หกเผ่าชาวดอย|เกี่ยวกับโครงการ|กระดานข่าว|สมุดเยี่ยม|English 
หน้าบ้าน กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลาหู่ ลีซู อ่าข่า คะฉิ่น ดาราอั้ง

ช่วงพายุฝนคะนองทั่วฟ้า ท้องฟ้าช่างน่ากลัวเหลือเกินเมื่อต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางห้องที่มืดมิดไร้ผู้คน ไร้เสียง มีแต่เสียงฟ้าคำรามทั่วปฐพี ความอ่อนแอได้เข้ามาครอบคลุมจิตวิญญาณ น้ำตาเจ้ากรรมเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง พร้อมกับบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร อีกสักพักท้องฟ้าคงสว่างไร้เสียงฝ้าร้องและสายฝน อีกสักพักคงจะมีผู้คนที่หลบฝนใต้ผ้าห่มออกมาสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังพายุฝนพัดผ่าน แม้ว่าพายุฝนจะจากไปแล้วแต่ก็ยังทิ้งร่องรอยความเสียหายฝากไว้เบื้องหลัง ซึ่งยังฝังใจผู้ได้รับความเสียหายนั้น

ครั้งยังเยาว์วัยทุกครั้งที่พายุฝนมา คนเฒ่าคนแก่มักจะบอกเสมอว่าหลังพายุพัดผ่านไปแล้ว ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีฟ้าสดใส สะอาด ไร้มลพิษที่ค้างบนหมอกเมฆต่างๆ มาวันนี้ฉันสังเกตและพบว่า นั่นคือความจริง เพราะคนเฒ่าคนแก่มักจะบอกกับฉันว่า พวกเค้าอาบน้ำร้อนมาก่อน, รู้มาก่อนจึงได้ตักเตือน แต่มีเด็กน้อยคนที่จะสนใจคำพูดเหล่านี้
..ฉันอยู่ภายใต้อ้อมอกของแม่กับพ่อช่างอบอุ่น ปลอดภัยเหนือที่ไหนอื่นใด ...ฉันยังจดจำแต่สิ่งที่พ่อแม่บันทึกไว้ในความทรงจำของฉันเสมอ ท่านบอกทุกครั้งที่ฉันทำผิด แม้แต่ใส่รองเท้าผิดข้างท่านก็สอนว่า ใส่ใหม่ลูกยังไม่ถูก ถ้าใส่ถูกมันจะใส่ได้พอดีกับเท้าคู่น้อยๆของฉันพอดี หรือแม้แต่ใส่เสื้อผิดข้าง นั่นคือฉันมักจะใส่เสื้อกลับด้านกัน ท่านมักจะบอกกับฉันเสมอว่า เวลาใส่เสื้อตะเข็บเสื้อจะไม่ออกมาด้านนอกจะอยู่ข้างในติดกับตัวเอง ฉันยังจำไม่ลืมเลือน หรือแม้แต่บางครั้งฉันเดินล้ม ท่านมักจะบอกฉันว่า เวลาเดินไม่ต้องรีบร้อน เดียวล้ม เพราะถนนในหมู่บ้านฉันเป็นถนนดินลูกรัง ขรุขระ บ้านฉันอยู่นอกชานเมืองซึ่งคนที่อยู่ในตัวเมืองมักจะเรียกกันว่า “ บ้านนอก ” ซึ่งฉันก็ยอมรับเพราะไฟฟ้าเพิ่งจะเข้ามาในหมู่บ้านตอนที่ฉันอายุประมาณ 4 ขวบ คุณย่าเคยพาฉันไปเดินเล่นแถวหมู่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้แล้ว ฉันยอมรับว่าฉันตื่นเต้นมาก มันเป็นสิ่งใหม่มหัศจรรย์สำหรับคนบ้านนอกอย่างฉันและคนอื่น ๆอีกด้วย ในปีนั้นพ่อกับแม่ของฉันจึงได้แจ้งความจำนงค์ขอใช้ไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จึงได้เข้ามาติดตั้งให้ที่บ้านจนมีไฟฟ้าใช้มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะความฉลาดของพ่อฉันที่ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเก็บหอมรองริบจากการทำงาน เป็นเม็ดเงินของหยาดเหงื่อของพ่อแม่ของฉัน ฉันยังจำไม่มีวันลืมเลือน ทำให้ฉันมีความสุขเมื่อเข้าในบ้านและมีไฟฟ้าใช้อย่างกับคนอื่น ๆ
