเจ้าสร้างเรามาทุกคนเท่าเทียมกัน...และมีค่าเสมอ...พระเจ้ารักคุณนะพี่น้องชาวเขาทุกคน มาคุยกันได้นะ 06-5586084 (19.05.2006, 21:09) สาวปาเก่อญอ: การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งจำเป็นที่คนดอยอย่างเราๆ จะต้องดิ้นรนใฝ่เรียนซึ่งแน่นอนถ้าเราอยากเรียนสูงก็ต้องเข้ามาเรียนในเมือง ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรลืมและรำลึกเสมอว่าเราเป็นชาวป่าชาวดอยคนหนึ่งต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน อย่าหลงไปกับแสง สี เสียง ในเมืองใหญ่ เพราะเราไม่ใช่เด็กในเมืองหลวงแต่เราเป็นเด็กดอยคนหนึ่งที่เข้าไปในเมืองเพื่อความรู้ (01.07.2006, 12:51) aazha: ขอเอาใจช่วยกับสาวดอยทุกคนครับที่เรียนหรือทำงานอยู่ในเมือง ขอให้ทุกคนขยันกันนะครับ อย่าไปหลงระเริงกับอบายมุกต่างๆที่อยู่รอบข้าง ใครเรียนก็เรียนให้จบไวๆ ใครทำงานก็ตั้งใจทำ เราจะได้ไม่ให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามเราไง ส่วนผมก็เรียนอยู่เหมือนกันหลายปียังไม่จบเพราะมัวแต่ทำงาน เป็นครูจ.พิจิตรครับ แต่งงานกับสาวไทยได้ เกือบปีแล้ว ยังภูมิใจที่ผมไม่โดนใครดูถูก แถมมีคนให้เกียรติอีกต่างหาก อยากให้สาวดอยทุกคนประสบความสำเร็จครับ ต่อหน้าพระเจ้าเราทุกคนเท่าเทียมกัน ขอพระเจ้าอวยพรชาวดอยทุกคนครับ (ท๊อป/อาข่า) (04.07.2006, 12:43) ปูเป้ เมี่ยนลำปาง: ดิฉันเป็นสาวเมี่ยนค่ะ ดิฉันมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพและปัจจุบันดิฉันก็ทำงานอยู่กรุงเทพในสถาบันการเงินแห่งนึง แต่ดิฉันก็ไม่เคยลืมว่าดิฉันนั้นเป็นเมี่ยน ความเป็นเมี่ยนยังเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจของสาวเมี่ยนคนนี้ค่ะ (04.07.2006, 22:47) เด็กชาวเขาคนหนึ่ง: น้องว่าชาวเขาหรือคนเมืองความจริงมันก็เหมือนๆกันล่ะค่ะดูอย่างชาวเขาส่วนใหญ่สิยังสามารรถพูดไทยได้ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจพูดไม่ชัดบ้างแล้วคุณละสามสรถพูดภาษาของเราได้หรือเปล่าขอให้เก็บเอาไปคิดนะค่ะ (12.07.2006, 16:33) อ. รุ่ง: ลองมองหาโอกาศ ให้ลูกน้อยเราแก่แล้ว ก็ทำอาชีพเพื่อเลี้ยงดูเขาก่อน ลองหามูลนิธิซี่ครับ ตัวอย่างเช่น ก้าวเข้ามาในโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษาดูซิ มีทางเลือกอีกมากมาย สำหรับเด็กน้อย ที่ครูทุกคนรอยคอยหวังเปลี่ยนเส้นทางเดินให้ดีขึ้น (17.07.2006, 14:57) ชัชวาลย์ แซ่เติ่น: ขอให้เมี่ยนเราทุกคนช่วยกันรักษาวัฒนธรรมของเราอย่าให้เลือนหายนะครับ ดูปูเป้ป็นตัวอย่างขนาดว่าเขามีการศึกษามีงานทำดีๆสบายๆ เขายังไม่ลืมบ้านเกิดของเขาเลย น่าภูมิใจนะครับ จากเมี่ยนตอน (29.07.2006, 13:25) thoj young: ทุกคนที่เป็นคนดอย ที่ได้ลงมาใช้ชีวิตต่อสู้เพื่อปากท้องของตัวเองและพ่อแม่รวมถึงน้องๆที่บ้าน ทุกคนต้องสู้และอดทนเพื่ออนาคต วันหนึ่งจะได้กลับไปบ้านเกิดที่เราเคยอยู่ ที่ที่เราเคยเล่นอย่างอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัย จงอย่าลืมว่าเรามาจากไหนในปั้นปลายชีวิตจะดีแคไหนหากได้กลับไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ได้มองเห็นพระอาทิตย์ในยามเช้า ได้เห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าอย่างที่เมื่อตอนเด็กคิดว่าสักวันอยากจะไปเดินดูใกล้ๆ ได้อยู่กับญาติพี่น้องด้วยความอบอุ่นและไว้วางใจ (30.07.2006, 23:11) อาทิตยา: ไม่มีใครเลือกที่จะเกิดได้...