ลีซู เผ่าอื่น ๆ

คนหน้ามัน.com

สุขวันต์วันคล้ายวันเกิดทุกคน
Wednesday 2nd January 2008, 2:29 PM

อันดับแรกก็ต้อง ขอสวัสดีปีใหม่ทุก ๆ คน ขอให้สิ่งเลวร้ายในชีวิตได้ผ่านพ้นไปกับปีเก่า และต้อนรับสิ่งดี ๆ ที่จะเข้ามาในปีใหม่ ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขในวันปีใหม่ละกัน หวังสิ่งใดขอให้ทำให้สำเร็จ อย่าเอาแต่หวัง หวังแล้วต้องทำด้วย สำหรับพี่น้องชนเผ่า ถึงไม่ได้มีวันคล้ายวันเกิดในวันที่ 1 ม .ค. แต่เมื่อเราได้วันนี้ สำหรับผม วันที่ 1 ม.ค. ของทุกปีก็คือวันเกิดของผม และวันเกิดของพี่น้องหลาย ๆ คน ก็ขอให้มีความสุขทุกคนนะครับ.......แก่ขึ้นมาอีกปีแล้วขอให้ทำตัวให้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วนะครับ... สำหรับตัวผมเองก็มีการฉลอง กินเลี้ยงเล็กน้อย ต้อนรับปีใหม่บวกกับวันเกิดของเพื่อน และตัวกระผมเอง โดย..
คืนวันที่ 31 ธ.ค. 50 หลากหลายหมู่บ้าน หลากหลาย ชุมชนในพื้นที่ต่างตั้งวง รอคอย เฉลิมฉลองเพื่อต้อนรับปีใหม่ สำหรับตัวผมเองก็ได้ชวนเพื่อน ๆ มานั่งทำอาหารกินด้วยกันที่บ้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเหน็บ แต่มีกองไฟให้ความอบอุ่นอยู่ข้างกาย ยามไฟใกล้ดับ แต่ละคนก็เก็บฟืนมาใส่เพิ่ม กองไฟจะเป็นอันดับ หรือหายไม่ได้เด็ดขาด คืนนี้ก็ทานข้าวกันฉันพี่น้อง เวลาเที่ยงตรงของคืนนี้ ยังมีการร้องเพลง สุขสันต์วันเกิดด้วย หลังจากฉลองกันได้ที่ แหงนดูเวลาก็เกือบตี 3 แล้ว ต่างคนต่างจึงไปหลับนอน แล้วเจอกันใหม่ พรุ่งนี้ ขอสวัสดี

อยากรู้ว่าคนเก่าๆหายไปไหน อ่านซะแล้วจะรู้
Thursday 6th December 2007, 3:57 PM

เพื่อน ๆ คงสงสัยว่าตอนนี้ทีมงาน hilltribe เก่า ๆ หายไปไหนกันหมด เดี๋ยวจะร่ายให้ฟังทีละคนละกัน

พี่จอน หรืออ่าบ๊อจอน ตอนนี้กลับไปเรียนโท ที่เมกา ขอให้พี่จอนประสบผลสำเร็จ โอกาสหน้าคงได้ร่วมงานกันอีกครั้ง จะไม่มีลืม

ป้าลักษณ์ ตอนนี้เห็นบอกว่าจะเป็นร้านขายข้าวซอย แถวบ้าน ที่กรุงเต๊บนู้น ไม่รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว วันเปิดร้านจะไปช่วยกินนะป้า

น้องแอ๋น ตอนนี้ก็เรียนหนังสืออย่างหนัก ที่ม.ราชภัฏเชียงราย ใกล้จบแล้ว

พี่หยี ตอนนี้ได้ข่าวเหมือนกันว่าเป็นครูสอนอยู่ที่ จังหวัดน่าน อย่าลืมมาเที่ยวหาบ้างเน้อปี้

เล็ก ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ กทม. เกี่ยวกับทุนเด็ก ถ้าจำไม่ผิดนะ บวกกับเล็กก็ยังเรียนอยู่

เลาซาน ตอนนี้อยู่โน้นนนน ใต้หวัน ไปทำงาน ได้ข่าวว่าปีหน้าจะกลับมาแล้วนี่ คงได้เจอกัน...

