ภาพลักษณ์ของชาวเขา

“นักเรียนถาม”คุณครูครับชาวเขาเป็นอย่างไรครับ?
“คุณครูตอบ”ชาวเขา คือ ชนกลุ่มน้อยที่ตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย สามารถแบ่งได้หลายเผ่า เช่น อาข่า ลีซู กะเหรี่ยง ลาหู่ เมี่ยน ม้ง ลัวะ ไทยใหญ่ และจีนฮ่ฮ ที่ต้องแบ่งตามประเภท
เพราะชาวเขาเหล่านี้มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างกันไป  ภาษาพูดก็แตกต่างกันค่ะ  
เครื่องแต่งกายก็แตกต่าง เช่นกันนะท่านั้น
“นักเรียนถาม”คุณครูครับทำไมชาวเขาถึงไม่อาบน้ำ?
“คุณครูถาม”นักเรียนทราบได้อย่างไรว่าชาวเขาไม่อาบน้ำ “นักเรียนตอบ”ดูจากหนังครับ จากนั้นนักเรียนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาม
“คุณครูอธิบาย”นักเรียนฟังให้ดีนะค่ะ ในหนังนั้นผู้สร้างหนังสร้างเพื่อความสนุก
แต่ชีวิตจริงนั้นชาวเขาหรือชาวเราก็อาบน้ำกันทั้งนั้นแหละนะ


     
     จากกรณีตัวอย่างสังคมเผลอสร้างตราภาพลักษณ์ให้ชาวเขาจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่ผลปรากฏที่ออกมาทำให้หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนผิดพลาดไป ถ้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วถึงขั้นเป็นเรื่องใหญ่โตฟ้องร้องเรียกความเสียหายจากผู้สร้าง แต่ชาวเขาก็ไม่สามารถที่จะมาลุกขึ้นเพื่อต่อต้านในสิ่งที่ถูกต้องได้ ผู้สร้างหนังเอาจุดด้อยของชาวเขาในการโกยเม็ดเงินให้ตัวเอง โดยไม่ได้คำนึงว่าจะทำให้ภาพพจน์ชาวเขาเสียหาย การพูดไม่ชัดของชาวเขา การนำเครื่องแต่งกายของชาวเขามาผสมผสานเป็นชนเผ่าแปลกประหลาด เช่น สวมเสื้ออาข่าแต่นุ่งกระโปรงม้ง แสดงละครเป็นตัวตลก เรียกเสียงหัวเราะทั้งกองทั้งโรงทั่วประเทศ แล้วภาพชาวเขาที่คนดูเห็นก็เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเชื่อถือ และนำมาล้อเลียนชาวเขา ทั้งภาษาพูด แต่เวลาฝรั่งพูดภาษาไทยไม่ชัดกลับกลายเป็นว่าพูดได้น่ารักไม่ถูกล้อเลียน  

     สังคมไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองยิ้ม แต่หลายกรณีที่นำเอาปมด้อยของคนอื่นมาล้อเลียน โดยไม่สนใจว่าผู้ที่ถูกล้อเลียนจะรู้สึกอย่างไร เอาคนพิการมาล้อเลียน เอาคนบ้ามาล้อเลียน เอาปมด้อยด้านภาษาของชาวเขามาล้อเลียน ทำไมสังคมไทยถึงเอาปมด้อยคนอื่นมาล้อเลียน? ทำเป็นเรื่องตลกโปกฮา หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนในด้านปมด้อยตัวเอง จนรู้สึกโกรธแทบคุมตัวเองไม่อยู่ หรืออาจถึงขั้นสูญเสียความเป็นเพื่อนกัน เพราะอะไร? ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้ามีใครเอาปมด้อยมาล้อเลียนจะรู้สึกอย่างไร คงไม่มีใครขำออกในสภาพเช่นนั้น

     ถ้าเราเพียงใส่ใจสังคมรอบข้างให้มากกว่านี้ ก็จะเห็นว่าหลายเรื่องเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและปรอบบางมาก ถ้าเราเผลอกะเทาะแค่เพียงเบาๆ ก็อาจสร้างรอยร้าวให้กับสิ่งนั้นได้อย่างมหาศาล จนถึงขั้นลามไปสู่ที่อื่นๆ ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องหันมาสนใจคนรอบข้างๆ เริ่มจากคนใกล้ตัวก่อนแล้วแผ่ขยายออกไปสังคมที่เราอยู่ เมื่อนั้นเราจะเห็นว่าในโลกนี้มีเรื่อง ที่ปรอบบางมากมาย ถ้าเผลอสะกิดแค่นิดเดียวก็อาจพังทลายลงมาได้“เด็ดดอกหญ้าดอกเดียว ก็สะเทือนถึงดวงดาว” ได้