มลาบรี “ คนตองเหลือง ”
          หากจะเอ่ยว่าชนเผ่ามลาบรี มีน้อยคนที่รู้จักว่าคือชนเผ่าไหน? แต่ถ้าพูดว่า ”คนตองเหลืองหรือผีตองเหลือง ” เกือบทุกคนก็จะอ๋อทันทีเลย คนตองเหลืองหรือในอดีตกลุ่มคนเหล่านี้ถูกเรียกจากคนทั่วไปว่า “ ผีตองเหลือง ” ด้วยเหตุผลง่ายๆคืออยู่ในป่า ไม่สวมใส่เสื้อผ้า และสร้างที่พักอาศัยด้วยใบตอง เมื่อใบตองเหลืองแห้ง หรือเกิดเหตุการณ์คนตาย ก็จะย้ายที่อาศัยทันที่
          คนตองเหลืองไม่ยอมรับในชื่อนี้เช่นเดียวกับชนเผ่าอื่นๆในประเทศไทย และมักปฏิเสธชื่อนี้ทุกครั้ง เหตุผลการปฏิเสธเพราะว่าตัวเขาเองไม่เรียกตัวเองว่าผีตองเหลือง แต่ตัวเขาเรียกตัวเองว่า “ มลาบรี ” ซึ่งแปลว่า “ คนป่า ” ไม่ใช่ “ ผี ” ผู้ที่มีวิถีการดำรงชีพโดยอาศัยอาหารจากป่า สังคมของคนมลาบรี มีผู้นำชนเผ่า อำนาจและการตัดสินใจทุกอย่างอยู่กับผู้นำอย่างเด็ดขาด

          ทุกคนในชนเผ่ามีความเชื่อมั่นและเคารพผู้นำ เงินทองไม่มีความจำเป็น อาศัยป่าเป็นตลาด พึ่งยาสมุนไพรเป็นโรงพยาบาล ตามหลักมนุษยวิทยาได้จัดมลาบรีอยู่ในกลุ่มชาวมอญ – เขมร จากตำนานเล่าขานของคนชนเผ่า มลาบรีมีต้นกำเนิดอยู่บริเวณต้นแม่น้ำโขงหรือแขวงไชยะบุรี (ประเทศลาว) สำหรับประชากรพี่น้องมลาบรีในประเทศไทย มี ๑๒๕ กว่าคน(สำรวจล่าสุดเมื่อปี ๒๕๔๐) หรือเทียบร้อยละ ๐.๐๒ ของชนเผ่าในประเทศไทย อาศัยอยู่ในจังหวัดภาคเหนือของประเทศไทยประกอบไปด้วย จังหวัดน่านและแพร่บางส่วน

          ในปัจจุบันชนเผ่ามลาบรีไม่สามารถยืนหยัดอยู่กับป่าได้เต็มร้อยอย่างในอดีต จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม แต่ความเชื่อ วิถีแห่งความเป็นคนมลาบรีก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ มีความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า วิญญาณบรรพบุรุษ เหมือนหลายๆเผ่าในเขตภาคเหนือของประเทศไทย มีการตั้งที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง ไม่อพยพเร่ร่อนเหมือนอย่างในอดีต มีการรับจ้าง มีการแลกเปลี่ยนสิ่งของ เช่น รับจ้างถอนหญ้าในไร่พี่น้องม้ง เพื่อแลกกับหมู มีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายเหมือนคนทั่วไป

          และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักทะเบียนกลาง ได้ขึ้นชนเผ่ามลาบรีเป็นชนเผ่าหนึ่งในประเทศไทย มีสถานะ มีสิทธิ มีเสียง ตามระเบียบสำนักกลาง มลาบรีจึงเป็นอีกหนึ่งชนเผ่าซึ่งเป็นชนเผ่าล่าสุดที่ได้สถานะตามสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทย

เขียนโดย
ป. อายิ