แต่เราสามารถเลือกที่จะเป็นคนดีได้ แม้ว่าตอนนี้เราอาจลำบากบ้างแต่เราทุกคนก็ได้แต่สู้เพื่อให้ตัวเองมีชีวีตที่ดีกว่าเดิม. ไม่อยากให้ทางบ้านต้องลำบาก... ยอมรับค่ะว่าเหนื่อยมากแต่หนุไม่เคยท้อเลย อยากบอกทุกคนว่าถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยแค่ไหนแต่อยากลืมว่าเรายังมีพ่อแม่รออยู่นะค่ะ.. (04.08.2006, 20:57) สาวลีซอค่ะ: ขอให้นายหลวงทรงหายจากอาการพระประชวรเร็ววันด้วยเถอะ..สาธุ.. ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ (04.08.2006, 21:03) JLEE: EVERY WILL BE BETTER IF WE MAKE IT WITH OUR HEART. (10.08.2006, 20:33) อาซา: เราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกเดินได้ ว่าแต่เราจะเลือกเดินทางไหน (23.08.2006, 10:46) โม: Oh, your English is very...... คุณค่าของชีวิต ใช่เพียงจะจบลงตรงที่ เงิน........บาท ไม่เคยที่จะใช้เงินไม่กี่ตังค์วัดค่าของผู้หญิงสักคนหนึ่ง คุณค่าของเธออยู่ที่ใจมากกว่าเงินไม่กี่ตังค์ (31.08.2006, 19:56) ลีซอน้อย: ไม่เป็นรัยใครจะว่าเราเป็นอย่างรัยไม่สำคัญแต่มันอยู่ที่จัยมากกว่าง (10.11.2006, 12:23) อาเลมะ: รักทุกคนและเป็นห่วงคนลีซอ (10.11.2006, 12:24) nu_putong@hotmail.com: เราก็ชาวเขาเหมือนกัน จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีปัญหาอะไรโทรคุยหรืออีเมลย์มาได้พร้อมให้คำปรึกษาทุกอย่าง (26.11.2006, 18:22) เกื้อกูล หนุ่มลีซู: ณ วันนี้ที่ชาวดอยหรือสาวดอยต้องเข้าเมือง ทำงานโดยไม่เลือกงาน มีหลายสาเหตุ หลายปัจจัย 1) อาชีพไร่สวนทำไม่คุ้มค่าเหนื่อย 2) หาอาชีพดี ๆ ก็ยากเพราะด้อยโอกาสทางการศึกษา 3) ..... ไม่อยากพาดพิงถึง แต่ผมมีความหวังว่า สภาพการณ์ปัจจุบันนี้จะเป็นแรงผลักดันให้หนุ่มสาวชาวดอยสนใจพัฒนาด้านการศึกษามากขึ้นในอนาคต (04.12.2006, 20:49) คนน่ารัก...ห้วยหอย: อยากบอกว่าการศึกษาเป็นสิ่งดี ชาวดอยหลายๆชนเผ่าก็คงส่งลูกหลานไปเรียนและหวังให้เรียนสูง และหวังว่าอาจได้เป็นคนดีของสังคม (13.12.2006, 14:04) นายสุชิน ฤทธิบุตร: ผมว่าความเจริญเข้าถึงไหน ความหายนะก็ต้องตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับคนในชุมชนจะปฎิบัติตนอย่างไร ที่จะไม่ให้ความเจริญมาครอบครองความคิดของคนเรา (04.01.2007, 14:19) อาลี: ไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้หรอกค๊าถ้าไม่ใช่เพราะความสุขสบายและความอยู่รอดของชีวิตและเพื่อชีวิตในยามข้างหน้า หนูเปงคนที่มีโอกาสดีๆเพราะครอบครัวของหนูก็ไม่ได้ลำบากมาก จาเรียนให้จบเพื่ออนาคตที่ดี (03.02.2007, 16:09) อะบ้ เปียรเตอ..: จากเด็กดอยแม่มอญ ลีซู..ก็สงสารผู้หญิงเหล่านั้นที่ต้องมาทํางานข้างล่างและโดนกดขี่จากสังคม ค่าแรง ..