เสียงแตรรถดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ เป็นการส่งสัญญาณให้ผู้โดยสารขึ้นรถ หลังจากจับจองหาที่นั่งได้แล้ว รถโดยสารก็ออกรถมุ่งหน้าสู่บ้านดอยล้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขา เส้นทางที่ทอดยาวสู่เทือกเขาแห่งหมู่บ้านดอยล้าน เป็นถนนดินแดงลูกรัง เมื่อเข้าสู่หน้าฝน การสัญจรค่อนข้างจะเป็นไปอย่างยากลำบาก ชาวบ้านต้องแก้ปัญหาโดยการนำโซ่มาผูกกับล้อรถ เพื่อให้ล้อรถเกาะยึดถนนได้ดีขึ้น ป้องกันไม่ให้ลื่นเวลาขึ้นเขา แต่หากเป็นฤดูร้อน เส้นทางนี้ก็จะตลบอบอวลไปด้วยฝุ่น เวลารถวิ่งผ่านไปทีจะเห็นฝุ่นลอยเป็นทางยาว เป็นอย่างนี้มาหลายปีแล้ว 
แต่สิ่งเหล่านี้ก็ดูเป็นความเคยชินของผู้ที่สัญจรไปมาเส้นทางนี้ไปเสียแล้ว หมู่บ้านดอยล้านตั้งอยู่บนเขาสูง รายล้อมด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ มีไม้ขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปี บรรยากาศเงียบสงบ ลมพัดโกรกอยู่ตลอดเวลา ประชากรในหมู่บ้านมี 3 เผ่า ได้แก่ จีนฮ่อ ลีซู และอาข่า เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ชาวบ้านมีอาชีพการเกษตร เช่น ปลูกมะเขือเทศ ข้าว ฝักแม้ว ถั่วแดง และกาแฟ ซึ่งกาแฟที่นี่ขึ้นชื่อลือนาม มีรีสอร์ทสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา  
     เมื่อความมืดกร่ำกรายเข้ามา สายลมพัดพาความหนาวมาครอบคลุมราตรีท่ามกลางความเงียบสงัด ชาวบ้านต่างเข้าบ้านเพื่อสุมไฟรับไออุ่นจากกองไฟ ฉันเป็นคนแปลกหน้าสำหรับครอบครัวหนึ่ง ท่ามกลางเสียงพูดคุยชายหญิงและเจ้าของบ้าน ที่เขาคุยกันนั้นฉันไม่รู้ว่าเขาคุยเรื่องไรกันอยู่  สิ่งที่เค้าหยิบยื่นให้ฉันนั้นคือ แก้วน้ำชาที่ร้อนเหมาะกับบรรยากาศ นี่คือสัญญาลักษณ์ของชาวบ้าน ที่มีน้ำใจเกื้อกูลแก่แขกเหรื่อที่มาเยือนถึงในหมู่บ้าน 
ไม่เพียงแค่นั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงยึดถือปฏิบัติประเพณีและวัฒนธรรมดังเดิมอยู่ และจะยังคงสืบทอดแก่รุ่นต่อๆไปหลายชั่วอายุคน  แม้แต่พิธีกรรมต่างๆก็ยังคงดำรงไว ้และปฏิบัติอย่างเคร่งครัดชาวบ้านยังคงใส่ชุดประจำเผ่าของตัวเองทุกวัน แม้ว่าจะเข้าในตัวเมืองก็ยังใส่ชุดลีซูเข้าเมืองเช่นกัน ซึ่งชาวบ้านในดอยล้านส่วนใหญ่ยังคงยึดถือแบบนี้ แต่ปัจจุบันนี้หลายหมู่บ้านให้ความสำคัญน้อยลง จะเหลือแต่หมู่บ้านที่เข้มแข็งทางวัฒนธรรมเท่านั้น หากว่าหมู่บ้านไหน อ่อนแอวัฒนธรรมเหล่านี้ก็จะสูญหายไปในที่สุด