พ่อแม่ฉันเป็นคนชนเผ่าม้ง แม่ของฉันไม่มีการศึกษาพูดภาษาไทยไม่ได้ ส่วนพ่อของฉันท่านได้ร่ำเรียนจนจบป. 4 ท่านสามารถอ่านออกเขียนได้ ครั้งเมื่อฉันเข้าโรงเรียนประถมหนึ่ง พ่อไปรับส่งทุกวัน หลังเลิกเรียนท่านจะสอนฉันอ่านหนังสือเป็นประจำ เพื่อให้ฉันอ่านออกเขียนได้ ฉันแปลกตาแปลกใจกับอักษรเหล่านั้น เพราะฉันไม่เคยคุ้นตาเลย พ่อแม่ก็ไม่เคยสอนฉันพูดภาษาไทย ทุกครั้งที่ฉันมาโรงเรียนอาจารย์ถามฉัน ฉันไม่รู้เรื่องเลย ฉันตอบอาจารย์ไม่ได้ เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร หากว่าอาจารย์ถามฉันด้วยภาษาของฉัน ฉันก็สามารถตอบกับอาจารย์ได้ แต่นี่คืออะไร แต่สุดท้ายฉันก็ต้องเรียน ต้องพยายามทำความเข้าใจกับตัวหนังสื่อเหล่านั้น และดูว่าเหมือนว่าฉันจะต้องทำให้เป็นไปตามที่พ่อปรารถนา นั่นคือฉันจะต้องอ่านออกเขียนได้ ทั้งที่ฉันไม่รู้เลยว่าเพื่ออะไร ทำไปทำไม เรียนไปทำไม ไม่เห็นเข้าใจเลย
แต่โชคก็ไม่เข้าข้างฉัน เมื่อฉันล้มป่วยด้วยโรคฝีเป็นหนองที่ข้อแขนด้านซ้ายหลายวัน แล้ววันหนึ่งฉันก็เดินไม่ได้โดยไม่รู้สาเหตุ แม่ถามฉันว่าเป็นอะไร ฉันก็บอกแม่ว่าเดินไม่ได้ แม่พาฉันไปหาหมอเพื่อตรวจดูอาการ หมอตรวจพบว่าฉันเป็นหนองในสะโพก ฉันจึงเดินไม่ได้ แม่จึงได้ส่งฉันไปตรวจพร้อมกับรักษาอยู่ที่ โรงพยาบาลชายแดนน้ำยาว ทางโรงพยาบาลไม่สามารถที่จะรักษาได้อีก ส่งต่อไปที่โรงพยาบาลน่าน คุณหมอใจดีมาก หลังจากผ่าตัดที่โรงพยาบาลน่านแล้ว ฉันก็ออกพักรักษาตัวอยู่บ้าน ฉันเรียนไม่ทันเพื่อนเนื่องจากพักการเรียนไป 1 ปี หลังจากที่หายแล้วฉันเริ่มอ่านหนังสือ เริ่มเรียนใหม่อีกครั้ง และฉันก็ทำได้ สอบได้เกรดสี่ทุกวิชา พ่อแม่ประทับใจฉันมาก ฉันยังจำรอยยิ้มของพ่อแม่ได้ แล้วฉันก็ได้เลื่อนชั้น ฉันเริ่มฉายแววว่า เรียนเก่ง โดยพ่อแม่ไม่ต้องสอนมาก ฉันก็เข้าใจและทำได้จริง อีกปีถัดมาฉันก็ได้เลื่อนชั้นแต่การเรียนของฉันมันแย่ลง เพราะว่าไม่มีใครสนใจฉันอีกแล้ว เพราะคุณพ่อแต่งงานใหม่ ตอนนั้นฉันยังเด็กมากไม่รู้เรื่องอะไรเลย แม่ของฉันเสียใจมาก ท่านฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาฆ่าพิษฆ่าตัวตาย ท่านอาเจียนออกมาเป็นสีฟ้า แต่หนูไม่รู้จะทำอย่างไร หนูถามแม่ แม่ก็ไม่บอก ฉันกลัวว่าแม่จะเป็นอะไรไ ร้องไห้ตลอด พ่อรู้ข่าวมาดูแล้วก็ทุบตีแม่ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล ฉันไปเฝ้าแม่ทุกวัน อยู่เป็นเพื่อน ส่วนพ่อนั้นมีความสุขกับผู้หญิงที่แต่งงานด้วย ตอนนั้นหนูสาบานว่า จะไม่แต่งงานกับผู้ชายที่เค้าไม่ได้รัก จะหนีไปให้ไกลเพื่อหลบสิ่งเหล่านั้น ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่รู้ว่ามันจะมีจริงหรือไมกาลเวลาช่างพัดพาเอาสิ่งต่าง ๆ จากฉันไปเร็วเหลือเกิน เหมือนฉันพึ่งตื่นจากความทรงจำเมื่อวานนี้เอง แต่นี่ล่วงเลยผ่านไปแล้วยี่สิบกว่าปี วันนี้เป็นวันที่ฉันจบการศึกษา คนทุกคนมักพบคนที่เห็นแก่ตัวอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น.