จนทําให้ผู้หญิงเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้เลือกงาน.สุดท้ายต้องไปทํางานเป็นหมอนวด .. (02.03.2007, 09:31) ลีซู โดยแท้แต่กําเนิด ครั: ขอให้ลีซูเราตั้งใจเรียนหนังสือกันนะคับ จะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ .. (04.03.2007, 17:07) เศร้า: โดนแย่งสามีจากผู้หญิงลีซูที่ทำงานเป็นหมอนวดแถวรัชดา วารุณี ศรียี่ ทำไมเค้าไม่เห็นใจเรากับลูกอีก 2 คน ทั้งๆที่ขอร้องเค้าแล้ว ทำไมเค้าไม่มีความคิดดีๆเหมือนลีซูอื่น (04.04.2007, 12:10) นัท: ต่างก็ต้องการความเท่าเทียมในสังคม (08.04.2007, 19:39) อัจฉรา: งานอื่นๆต้องการทำมั๊ยคะ รับสมัครคนงานร้านขายอาหาร ล้างจาน ทำความสะอาด ที่กรุงเทพค่ะ กินอยู่พร้อม เดือนละ 4000 - 6000 บาทค่ะ รับผู้หญิงอายุไม่เกิน 30 ค่ะ ติดต่อ อัจฉรา 081-4417244 ค่ะ (03.05.2007, 00:07) แทค: ไทย์ สุชาดามาเยอะใครรู้เบอร์โทรช่วยแจ้งด้วยไม่ได้เจอหน้ากันมา4ปีแล้วอยากเจอมาก (06.05.2007, 18:06) แทค: ใครรู้จักไทย์ สุชาดา มาเยอะบ้างเราเป็นแฟนกันเรากับไทย์ไม่เคยได้เจอหน้าหรือแม้แต่ได้ยินเสียงไทย์มา4ปีแล้วใครรู้จักไทย์หรือรู้ข้อมูลปัจจุบันช่วยโทรแจ้งแทคด้วยจะไม่ลืมเลยที่เบอร์0866444811 (09.05.2007, 20:55) -*-: ทุกคนไม่มีสิทธิที่จะเลือกเกิด แต่ทุกคนมีสิทธิเลือกที่จะเป็น ถึงแม้ทางเลือกของคุณมีเพียงน้อยนิด แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณควรที่จะเลือกอาชีพ "ขายบริการ+แย่งสามีคนอื่น" (21.05.2007, 03:24) มื่อเกอะนอเก่อเจ่อโข่: เป็นกำลังใจให้แทคนะ ขอให้ได้เจอไทย์เร็วๆ สู้ สู้ (13.06.2007, 15:48) ณํชญา เชียงราย: อาข่าบ้านใหม่... เรียนรู้ที่จะพัฒนาบ้านเราให้พ้นจากคำดูถูกดีก่วาที่ทำตัวเลว (27.06.2007, 15:48) ณํชญา เชียงราย: ดนตรี ภาษา วัฒนธรรม มิอาจกั้นระหว่างเราคนไทย...มันช่างเป็นคำที่หลอกลวงสิ้นดืเลยนะ (27.06.2007, 15:57) ณํชญา เชียงราย: แต่เราคนไทยจะรักกันตลอดไปนะ (27.06.2007, 16:02) สาวดอยงาม แม่สรวย: คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถเลือกทำในสิ่งที่ดีๆได้ อย่าให้ใครมาว่าเราได้ เขาก็คนเราก็คนสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน อยากให้ชาวดอยทุกคนได้มีการศึกษา เพื่ออนาคตที่สดใส (01.07.2007, 16:36) เอสครับ: ผมรู้จักกับผู้หญิงลีซอที่มาทำงานในเมืองแต่เขาเป็นหมอนวดนะ แต่ผมไม่เคยดูถูกเขาเลย เพราะรู้ว่าแท้จริงเขาไม่ได้อยากทำ มันอาจจะเป็นที่การศึกษา ซึ่งการศึกษามีผลมากกับการประกอบอาชีพ ขนาดคนในเมือง มีการศึกษาดีๆก็ยังทำงานได้แค่หมื่นต้นๆ เพราะอย่างนี้ก้คงไม่ผิดนักถ้าเขาจาเลือกเป็นหมอนวด พูดไปพูดมาอันที่จริงผมก็ชอบเขานั่นแหละ แต่ด้วยผมพึ่งเรียนจบมาไม่นานเงินเดือนก็น้อยผมหาได้เดือนหมื่นต้นๆแต่เขาหาได้เดือนนึงไม่ต่ำกว่า3หมื่นมานทำให้รู้สึกว่าอย่างเราจะดูแลเขาได้หรอ -*- แต่ผมคิดว่าไม่ผิดนะที่เขาจะหางานอะไรทำหรือเป้นหมอนวดผมว่าอยู่ที่การวางตัว ไม่ขาย ไม่ออกไปเที่ยวกะแขก แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว *ผมจีบผู้หยิงลีซิจีบยากกว่านักษึกษาที่เป็นคนเมืองอีกและผมก้รักหมอนวดและคิดว่าอาชีพที่เขาทำไม่ได้ลดความดีในตัวเขา) (02.07.2007, 11:52) กี้ร์: สำหรับผมคิดว่าใครก็ตามที่ยังแบ่งแยกคนเมืองกับชาวเขาล่ะก็คนคนนั้นเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์แคบเห็นแก่ตัวเพราะจริง ๆ แล้วไม่ว่าคุณจะเกิดที่ไหนแต่ทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนกันทั้งนั้นไม่ควรแบ่งแยกกันมีคนจนอีกหลายคนที่มีจิตใจดีงามมีชาวเขาอีกหลายคนที่มีจิตใจดีงามบริสุทธิ์ ถ้าคุณเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเจริญแล้วก็ควรเจริญทั้งทางวัตถุและทางจิตใจด้วยมิใช่ตัดสินคุณค่าของคนที่องค์ประกอบภายนอกนะครับ ปล.ผมไม่หวังทำเพื่อตัวเอง กี้ร์ คนธรรมดา (09.07.2007, 11:56) เด็กดอยผู้หวังดี: คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ เชื่อว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้คนเปลี่ยนทัศนคติ ก็น่าเห็นใจสำหรับคนถูกล่อลวง แต่คนที่เต็มใจไปไม่ว่าจะด้วยเห็นผลใดก็แล้วแต่ให้คิดถึงศักดิ์ศรีความเป็นตัวตนของตนเองให้มากๆ นะคะ สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้คนที่มีความอดทนไม่เห็นแก่ความยากลำบากจงประสบความสำเร็จทุกประการเทอญ (10.08.2007, 17:01) อ้อม เด็กดอยในเมืองกรุง: เค้าเป็นผู้หญิงอาข่าคนหนึ่งที่โชคดี ตอนนี้อายุ 21 ปีเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ฐานะทางบ้านยากจนมาก ที่ได้เรียนจนจบเพราะว่ามีความตั้งใจรักเรียนจนได้ทุนเรียนฟรีปริญญาตรี แปลกนะชีวิตคนเราเรื่องฟลุคๆก็มี ป่านนี้ถ้าไม่ได้ทุนเรียนฟรีและตั้งใจเรียนจนจบ ชวีตก็คงเป๋เลี้ยวไป เลี้ยวมามากกว่านี้ (15.08.2007, 15:31) อ้อม: รักเพื่อนๆที่เป็นชาวเขาด้วยกันทุกคน ออกความคิดเห็นได้เจ๋งทุกคนเลย ใช้คำสุภาพดีค่ะ (16.08.2007, 14:44) ต๊ะ ลีซอหลังเขาบ้านกึ้ดฯ: ในฐานะที่เป็นชาวเขาคนหนึ่งด้วยกัน ผมคิดว่าคนเราทุกคนต่างมีเหตุผลในสิ่งที่เราทำลงไป และมีศักดิ์ศรีกันทุกคนและคิดว่าคนพื้นราบกับชาวเขานั้นก้ไม่ได้แตกต่างกันเราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน เหตุผลที่ทำให้ค่านิยมของคนดอยเปลี่ยนไปนั้นเป็นเพราะ สิ่งแวดล้อม ความเจริญด้านต่าง สื่อต่างๆ ทำให้ความเป็นเอกลักษณ์ของเรานั้นหายไป ผมเชื่อว่าเด็กดอยบางคนเก่ง เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง แต่เราก็ภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ของตนนะไม่ว่าจะการแต่งกาย ภาษา และประเพณีนดีงามของเรา ฉนั้นอยากจะบอกเพื่อนๆว่า ถ้าเรามีโอกาสกก็จงทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะการเรียน การงาน ปัจจุบันโลกเทคโนโลยี่มันไปเร็วมาก เหมือนกับชีวิตเรา ถ้าเราหยุดแค่หนึ่งนาที หรืออยู่เฉยๆ ก็เหมือนกับว่าเราเดินถอยหลังหนึ่งก้าว ก็จะไม่ทันคนอื่น ขอให้เพื่อนๆ น้องๆ ที่เรียนยู่ในขณะนี้ รวมถึงเด็กดอยทุกคนจงสู้นะ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ไม่มีไรยากเกินความตั้งใจและแน่วแน่ ท้ายนี้ขอให้เด็กดอยโชคดี (23.08.2007, 11:24) โดม เด็กหลังเขา: สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตคน คือ ชีวิต สิ่งที่จำเป็นที่สุดในชีวิตคนคือ การศึกษา สิ่งที่สบายในที่สุดในชีวิต คือ การงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเราคือ มิตรภาร ปัจจุบันความเจริญด้านต่างๆ มันได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เรา ก็เลยทำให้วิถีชีวิตของชาวเขามันเปลี่ยนไปตามความเจริญ และการเวลา ซึ่งจะแตกต่างไปจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย รับวัฒนธรรมจากในเมืองมาใช้ ทำให้ความเป็นเอกลักษณ์ประจำเผ่าเปลี่ยนไป สำหรับการเข้าไปทำงานนั้น คิดว่ามาจากฐานะทางบ้านยากจน มากกว่า มีใครบ้างหล่ะที่เกิดมาไม่ต้องการความสะดวกสบาย เพียงแต่เราเลือกเกิดไม่ได้ ฐานะทางบ้าน ความยากจนนี้หละ เป็นเหตผลหลักที่เยาวชนต้องเข้าไปทำงานในเมือง แต่รู้หาไม่ว่าในเมืองนั้น มีอันตรายรอบด้านไปหมอ ค่าใช้จ่ายก็สูง เมื่อเทียบกับบ้านของเราค่าใช้จ่ายไม่สูง เราอยู่อย่างพอเพียง เราสามารถเอาตัวรอดได้ เมื่ออยู่กับธรรมชาติ แลใครจรู้บ้างว่าเราอยู่ดอยนั้น มันลำบากแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังรักในความเป็นเอกลักษณ์ของเรานะ (23.08.2007, 16:44) คนไม่กล้าใส่ชื่อ: รักและคิดถึงญาติพี่น้องที่อยู่ห่างใกลทุกๆคนแม้จะอยู่ที่ใด ผมแอ๊ะปาเกอะญอมากครับ
(เด็กๆ ทุกๆคนอย่าลืมเผ่าตัวเองนะและเป็นพิเศษ ( อย่าเสพสิ่งเสพติด) (03.09.2007, 13:02) จากเด็กที่ไม่เด็ดขาดพอ: ลึกๆแล้วไม่อยากเขียนเลย มันเหมือนเป็นการซ้ำเติมเขา แต่มีความตั้งใจไว้แล้วว่าอยากระบายความในใจบ้าง จริงๆแล้วรอบตัวหนูเต็มไปด้วยผู้ที่มีอาชีพหมอนวด ไม่ว่า จะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง หนูเพื่อนและน้าของหนูไม่กล้าถามอะไรเขาเลย กลัวเขาจะอาณมณ์เสียใส่ จึงทำให้เราไม่กล้าที่จะถามเขาจนถึงทุกวันนี้ (08.09.2007, 15:08) สาวห้วยส้าน...เชียงราย: แต่ดูโดยภาพรวมฐานะของคนเหล่านี้ก็อยู่ในระดับที่จัดว่าปานกลางนะคะ ไม่ถึงขั้นว่ายากจนจนเกินไป เพราะตัวเงินตัวเดียวที่ทำให้คนเหล่านี้ตัดสินใจเลือกอาชีพนี้ บางคนยึดหลักความสะดวกสบาย จึงมองข้ามหลักความถูกต้องและศีลธรรม (08.09.2007, 15:12) สาวห้วยส้าน...เชียงราย: แต่บางคนซิน่าสงสาร ในบ้านไม่มีอะไรจริง ถึงทางตันเขาจึงเลือกอาชีพนี้ มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างมาก และใครหล่ะที่สามารถช่วยเขาเหล่านั้นได้ พวกเขาก็คงรอคำตอบเหมือนกัน แต่อย่าลือฃมว่าทุกอย่างที่เป็นไป เพราะ เศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวอล้อม ด้วยเหมือนกันฉะนั้นวอนให้หน่วยงานของรัฐช่วยมาแก้ไขทีโดยวิธีใดวิธีหนึ่งเชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นสังคมที่เมไปด้วยความหมัวหมอง และไร้ทางแก้ อยากให้ทุกคนเห็นความสุขทางใจมากกว่าความสุขทางวัตถุ ลองถามซิว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ (08.09.2007, 15:19) เด็กทุน...