ฉันออกเดินทาง ตอน 2

23 มีนาคม
          หาวววววห้าววว ไม่อยากตื่นเลยค้า แต่พี่จะมูปลุกทุกคนให้ตื่นเพราะวันนี้เราต้องไปร่วมงานประชุมเสวนาสิทธิมนุษยชนของพี่น้องลาหู่ ที่บ้านโป่งไฮ อ.แม่อาย วันนี้พี่จะมูรู้สึกคึกคักเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่ามีใครรออยู่ที่นั่นหรือเปล่านะ  เข็มนาฬิกาชี้แปดนาฬิกาสามสิบนาที พวกเราจึงพร้อมเพรียงกันขึ้นรถ จุดหมายคือบ้านโป่งไฮ
          นั่งรถเกือบชั่วโมงผ่านถนนลาดยางและลูกรัง มาถึงสถานที่เสวนา ลงทะเบียนเสร็จก็เข้าร่วมกิจกรรม มีการให้ความรู้เกี่ยวสิทธิ เข้าฟังแต่ละฐานเสร็จก็มารวมตัวกันเพื่อสรุป เขาพูดภาษาลาหู่กัน ฉันฟังไม่รู้หรอก พอสักพักก็ขอตัวออกมา กะว่าไว้ค่อยถามพี่จะมูสรุปให้ฟัง ปลีกตัวไปพักดูเด็กๆ เล่นน้ำในบึง อากาศที่ร้อนเปรี้ยงๆ แต่พวกเด็กเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บางคนเล่นจับปลา โคลนเต็มตัว ดูแล้วก็น่ารัก ชีวิตตอนเด็กของฉันก็ไม่แตกต่างจากพวกเขา ต่างคลุกคลีและเติบโตมากับกลิ่นโคลนสาบควาย

     จนตะวันคล้อยบ่ายสาม เสวนาได้เสร็จสิ้นลงเราจึงเดินทางกลับ บ้านห้วยศาลาคือจุดหมายปลายทาง บ้านห้วยศาลาเป็นหมู่บ้านใกล้ เทศบาลตำบลท่าตอน จึงเจริญเหมือนหมู่บ้านคนพื้นราบ มีสาธารณูปโภคเพียบพร้อม บ้านเกือบทุกหลังคาเรือนมุงกระเบื้อง แต่ก็ยังตั้งอยู่บนเนินเขา ดังที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ข้างต้น ฉันยังไม่อยากพัก จึงชวนเพื่อนๆ และอาสาสมัครชาวต่างชาติเดินเที่ยวรอบหมู่บ้าน พร้อมกับเด็กๆ เมื่อสนุกกันพอควรจึงพักอาบน้ำพร้อมจะทำกิจกรรมในภาคกลางคืน

24 มีนาคม
     วันนี้พี่ส้มโอและคุณพ่อพี่ส้มโอจะเดินทางกลับแล้ว ฉันยังไม่ได้บอกให้ท่านผู้อ่านเลยเกี่ยวกับพี่ส้มโอและคุณพ่อ พี่ส้มโอเป็นนักศึกษาที่ไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นคนคุยสนุก และคุยได้ทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และที่ภูมิใจมากกว่านั้นคือ เว้าอีสานได้เหมือนฉันด้วย ใช่แล้วบ้านพี่ส้มโออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจังหวัดที่ฉันอยู่ พี่ส้มโออยู่จังหวัดอุดร ส่วนข้อยก็อีสานคือกันละจ้า
     ที่จริงฉันแปลกใจเหมือนกันว่า ทำไมพี่ส้มโอและคุณพ่อจึงมาร่วมเดินทางกับเรา เพราะเราไม่ได้ไปเที่ยวเมืองนอก แถมยังต้องทำกิจกรรม การเดินทางก็โหดอีกต่างหาก อากาศร้อนมั่กมาก นั่งกระบะท้ายอีกต่างหาก แต่ก็ดีใจที่ได้รู้จักกัน ฉันคิดว่าเพราะความลำบากนี้แหละทำให้เราสนิทสนมกันได้มากยิ่งขึ้น ทะเลจะสวยเพราะมีคลื่นนี้แหละ เกี่ยวกันหรือเปล่า?
พี่อายิ พี่จะมูและพี่จะคะแตหรือที่ฉันชอบเรียกว่าพี่ตั๊กแตน นั่งรถไปส่งพี่ส้มโอและคุณพ่อขึ้นรถ ออกไปหาย แล้วก็หาย หาย ฉันยืน เดิน นั่ง นอน รอว่าเมื่อไรเขาจะกลับมา เพราะในใจคิดว่าวันนี้จะได้ไปเที่ยวน้ำตก คอยแล้วคอยเล่าก็ยังไม่กลับมา จนบ่ายสามเศษ ก็กลับด้วยท่าทางอิดโรย ทราบว่ารถมีปัญหาระหว่างเดินทางกลับ...

