ฉันออกเดินทาง

21 มีนาคม

     วันแรกของการเดินทาง hill tribe สัญจรซึ่งมีด้วยกันเกือบสิบกว่าชีวิต รวมทั้งอาสาสมัครต่างชาติอีกคน  เวลาประมาณสิบโมงเช้า เราจึงออกเดินทางจากมูลนิธิโดยรถกระบะตอนครึ่ง ทั้งคนทั้งของสัมภาระต่างๆ ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบพร้อมที่จะเดินทาง จุดหมายแรกที่เราจะไปเยือนวันนี้คือหมู่บ้านจอป่าคา อ.แม่จัน

     บ่ายแก่ๆจึงเดินทางมาถึงหมู่บ้านจอป่าคาซึ่งเป็นหมู่บ้านของชนเผ่าอ่าข่า เป็นที่น่าสังเกตว่าที่ตั้งของหมู่บ้านอ่าข่านั้นโดยมากจะตั้งอยู่บนเนินเขา จะสูงหรือเตี้ยก็เป็นอีกเรื่องแต่ขอให้อยู่บนเนินเขาจะด้วยสาเหตุใดนั้นไม่ทราบแน่ชัด เพียงแต่ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้  สักพักเราก็ไปแจ้งให้พ่อหลวงบ้าน อบตและโยวมาของหมู่บ้าน บอกจุดประสงค์ในการมาจัดกิจกรรมในคืนนี้ จนเวลาล่วงมาถึงตอนเย็นหลังจากทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จจึงออกไปเตรียมเครื่องฉายเครื่องเสียงกลางลานหมู่บ้าน พี่อายิเป็นผู้ดำเนินรายการได้ประกาศเชิญชวนออกมาเป็นภาษาอ่าข่า แม้จะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่บรรยากาศเสียงเพลงที่ออกมาจากเครื่องขยายเสียงสลับกับคนพูดทำให้นึกถึงตอนยังเด็กที่ได้ดูหนังกลางแปลง รู้สึกเหมือนกับว่าเราได้ย้อนเวลากลับไปช่วงนั้นจริง สักพักเด็กๆ และชาวบ้านก็เริ่มทยอยมา
เวลาประมาณทุ่มครึ่งก็เริ่มทำกิจกรรมฉายสารคดี สลับเพลงคาราโอเกะอ่าข่า พอจบสารคดีตอนหนึ่ง พี่อายิก็ได้พูดเสริมและได้เชิญชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วม เช่น ร่วมตอบปัญหา ใครตอบถูกก็แจกของรางวัลให้ ชาวบ้านถูกอกถูกใจ โดยเฉพาะเด็กๆที่ได้รับรางวัล ชอบใจเป็นพิเศษ เราได้ทำเบอร์และขาย เพื่อเอาเงินที่ได้จากการขายคืนให้หมู่บ้านเป็นกองทุนวัฒนธรรม อีกเหตุผลหนึ่งที่เราต้องทำเบอร์ขึ้นมาเพื่อดึงให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ของสิ่งใดที่เราได้รับมาเปล่า เราไม่ค่อยเห็นคุณค่าของมัน แต่ถ้าสิ่งนั้นเราได้มันอย่างยากยิ่ง ก็จะรักษามันไว้อย่างดี