สาวลีซู....เชีย: อยากให้เยาวชนชาวเขาเผ่าลีซูและเผ่าต่างๆให้ความสำคัญกับการศึกษาเล่าเรียน ให้จำไว้เสมอว่าเราเราศึกษาเพื่อความรู้จะได้นำความรู้เหล่านี้ไปเผยแพร่ให้กับคนอื่นได้ และดิฉันเชื่อว่า การศึกษาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิติของคนเราจริงๆฝากไว้ด้วยนะคะ คนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะเป็นได้ ตัวเราเองเริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเหมือนกัน เริ่มจากครอบครัวที่มีปัญหา พ่อแม่หย่าร้าง มีคุณย่าที่พิการแต่เราสามารถเรียนถึงระดับปริญญาได้ ด้วยความตั้งใจของเราเอง โดยได้รับทุนการสึกษาจากในหลวงให้เรียนฟรี เป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก (08.09.2007, 15:29) ปราโมทย์: ผมไม่ได้อยู่เผ่าอะไรทั้งนั้น แต่ผมอยากจะบอกว่าทุกคนมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์ทำ ผมขอให้ทุกคนโชคดี ที่จะฟันฝ่ามันไป และประสบความสำเร็จที่ตั้งไว้นะครับ (30.10.2007, 15:22) สุชาติ สียะ: ขอให้ทั้งหลายภาคภูใจในความเป็นคน คนไทย ชนเผ่าของเรา และรักษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมไทย-ชนเผ่า ควบคู่กันไป อย่าให้สูญหายไป ทุกคนที่เกิดใต้ธงไทยคือคนไทย ทุกคนไม่มีใครเป็นคนไทยจริงๆตามสายเลือด มีแต่ลูกผสมทั้งนั้น คิดดูให้ดี ไม่มีใครเกิดมาแล้ว จะไม่ประสบกับความลำบาก ทุกข์ยาก ยากจน ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ฉะนั้นเราควรจะทำอย่างไรดีละ เราไม่สามารถเลือกเกิดได้ คิดดูใหห้ดี เป็นคนแล้วยังลำบากขนาดนี้ ตายไปเป็นผีแล้วจะลำบากขนาดไหน? หรืออยากเป็นเร่ร่อนขอส่วนบุญ หรอกคนกินไปวันๆหรือ? พระเยซูคริสต์มีคำตอบให้ (04.11.2007, 22:52) สุริยง ตามี่: คงจะมีสักวันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน เพราะความเจริญเข้ามาทำให้เราต้องไขว่คว้ามากขึ้น เข้าใจ แต่สิ่งหนึ่งอยากบอกว่า ทำวันนี้ใhotmail.com ให้ดีที่สุดก็พอ อย่าเลวไหลเลยสาวดอย (07.11.2007, 12:09) คนเดินผ่าน: สังคมอย่าพึ่งตัดสินเขาจากปัจจัยภายนอกและมุมมองของตัวเองเป็นใหญ่โดยที่ไม่มีข้อมูล มันเป็นธรรมกับเขาแล้วเหรอ ลองคิดให้ดี ชีวิตของคนเรามันต่างสภาพแวดล้อมกัน (07.11.2007, 16:10) คนแก่ตาดี: ผู้ที่ส่งความคิดเห็นมาขอให้เขียนให้ถูกด้วยอย่าทำเสียชื่อชาวลีซอ (15.11.2007, 12:12) Kouei chian Saechao: My name is Kouei chian Saechao, and I am Mien. After reading some of these post, I strongly feel for you all, the tribal people. When I was in Laos, It was the same thing, the government did not care about minority. They only care about themselves and tried to corrupt. I believe that all the tribal people should work together and voice their opinion so that the Thai government can hear. Hopefully, in the future, the government will implement their mind to help tribal people. I learned that the government has not even let the people to carry their traditional, their Hmong, Mien, Gouei, Igaw and Lisa, etc. name. That is absolutely wrong. (22.11.2007, 03:49) กะหรี่คันหี: ขิคุหลืซู ตุบิคา (21.12.2007, 03:00) อาหมี่: ดีใจและภูมิใจที่เกิดเป็นคนลีซอ...