ส่วนที่เหลือก็ยังอยู่ ไม่ได้ไปสิงอยู่แถวป่าเขา หรือต้นไม้ ทำงานรับใช้พี่น้องอยู่แถว ๆ นี้แหละ

กาลเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง
Thursday 6th December 2007, 3:40 PM

กาลเวลาผ่านมาช่างเร็วเหลือเกิน บางครั้งสิ่งที่เราคิดก็ไม่ได้ทำ สิ่งที่เราฝันก็ไม่ได้เกิด แต่สิ่งที่เราไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นให้เราเห็น กาลเวลาที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับผมมากกมาย บางอย่างไม่ได้อยู่ในความทรงจำของผมแล้ว แต่บางสิ่งยังคงฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของผมไม่อาจลืมเลือนได้ แต่ผมก็เชื่อว่าข้างหน้าคงมีทางสว่างให้ผมบ้าง และผมก็จะรอวันนั้น วันที่เป็นของเรา
งานแสดงวัฒนธรรมที่สวนสรารมย์
Friday 3rd March 2006, 11:43 AM

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงาน พร้อมชาวบ้านอาข่า และลาหู่ ได้ร่วมกันเดินทางลงไปยังกรุงเทพ เพื่อเข้าร่วมในงาน มหกรรมปกาเกอะญอ และชนเผ่า จัดที่สวนสรารมย์ ก็ได้นำการแสดงของชาวบ้านลงไปร่วมแจมกับเขาด้วย ของเรามีทั้งการร้องเพลง แนวเพื่อชีวิตของอาข่า โดยนักร้องเยาวชนจากบ้านแสนใจ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของเผ่าอาข่าผ่านบทเพลง เพื่อนำเสนอกับคนรอบข้าง
การแสดงของชนเผ่าอาข่า และ ลาหู่ พร้อมทั้งเรายังเอาสารคดีชนเผ่าไปจำหน่ายในงานด้วย หากผู้อ่านที่เข้ามา อยากได้สารคดีของชนเผ่าต่าง ๆ อาทิ อาข่า ลาหู่ เมี่ยน กะเหรี่ยง เรามีนะครับ หากเป็นในนามของการศึกษา หรือมูลนิธิ จะนำไปเพื่อใช้ในการศึกษา ก็สามารถทำจดหมายมาได้ วันนี้ก็ไม่มีอะไรครับ แค่เข้ามาทักทายเฉย ๆ เพื่อนรอบข้างไม่ค่อยเห็นเขียนกันเลย ไม่รู้ไปไหนกันหมด คงไม่มีเวลา แม้แต่จะมานั่งพิมพ์เรื่องเล่าของตนฝากถึงเพื่อนละก้า ก็ด้วยงาน แต่ทางเดินชีวิตของแต่ละคนที่ต่าง ๆ กัน จึงไม่อาจที่จะให้เหมือนกันได้ ต่อไปก็อยากให้ดูบรรยากาศในงานครั้งนี้ด้วย นอกจากงานแล้ว เรายังพาชาวบ้านไปดูงานหลายที่ ท้ายสุดเสร็จงานแล้วเราก็พาชาวบ้านไปแอ่วทะเลกัน

โฉมหน้านักร้องของเรา


บรรยากาศบนเวที


พะตี จอนิ กำลังเล่าเรื่องเกี่ยวกับนิทานของปกาเกอะญอ


ชิกับบทเพลง ปกาเกอะญอ


รูปนี้ที่ TK park เราไปแสดงที่นั่นด้วย


พาชาวบ้านไปแอ่วทะเลกัน






ใครเป็นใคร อยู่ไหนบ้างดูได้เลยนะครับ...........





ทุกอย่างจะดีขึ้น หากเราทำดี
Monday 20th February 2006, 7:09 PM

ชีวิตของคนเราบางทีก็เหมือนอะไรซักอย่างที่เราไม่สามารถที่จะกำหนดได้ อะไรจะเกิดวันพรุ่งนี้เราไม่รู้ สิ่งที่เรารู้คือ สิ่งที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้ เวลานี้ ขอให้ใช้เวลาทุกย่างก้าวให้คุ้มเถิดครับ ดีกว่าที่เราไม่ได้ทำอะไร และปล่อยให้เวลาลอยไปกับสายลม เราไม่สามารถที่จะรั้งเวลาที่ผ่านไปได้ ขอให้ทำ ทำ ทำ ถึงแม้มันจะผิดบ้าง แหกบ้าง ล้มบ้าง อย่างน้อยเราก็ได้ทำ และจะเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดของชีวิตเราที่จะติดตัวเราไปตลอดกาล

