“ สิทธิ ” กับ “ความไม่ทัดเทียมของสังคม”

คุณชนเผ่า "คุณครูครับ ผมทำกระเป๋าเงินตก เอกสารที่สำคัญของผมหาย"
ครู "ทำไมไม่ไปแจ้งความล่ะ  เพื่อจะได้ทำเรื่องไว้ทำบัตรประชาช นไงล่ะ "
คุณชนเผ่าตอบ  "ผมไปแจ้งความแล้วครับ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถามผมว่า  เป็นคนไทยหรือว่าเป็นคนชาวเขา"
คุณชนเผ่าตอบว่า  "ผมเป็นคนชาวเขาครับ 
หลังจากที่ผมตอบคำๆๆนี้ออกมาแล้ว  เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความให้ผม  ผมงง ว่า เพราะอะไร เกิดอะไรขึ้นกับผม  คำว่า สิทธิของประชาชนหายไปไหน"
ตำรวจให้ผมไปแจ้งความที่อำเภอที่ผมกำเนิด ทั้งๆที่ผมทำกระเป๋าตกในตัวเมืองเชียงราย 

นี่เป็นอีกกรณีเรื่องการไม่ได้รับสิทธิของชาวเขา  แต่ยังมีอีกหลายกรณีที่เป็นเช่นนี้   เช่น  การเดินทางโดยรถขนส่ง   การถือกรรมสิทธิในเรื่องที่ดิน การติดต่อข้าราชการ  การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล  การจ่ายค่าชดเชยในการออกจากงาน   เรื่องสัญชาติ  การสมัครงาน การศึกษาเล่าเรียน  หรือแม้แต่ภาษาของชนเผ่า  ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐมองไม่เห็นความสำคัญ  จนกลายเป็นปมด้อยของชาวเขา  แม้ว่าการแบ่งเรื่องของชั้นวรรณะได้ถูกยกเลิกตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ไปนานแล้ว   แต่ทุกวันนี้ชนเผ่าหรือชาวเขาหรือที่เรียกว่าชนกลุ่มน้อยของประเทศล้วนแล้วแต่ไม่ได้รับความเป็นธรรมของสังคม  สังคมได้สร้างกรอบหรือกฎเกณฑ์ให้ชาวเขาหรือชนกลุ่มน้อย   แล้วเมื่อไรกรอบเหล่าจะถูกกลืนไป  หรือจะเป็นเช่นนี้อีกนานมั้ย อาจดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องใหญ่ของชาวเขาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม  ซึ่งขนาดเดียวกับชาวเขาซึ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเข้าไปใช้บริการการติดต่อกับหน่วยงานราชการ  หรือแม้แต่กฏหมาย ชาวเขาก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลย  จึงเป็นเหตุให้ต้องตกเป็นเบี้ยล่างเสมอ    เมื่อสถานการณ์จริงเป็นเช่นนี้คุณในฐานะชนเผ่าคุณคิดอย่างไร  คุณเคยไม่รับความเป็นธรรมของเจ้าหน้าที่ข้าราชการมั้ย ???  ซึ่งลำพังตัวข้าพเจ้าก็เคยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นกัน   ในฐานะคุณเป็นเยาวชนชนเผ่าคนหนึ่งคุณคิดว่าควรจะทำอย่างไร? เมื่อคุณมีการศึกษา แต่คุณไม่มีเงิน  ไม่มีเกียรติยศชื่อเสียง  ไม่มีญาติผู้มีอำนาจในสังคม   แล้วอย่างนี้ชนเผ่าต้องถูกกดขี่ไปอีกนานมั้ย