อยู่บนดอยมีอากาศดี ๆ ได้หายใจเข้าปอด ไม่ต้องเปิดแอร์ให้โลกร้อนขึ้นอีก (16.01.2008, 17:07) นกแล: ในบางครั้งคุณอาจจะมองเห็นว่าการบนคนบนดอยอาจจะต้องการในสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว แต่คุณคิดหรือไม่ว่าตัวคุณนั้นก็ต้องการในสิ่งที่คุณไม่มีเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ต้องการเที่ยว ๆ ไหนรู้ไหม เที่ยวต่างประเทศ รู้ไหมว่าคุณไม่รู้จักพอเช่นกัน และอย่าคิดนะว่าคนบนดอยกับชาวต่างชาติจะเหมือนกัน คนดอยใจดีทุกคน รู้ไหม ลองมาซิครับจะได้รู้ว่าคนเหนือดีแค่ไหน ไม่ทราบว่าคุณรู้จักเผ่าลีซูดีแค่ไหน อะ ๆ อย่าบอกนะว่ารู้จักแค่ในเว็บไซด์นี้ละครับ กลับไปทวบทวนในตัวคุณ และมองอีกครั้งหนึ่งว่าอย่าดูในสิ่งที่เห็นจนเกินไป คนที่ไม่ใช่คนเหนือก็ค้าประเวณีมาก เช่นมาค้าทางเหนือ เพราะอาจจะค้าทางอื่นแล้วไม่ได้เรื่อง เลยกลับมาค้าที่ภาคเหนือ เลยมีคนเหมารวมว่าคนดอยขายตัว จงมองอีกครั้ง ยังไม่สายเกินไป ถ้าคุณจะมองในรูปแบบของการเรียนรู้ที่เหมาะสม มากกว่านี้ ขอบคุณ สำหรับการตอบรับให้คนดอยได้รู้ และขอบคุณที่ให้ข้อคิดกับคนดอย อยากบอกว่าเดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้วเด้อ ๆๆๆๆๆ (25.01.2008, 20:42) บัว: เราก้อเป็นลีซูคนหนึ่ง ลีซูสู้ๆๆๆๆนะค่ะ ไม่มีใครอยากทำหรืออยากเป็นแต่เพราะว่ามีความจำเป็นบางอย่างก้อได้ (03.02.2008, 20:58) N...: เป็นกำลังใจให้สำหรับสาวลีซู สู้ๆๆๆ ใครว่ายังงัยก็ช่าง เค้าไม่ได้มาอยู่กับเรา เค้าไม่รู้หรอก (18.01.2010, 15:44) bb: everyone need money. and you too. (18.01.2010, 15:45) bb: everyone need money. and you too. (18.01.2010, 15:49) ????: สำหรับหนุ่มต๊ะ บ้านกึ้ด ดีใจที่ยังมีคนอย่างนายหลงเหลืออยู่ในสังคมปัจจุบัน หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน so you R a good man and strett man you have to be strong and positive we R be there to support U (18.01.2010, 15:53) รังสี: ขอเป็นกำลังใจด้วยคนครับ (15.02.2010, 08:49) May99: ก่อนอื่น ก็ต้องบอกว่า ดีใจแล้วก็ภูมิใจค่ะ ที่มีเวปให้แสดงความคิดเห็น "ผู้หญิงบนดอยกับงานในเมือง" แล้วก็ทำเวปนะค่ะ จริง ๆ มันมีหลายปัจจัยนะค่ะ อาทิเช่น การศึกษา ฯลฯ ค่ะเป็นสาวดอยคนหนึ่งเหมือนกันค่ะ ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นสาวลีซู และที่สำคัญเกิดที่ประเทศไทยด้วยค่ะ แล้วมาทำงานในเมือง (โรงพยาบาลเอกชน) แล้วก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับคนต่างชาติ(บริษัทข้ามชาติ)ในต่างประเทศ ทำให้เกิดการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เยอะแยะ แต่ว่าอย่างหนึ่งที่ไม่ลืมค่ะ รากเหง้าค่ะ ว่าตัวเองเป็นใคร