     วันนี้หมู่บ้านที่เราจะไปไม่ไกลจากที่เราอยู่ นั่งรถไปประมาณสิบห้านาทีก็ถึง ชื่อว่าหมู่บ้านโป่งป้อมซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 หลังคาเรือน มีทั้งคนอ่าข่า ลาหู่ ไทลื้อ และคนพื้นราบ ทราบว่ามีมาจากอีสานด้วย เราไปพักในโบสถ์คริสต์ มีชาวบ้านมาช่วยกันดูและช่วยกวาดขยะให้บริเวณรอบๆ รู้สึกประทับใจมาก บ้านโป่งป้อมแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลจากบ้านห้วยศาลาที่เราเคยไปพัก แต่สภาพหมู่บ้านต่างกันลิบลับ โดยเฉพาะสาธารณูปโภค แต่น้ำใจของชาวบ้านโป่งป้อมก็ไม่ได้น้อยไปกว่าหมู่บ้านอื่นๆ ที่เราเคยผ่านมา หลังจากทำกิจกรรมภาคกลางคืนแล้ว ก่อนเข้านอนฉันได้สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน และขอบคุณพระเยซูคริสต์ แม้ว่าท่านจะล่วงลับไปนานแล้วแต่คุณความดีของพระองค์ทำให้คนได้สรรเสริญเคารพ สร้างอาคาร ฉันคิดว่าไม่ว่าเราจะถือศาสนาไหน ศาสนานั้นก็สอนให้ศาสนิกของตนทำดี ถ้าพระองค์ยังมีชีวิตอยู่ก็คงมองฉันด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น ฉันเชื่อว่าน้ำพระทัยของท่านนั้นทรงเมตตา แม้จะเป็นคนต่างศาสนา ในค่ำคืนนี้ฉันนอนหลับด้วยความสุขใจ โดยปล่อยให้ยุงบินตอมข้างนอกมุ้ง หมู่บ้านนี้ยุงเยอะมาก แล้วชาวบ้านจะมีมุ้งได้นอนหลับสบายเหมือนฉันไหม ฉันคิดจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

     

25 มีนาคม
          เมื่อคืนนอนหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็ฟ้าสางแล้ว รีบตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวแล้วก็เตรียมสัมภาระเพื่อที่จะเดินทางต่อไป  สักพักก่อนออกเดินทาง มีเด็กวิ่งมาบอกว่าพ่อแม่เชิญให้ไปกินข้าว ฉันฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงให้พี่ๆ คุย ฉันรู้สึกแปลกใจเพราะเราไม่ได้เตรียมอาหารสดที่จะทำในเช้าวันนี้ แต่เราวางแผนว่าจะออกไปกินระหว่างทาง พอคุยกันเสร็จจึงตกลงว่าเราควรจะไปขอบคุณเจ้าบ้านที่เชิญเรา เข้าไปในบ้านเขากำลังทำกับข้าวอยู่เลย พี่อายิจึงกล่าวขอบคุณ ฉันเดาว่า ต้องรีบเดินทาง เพราะวันนี้เราต้องไปไกล ถึงอย่างไรก็ตามขอบคุณท่านมาก ไว้มีโอกาสเราจะกลับมาเยี่ยมใหม่ ฉันซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ที่อุตส่าห์เตรียมอาหารให้เรา