คุณคิดอย่างไง ให้เราได้รับรู้ด้วยคะ

จอหลู่แบ พาบะโคะ อ.ลี้: พระพุทธองค์ทรงสอนเวไนยสัตว์ให้เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ความพลัดพรากย่อมเกิดกับสัตว์โลกเป็นธรรมดา โลกธรรมมีว่ามีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีทุกข์ย่อมมีสุข มีดีใจย่อมมีเสียใจ เป็นธรรมดา ขอให้เชื่อในเรื่องทำดี ย่อมได้ดี ขอเป็นกำลังใจให้สู้อย่าท้อ มองโลกในแง่ดีนะครับ
  (12.07.2006, 11:31)


แม็ค คนบ้านล่าง: สู้ต่อไป นี้แหละมันคือแห่งความจริง เป็นกำลังใจให้นะ
  (27.08.2006, 06:07)


หวานใจ: เขียนดีนะ อ่านแล้วคล้อยตาม แต่วรรคสุดท้ายน่ะ คุณต้องการจะสื่อว่าอย่างไรเหรอ วรรครองสุดท้าย กับวรรคสุดท้าย มันไม่ได้ต่อเนื่องกันเลย อ่านๆมา แล้วต้องสะดุด ตกม้าตายตอนจบแท้ๆ
  (29.08.2006, 13:12)


ม้งเค่เม: ว่างๆ ก็เขียนให้อ่านอีก
ไม่มีคนม้งเขียนบทความให้อ่านสักเท่าไหร่
บอกตามตรง หายากมากกกกกกกกกกก
จะคอยติดตาม หากมีบทความใหม่ถ้าไม่เป้นกการบกวน
กรุณอีเมลล์ตรงมาให้เลยนะ
ขอบคุณ
  (12.01.2007, 13:38)


b: birder จริงด้วย หลายคนชอบขี่หลังคนอื่น แต่คนส่วนมากที่ไม่เห็นแก่ตัวก้ยังมี มีมากด้วย
  (10.05.2007, 16:11)


uitk: uj k
  (26.05.2007, 21:13)


นัด: ค่ะ
  (26.05.2007, 21:14)


น้องสาวท่รักพี่คนมาตลอด: วันนี้ท่พี่ชายเราเสียไป ทุกอย่างดูว่างเปล่าไม่เหลืออะไรแล้ว ก่อนท่เราจะจากกันท่บ้านเพื่อมาเรียนไม่ได้ลากันสักคำเลย คิดถึงมากท่สุดเลย น้องจะเก็บความทรงจำดีๆ ไว้ตลอดไปจะไม่มีวันลืมรักพี่ชายมากท่สุดในโลกนี้เลย รักนะคิดถ็งด้วยเป็นห่วงด้วย โชดดีจ่ะ
  (18.06.2007, 10:17)


อ้อม: อยากได้เพื่อนจัง
  (16.08.2007, 14:33)