และมาจากไหน สุดท้ายคิดว่า คงไปอยู่บนดอยเหมือนเดิมค่ะ ตอนนี้ก็อยู่ต่างประเทศค่ะ ก็ประชาสัมพันธ์ให้คนต่างชาติให้รู้จักประเทศไทยอยู่เหมือนกันค่ะ อนาคตจะประชาสัมพันธ์ให้เค้าได้รู้จักกับลีซู และเผ่าอื่น ๆ ด้วยค่ะ (01.03.2010, 17:06) เทพบุตรบนดอยช้างลีซู: ดีครับ ชาวดอยทุกคนครับ ผมเพชรครับ อยู่เชียงใหม่ครับ ดีมากเลยครับที่มีกระทู้ให้คำปรึกษาแบบนี้ครับ งั้นก็สู้ๆๆครับสาวชาวดอยทุกคนครับ เป็นกำลังใจให้ครับๆๆๆ ++จากเด็กดอยช้างลีซู++ มีอะไรติดต่อได้ทางเมลล์ครับ jesus_t.t.t@hotmail.com เรารอคุณอยู่อ่ะ บายครับ (03.03.2010, 15:22) อะเบ้โอะ: ขอให้กำลังใจทุกๆคน ผมอยากให้พี่น้องลีซอทุกคน อดทน ตั้งใจ และแสวงหาหนทาง ที่จะเรียนหนังสือให้จบ เพราะการหากินแบบนี้อาจทำให้เราสบาย แต่มันไม่ยั่งยืน และขาดการยอมรับจากสังคม และหากใครก้อตามที่เรียนจบมาแล้ว ขอให้หันกลับไปช่วยคนข้างหลัง(ที่หมู่บ้านด้วย) ไม่ใช่ว่าเอาความรู้มาหากินกับพี่น้องชาวลีซอด้วยกันเอง (12.04.2010, 16:24) replica watches: dfgsdlajkfaklsdjlkasd (10.06.2010, 09:49) rolex watches: http://www.watchvisa.com/tag_heuer-watches.html tag heuer (10.06.2010, 09:57) เล็ก: ผมคนเมืองคนนึ่งไม่เคยคิดว่าคนดอยไม่ดี ผมคนนึ่งที่คิดว่าคนคือคน ผมคนนึ่งที่คิดว่าคนดอยมีความจริงใจ ผมคนนึ่งที่รักคนดอยและคนทุกๆเผ่า แต่สิ่งที่ผมได้รับคนดอยกลับมองเห็นคนเมืองต้องการจะข่มเหง แต่จริงแล้วไม่ใช่ คนดอยคิดไปเอง คนดอยคิดว่ามีปมด้อย คนดอยเคยมีความเจ็บปวด เลยคิดว่าคนเมืองจะทำร้ายจิตใจ แต่คนดอยครับอย่าว่าแต่คนเมืองกับคนดอยเลย คนดอยกับคนยดอยยังข่มเหงกันเองเลย คนเมืองกับคนเมืองก็ข่มเหงกันเอง เข้าสู้สุภาษิต ที่ว่าปล่าใหย่กินปลาเล้ก....................ครับ ไม่ว่าคนดอยหรือคนเมืองคงไม่มีใครจะดีไปกว่าใครหรอก คนดอยครับอย่าเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะครั้งนึ่งคนเมืองที่ภาคอีสาน ที่ภาคเหนือของประเทศไทยก้เป็นอย่างที่คนดอยโดน หรือเป้นอยู่ตอนนี้ แต่ผมในถานะคนเมืองก็ยังติดไม่ออกว่าทำไม แต่พอมองอดีตที่ผ่านมา เป็นเพราะการศึกษาที่ยังไม่ครอบคุมถึงภาคเหนือและภาคอีสาน แต่คนดอยมีมีชือเสียงตอนที่เทคโนโลยีทันสมัยแล้วการสื่อมารถึงกันได้สะดวก คงไม่เลวร้ายกว่าคนอีสานหรือคนเหนือสมัยก่อน อย่าเสียใจ ผมขอแนะนำ คนที่จะเสมอภาคกันก็คงต้องวัดวันที่ความรู้ความสามารถ แต่คนดอยก้ดีอยู่แล้วเพราะมีความสามารถหลายอย่างที่บางครั้งคนเมืองไม่มี แต่ต้องมาคนว่าคนดอยจะอยู่ที่ไหน ถ่าอยู่ดอยไม่ว่ากัน แต่ถ่าจะมาอยู่เมืองต้องศึกษาว่าคนเมืองอยู่กันอย่างไง เปรียบดังคนไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศ ถ่าด่อยการศึกษาของประเทศนั้นๆก้จะโดนเขาดูถูก แล้วก้จะเกิดการเกรียดชังคนประเทศนั้นๆ เหมือนคนดอยที่มาอยู่ในเมืองเมือคนดอยยังทำตัวเหมือนอยู่บนดอยเราต้องใช้ระบบสื่อสารในทางบวกให้เกิดประโยชน์มากที่สุด แล้ววันนั้นคนดอยจะรู้ว่าคนทุกคนเหมือนกัน (10.07.2010, 19:32) 100 of 125 comments (part 1) [ » ] [ * ]
|