จาก ท่าตอน แม่อาย รถวิ่งมาถึงอำเภอฝาง ไม่น่าเชื่อว่า ท่ามกลางภูเขาที่รายล้อม จะมีพื้นที่ราบและเมืองใหญ่ๆ อำเภอฝางที่ฉันได้ยิน ขึ้นชื่อเรื่อง สถานที่ท่องเที่ยว เช่น ดอยอ่างขาง  และผลไม้จำพวกส้ม สองข้างทางที่รถวิ่งผ่าน มีสวนส้มมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา เราแวะทานข้าวเช้าที่ตัวเมืองฝาง ก่อนจะเดินทางต่อไป อำเภอแม่สรวย เชียงราย วันนี้เราจะย้อนกลับเชียงรายแล้วค่ะ
          จากอำเภอฝาง เรากลับมาทางถนนสาย ฝาง – แม่สรวย ซึ่งสองข้างทางมีแต่ภูเขา สองข้างทางเห็นเขาหัวโล้น อาจจะด้วยไฟป่าหรือด้วยน้ำมือไฟคน เราร้องเพลงมาจนสุดทาง จนถึงตัวอำเภอแม่สรวย วันนี้เราจะขึ้นไปบ้านแม่ตาแมวค่ะ แต่ก่อนที่จะขึ้นไป เรามีโอกาสได้ไปแวะเล่นน้ำในคลอง ใกล้ๆ ตลาดแม่สรวย  ฉันรู้สึกสดชื่นเหมือนปลาที่ได้เล่นน้ำฝนหลังจากที่ผ่านฤดูแล้งอันยาวนาน เที่ยงวันนั้นเราจึงพักเล่นน้ำอย่างสบายกายสบายใจ
          จากตัวอำเภอแม่สรวย รถวิ่งไปทางถนนเชียงราย- เชียงใหม่ ห่างออกไปประมาณ 30 กิโลเมตร ถึงทางแยก รถวิ่งขึ้นทางภูเขา ฉันนึกในใจว่าใครหนอ ช่างขยันและอุตส่าห์หลบขึ้นไปอยู่เสียไกล เพราะรถวิ่งขึ้นภูเขา เส้นทางขรุขระมากขึ้นเรื่อยๆ สูงขึ้นๆ ในที่สุดก็ถึงหมู่บ้านแม่ตาแมว น่าแปลกข้างล่างสองข้างทางที่เราผ่านมาเจอแต่ความแห้งแล้ง แต่พอเข้าใกล้เขตหมู่บ้านเริ่มเห็นต้นไม้ใหญ่และความเขียวขจี
          เวลาเที่ยงกว่าๆ ที่เดินทางมาถึงหมู่บ้าน สังเกตเห็นบ้านหลังหนึ่งถูกไฟไหม้ ภายหลังทราบว่าเป็นบ้านของพ่อหลวง ส่วนสาเหตุไฟไหม้ไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่แน่ๆ รู้สึกเสียใจแทนพ่อหลวง 
         

     พอพักให้ร่างกายหายเหนื่อย ฉันก็เริ่มอยากจะหาไรทำ จึงถามเด็กๆ ว่ามีน้ำตกอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ไหม ไม่ไกลครับพี่ สองสามกิโล ก็ถึง ..งั้นไปกันเลยดีกว่า ฉันออกปากชวนทันใด เด็กๆ และเพื่อนร่วมทีมอีกสี่คน  แต่พอเดินเข้าจริงๆ คิดว่าน่าจะไกลว่า 6 กิโล ขึ้นเขาลงเหว ยิ่งช่วงลงเขาชันมาก ต้องคอยจับไม้ไว้ ถ้าขืนพลาด ฉันคิดว่าต้องพาตัวเองไปนอนนิ่งอยู่ตรงตีนเขาข้างล่างโน้นนนน  เหนื่อยใจแทบขาด เปลี่ยนใจจะกลับก็ไม่ทันเสียแล้ว แต่ดูเหมือนพวกเด็กๆ ไม่เหนื่อยกันเลย แถมยังท่าทางสนุกกันอีก ส่วนฉันสาบานกะตัวเองจะไม่มาอีกแล้ว อยากตายเสียตรงนี้เลยจริงๆ เจ้าค้า  พอไปถึงน้ำตกโอ้แม่เจ้า น้ำตกที่อุตส่าห์เดินทางมาเพื่อเล่น ช่างสวยงามเหลือเกิน เห็นน้ำที่ไหลตรงผาหินธารเล็กๆ คิดในใจอย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีน้ำละนะ มองในแง่ดีปลอบใจตัวเอง ดูเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันก็คงจะผิดหวังไม่น้อย...ประสบการณ์ครั้งนี้ประทับใจมิรู้ลืม
         
     ช่วงดึกทำกิจกรรม หมู่บ้านไม่มีไฟฟ้า แต่ใช้ไฟจากพลังงานโซล่าเซลล์ เราจึงขอโทรทัศน์มาฉายสารคดี ติดขัดปัญหาเรื่องการใช้เสียงเนื่องจากคนเยอะพอสมควร ถ้าท่านผู้อ่านนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกตามฉันนะ กลางศาลาหลังไม่ใหญ่นัก มีโทรทัศน์ตั้งอยู่กลางรอบๆ มีเด็ก นั่งบนเสื่อ ชาวบ้านยืนรอบๆ อาคารมุงดู ฉันประทับใจภาพนี้มาก  เพราะมันทำให้นึกถึงภาพตอนเด็ก ในสมัยที่บ้านฉันไม่มีทีวีแล้วต้องไปดูบ้านอื่น อบอุ่นดีนะ
คืนนี้ได้ผ่านพ้นไปด้วยดี แม้จะติดขัดปัญหาไปบ้าง.

กลับหน้าที่แล้ว                                                                                                อ่านต่อ ตอนจบ