หนุ่มกรุงเทพฯ: ผมผิดอะไร เคยได้ยินว่าคนกรุงฯชอบหลอกลวงสาวเหนือต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว ขอความเป็นธรรมตัดสินด้วยว่ากรณีนี้ใครผิด เรื่องก็คือ ผมได้รู้จักกับสาว บ้านเลขที่ 39 หมู่ 14 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่บ.แห่งหนึ่งจ.สมุทรสาคร เธอน่ารักนะเมื่อใกล้ชิดความสัมพันธ์ก็มากขึ้น ผมตั้งข้อแม้ไว้ว่าช่วงเวลาที่คบกันขอให้เธอบอกหรือเล่าความจริงทุกอย่างให้รู้ทั้งหมดห้ามโกหกปิดบังต่อกัน การกระทำที่แสดงออกมาของเราทั้งสองคนและผู้คนรอบข้างได้รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน จนเราได้เสียกัน ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างที่ได้ล่วงเกินเธอไป เพราะว่าผมรักเธอ แต่แล้วคืนหนึ่งจู่ๆเธอก็บอกกับผมว่า เธอมีความจริงจะสารภาพกับผม "พี่เราเลิกกันเถอะ พี่ไม่ใช่คนแรกของน้อง น้องมีคู่หมั้นแล้วเรียนอยู่ที่ จ.เชียงราย รอกลับไปแต่งงาน คิดเสียว่าคำพูดที่น้องเคยบอกว่ารักพี่ น้องโกหกก็แล้วกัน ที่ผ่านมาก็แค่สนุกๆ เราทั้งสองต่างก็มีความสุขด้วยกัน อย่าไปคิดอะไรมาก เพราะว่าน้องเคยผ่านผู้ชายมาแล้ว 2 คน พี่นะเป็นคนที่ 3 " เหมือนฟ้าผ่าเข้ามาที่กลางหัวใจ กับคำพูดของสาวที่รัก ( กฤษณา จางวัน น้องติ๋ว )ชาตินี้ผมจะไม่มีวันลืมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ความจริงผมไม่เสียหายอะไร มีก็แต่เสียความรู้สึก ผมได้รู้ความจริงว่าเธอประชดแฟนที่ทะเลาะกันโดยใช้ผมเป็นเครื่องมือหรือเกมส์ในการดึงแฟนกลับมา ยอมลงทุนใช้ร่างกายเข้าแลก "ก่อนเอ่ยคำว่ารักให้กับใคร โปรดจงตรองใจดูให้ดี อยากให้ลองคิดดูอีกที ว่าใจดวงนั้นมันว่างไหม อย่าเอ่ยคำว่ารักให้กับฉัน หากว่ารักนั้นยังสั่นไหว อย่าหลอกกันให้รักแล้วจากไป ปล่อยให้จิตใจต้องเปลี่ยวเหงา ตรองดูให้ดีว่ารักที่มีต่อกัน ที่เธอให้ฉันมันซ้ำมันซ้อนกับใคร อย่าให้ต้องซ้ำเพราะความที่ไม่แน่ใจ ว่าสิ่งใดคือรักที่แท้แน่นอน อย่าเอ่ยคำว่ารักมาอีกเลย ปล่อยให้ลงเอยให้ผ่านไป อยาเอ่ยคำว่ารักให้เจ็บใจ ปล่อยให้ผ่านไปก็คงลืม"ทำได้อย่างไรโกหกผม โกหกแฟน และสำคัญที่สุดก็คือ โกหกตัวเอง ในเมื่อตัวเองยังไม่รักตัวเอง ก็อย่าหวังว่าชาตินี้จะมีใครรักอย่างจริงใจโดยเฉพาะแฟนที่ขนาดเรื่องสำคัญขนาดนี้ยังกล้าทำ บาปกรรมนี้จะติดตัวไปจนตาย สุดท้ายนี่ฝากสอนไว้ว่า จงซื่อสัตย์กับตัวเองและคนที่เรารัก อย่าได้คิดนอกใจอีก มีแฟนแล้วจะประชดแฟนอย่าได้ทำอีกมันไม่ดี
  (25.09.2007, 17:26)


คนมันรัก: รักนะหนุ่มกรุงเทพ
  (26.11.2007, 11:44)


กิ: กิเป็นกำลังให้นะ
  (13.12.2007, 11:43)


นานา: หวังว่าคงมีโอกาสได้ไปที่นั่น เพราะกำลังหาที่ที่เราจะไปพัฒนาอยู่ อีกไม่นานเกินรอเราจะไปนะ
  (18.12.2007, 17:00)


ชัย: สู้ตายสู้ๆ
  (24.12.2007, 16:58)


ชัย: สู้ตายสู้ๆนะทุกคน
  (24.12.2007, 17:00)


นัน: อย่าคิดกับอดีตที่ผ่านมา
  (25.12.2007, 14:38)


เปิ้ล: เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนใหม่
  (25.12.2007, 14:43)


ธาร: ธาร ว่าละไงมีอะไรอีกว่าจะหาชีวิตสงบสุขกลับมีความทุกข์เพิ่มได้ไงวะ
  (04.01.2008, 06:22)


***************: รักนะทุกคน
  (30.01.2008, 15:45)


ความเห็นของคุณ

ชื่อ:
อีเมล์ หรือ โฮมเพจ:

เข้าพิพิธภัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ โดย ฅนบ้านนอก เจ้าของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและข้อมูลภายในเว็บไซต์แห่งนี้ หากท่านประสงค์จะนำไปเผยแพร่่ สามารถเผยแพร่ได้
JavaScript Menu By Milonic.com