     แรกชาวบ้านไม่ค่อยซื้อเบอร์ แต่ในเมื่อเขาทราบว่าเงินที่ได้เราไม่ได้เอาไปไหน สุดท้ายแล้วเราคืนให้หมู่บ้าน จึงมีคนเข้ามาซื้อเพิ่มขึ้นแม้กระนั้น เบอร์ 100 เบอร์ที่เราทำ ก็ยังไม่หมด พ่อหลวงบ้าน จึงเข้าช่วย ทำให้กิจกรรมแจกของขายเบอร์สนุกมากขึ้น ในที่สุดเบอร์ที่เราเตรียมไว้ก็หมด ยังไม่พอชาวบ้านยังถามซื้อเพิ่มแต่เราก็บอกว่าหมดแล้ว แจกของรางวัลเสร็จ กล่าวขอบคุณพ่อหลวง และลูกบ้านทุกคนที่มามีส่วนร่วม พร้อมได้มอบเงินที่ได้ให้พ่อหลวง ถ่ายรูปร่วมกัน เสร็จก็ปาเข้าสี่ทุ่มกว่าแล้ว ค่ำคืนนี้รู้สึกเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นเพราะว่าทำกิจกรรมสนุก และคนมาร่วมเยอะกระมัง
เหนื่อยกันทั้งวัน อาบน้ำเสร็จ พักผ่อน วันนี้ขอนิทราราตรีสวัสดิ์ หลับให้เต็มอิ่ม

22 มีนาคม
     เช้าแล้วจ้า เมื่อคืนนอนหลับสบาย ตอนเช้าๆ อากาศเย็นสบายดี ไม่อยากตื่นเลย แต่พอนึกขึ้นได้ว่า เรายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกเยอะ จึงฝืนใจลุกจากที่นอน แม้จะขี้เกียจ แต่มีแรงใจ คิดเล่นๆ ว่า คนเราที่มักจะตื่นสายอาจเป็นเพราะว่า เมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่รู้จะทำไร วันนี้วันหยุด วันนี้ไม่ได้ทำงาน วันนี้ไม่ได้ไปไหน นอนต่ออีกสักหน่อยดีกว่า... คิดแบบนั้น บ่อยๆ ก็เลยทำให้ติดเป็นนิสัย แต่ถ้าเมื่อใดที่เราตื่นขึ้นมา พร้อมด้วยจิตใจแน่วแน่ และภารกิจที่ต้องทำในวันใหม่ ก็จะทำให้ขยัน มีแรงใจ เช่นเดียวกันๆ ทำบ่อยๆ ก็จะเป็นนิสัย

     จุดหมายต่อไปที่เราจะไปวันนี้คือ บ้านหล่อชา อ.เมือง ดูจากภูมิศาสตร์แล้วเราคิดว่าน่าจะอยู่ในอ.แม่จันมากกว่า แต่ไม่ใช่เลย เพราะป้ายหมู่บ้านบอก หมู่ 13 ต.แม่ยาว อ.เมือง บ้านหล่อชาเป็นหมู่บ้านนำร่องในโครงการหมู่บ้านท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกหมู่บ้านหนึ่งของ จ.เชียงราย  ถ้าใครผ่านมาทาง ถ.ท่าตอน – แม่จัน ก็ลองแวะดู หมู่บ้านสวยมากขอบอกก (ไม่ได้โม้.....)  ตอนไปถึงหมู่บ้านเวลายังเหลืออีกเยอะกว่า เราจึงแวะไปดูหมู่บ้านยะผ่า หรือหมู่บ้านชนสามเผ่า มีเผ่า กะเหรี่ยง ลาหู่ และอ่าข่า อาศัยอยู่ในหุบเขา  เป็นหมู่บ้านเล็กร่มรื่น เข้าไปข้างในจึงรู้ว่าเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง มีกะเหรี่ยงคอยาว เท่าที่ทราบว่าจะอยู่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน แต่ที่หมู่บ้านนี้เป็นธุรกิจท่องเที่ยว มีการเก็บค่าเข้าชมคนละ 150 บาท แพงไหม? สำหรับเราคิดว่าแพงนะ


     มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่ผู้หญิงที่เป็นกะเหรี่ยงคอยาว ด้วยความอยากรู้ว่าทำไมต้องใส่ห่วงที่คอด้วย  ไม่ใส่ได้ไหม? ทราบว่า การใส่ห่วงก็เหมือนกับเป็นการแสดงตนให้รู้ว่า ฉันก็เป็นเผ่าเดียวกับคุณนะ ถ้าไม่ใส่ก็ดูแตกต่างจากคนอื่น
มาคิดดูคนเราไม่อยากถูกกีดกันออกไปจากสังคม เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การทำหรือมีวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นกิน การแต่งกาย หรืออื่นๆ ที่จะแสดงให้รู้ว่าเป็นสังคมเดียวกัน ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็เพราะเกิดมากจาการแบ่งแยกเรา แยกเขา ถ้าสังคมเป็นเอกภาพเดียวกันได้ ก็คงสงบสุขขึ้นเยอะ ไม่มีการฆ่าฟันกันดังเช่น ที่ลงข่าวทุกวันนี้ แตกต่างแต่ขออย่าให้แตกแยกก็แล้วกัน
     เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้สัมผัสชีวิตคนกะเหรี่ยงคอยาว ที่ผ่านมาเคยแต่เห็นในกระดาษ ทีวี ตู้เย็น เอ้ย ใม่ใช่ สิ...ตามสื่อต่างๆ ชอบนะ ถึงว่าเขาจะแตกต่างแต่เรารู้สึกว่ามีหัวใจเดียวกัน คือเพื่อนมนุษย์
ออกจากหมู่บ้านไป เวลายังเหลืออีกเยอะจึงไปยังหมู่บ้านถัดไปคือบ้านห้วยศาลาเพื่อแจ้งให้ผู้นำชุมชนทราบล่วงหน้าอีกครั้งว่าเราเดินทางมาถึงแล้วพร้อมจะมาทำกิจกรรมในคืนวันถัดไป
     เสร็จธุระจึงกลับทีพัก พอถึงชาวบ้านชวนไปจับปลา แม้ว่าจะเหนื่อยจากเดินทาง แต่ฉันยังอยากไป จึงชวนเพื่อนๆ และพี่ๆอีกสี่ห้าคนพร้อมทั้งชาวบ้านขึ้นรถตรงไปยังบ่อปลา จับปลากันอย่างเมามัน ฉันจับปลาได้สองสามตัว ดีใจจริงๆ แต่ปลาคงไม่ดีใจกับฉันหรอก ที่จริงฉันก็ไม่ได้เป็นคนใจบาปหรอกนะ แต่ห่วงโซ่อาหารของธรรมชาติ สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก ฉันไม่ได้เคียดแค้นหรือมีจิตที่ไม่ดีต่อปลา คิดว่าเป็นวัฏจักรการกินของสัตว์ และฉันกินก็เพื่อต่ออายุ ฉันจะมีแรงเพื่อทำความดีให้แก่สังคม ขอบคุณ  คุณปลาที่ได้ต่อชีวิตให้ฉัน  พระท่านว่า ฌิฆฉา ปะระมา โรคา แปลว่า ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง แท้จริงหนอ
     ในค่ำคืนนี้เราทำกิจกรรมในอาคารศูนย์เด็กเล็ก ด้วยอาคารไม่ค่อยใหญ่เท่าไรนัก จึงทำให้พื้นที่คับแคบ ชาวที่มาทีหลังเข้ามาในอาคารไม่ได้ ก็ได้แต่มุงดูอยู่ข้างนอก  กิจกรรมที่เราที่เราทำเหมือนหมู่บ้านจอป่าคา ฉายสารคดี สลับกับคาราโอเกะ คนอธิบาย ดึงชาวบ้าน เด็กๆ มาร่วมทำกิจกรรม อ้อ แล้วก็ยังมี การแนะนำให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานของคุณ Liz อาสาสมัครจากอเมริกา แล้ววันนี้ก็ผ่านไปอีกวัน พรุ่งนี้แล้วสินะ ..พรุ่งนี้ทำไมน่ะหรอ..อยากรู้อ่านต่อสิคะ.

อ่านต่อ ตอนที่สอง