ยินดี และขอบคุณ พี่น้องทุกคน ที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของผม ผมมันคนเขียนไม่ค่อยเก่ง แต่จะเอาเรื่องราวที่ผมผ่าน ที่ผมเป็น ที่ผมพบเห็นมา บอกกล่าวกับทุก ๆ คนด้วยตัวหนังสือ

ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนเท่าไหร่นัก เพราะด้วยเหตุการณ์ที่ ทำให้ผมเปลี่ยนไป ไม่อยากมีความหวัง ความหวังที่เคยมีมา ที่เคยร่วมสร้าง มันได้หายไปในพริบตา มันเกิดอะไรขึ้นกับผม ?? นี่คือคำถามที่ผมตั้งไว้กับตัวเองตั้งแต่เรื่องมันเกิด ผมอาจไม่ต้องบอกรายละเอียดสิ่งที่เกิดแล้ว เพราะผมไม่อยากเล่ามันอีก แต่มันยังคงฝังลึกในจิตใจของผมไม่มีวันหาย ทุกวันนี้ถึงผมไม่มีเขา ผมก็จะยังเดินหน้าต่อ เพื่อให้เขาได้ภูมิใจ ในสิ่งที่ผมทำ ผมไม่อาจล้ม เพราะถ้าผมเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแสดงว่าผมผิดคำสัญญา จากใจที่มีให้กัน ผมมีความสุขในงานที่ทำ และผมจะมความสุขถ้าได้ทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องราวของพี่น้องเราสู่คนวงกว้าง และสร้างจิตสำนึกของพี่น้องเราในการรู้ว่า คุณคืออะไร นั่นคือวิ่งที่ผมจัดต้องทำ ทำ ทำ ทำ ทำ......จงทำ พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร อย่างเพิ่งไปคิด เอาเวลามาทำสิ่งที่คุณอยากทำในวันนี้เถิด...........ขอบคุณ

ตามรอยบรรพบุรุษ
Tuesday 17th January 2006, 3:22 PM

เหตุที่ผมใช้ชื่อของกิจกรรมนี้ว่าตามรอยบรรพบุรุษ ก็ เพราะว่าเป็นกิจกรรมที่มาจากตัวชาวบ้านเอง โดยผู้นำชุมชนบ้านจะแล วัลลภ หนุ่มไฟแรงที่อยู่ช่วงระหว่างรอยต่อของชีวิตระหว่างวิถี วัฒนธรรมดั้งเดิมของชนเผ่าที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ กับ กระแสสังคมที่เข้ามาในชุมชน ผู้นำศาสนา หรือโตโบแห่งบ้านจะแล ผู้ซึ่งกำลังหวาดกลัวสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน เรื่องราววิถีชีวิต ประเพณี ต่าง ๆ ของชาวลาหู่ ที่นับวันจะไม่ได้เกิดการถ่ายทอด และเรียนรู้จากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง โตโบพร้อมด้วยชาวบ้านบ้านอีก สองคน บวกกับ ทีมงาน hilltribe.org จำนวนสามคนจึงได้เดินทางตามหาผู้รู้ในหมู่บ้านลาหู่ตามที่ต่าง ๆ


เพื่อเก็บบันทึกเรื่องเล่า ตำนานเพลง รวมทั้งเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยมีในอดีต ที่ปัจจุบันกลายเป็นเรื่องที่ล้าสมัย และไม่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ วันแรกของการเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์จากเชียงรายมายังเชียงของในระยะทางเกือบร้อยกิโลเมตร วันนี้เราไปที่หมู่บ้านสองพี่น้อง ซึ่งเป็นหมู่บ้านของลาหู่ญี๊ (แดง) ลาหู่ลาบา และลาหู่ฟุ๊ย (ขาว) มีการอยู่รวมกันหลายเชื้อสาย เป็นหมู่บ้านที่ยังคงมีการนับถือดั้งเดิมอยู่

กิจกรรมของเราในค่ำคืนนี้คือบอกวัตถุประสงค์ของพวกเราที่มาที่นี่ พร้อมทั้ง จัดฉายสารคดีของบ้านจะแล เครื่องดนตรีลาหู่ และเรื่องโตโบ ให้ชาวบ้านดู ชาวบ้านต่างสนใจในกิจกรรมที่เราเข้าไปทำพร้อมทั้งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากที่ฉายสารคดีของลาหู่แล้วเราก็ทำการบันทึกเรื่องเล่าของชาวบ้านที่เขามีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ อาทิ การเล่านิทานในแนวตลก การเป่าแคน การเป่าจิ๊งหน่อง เราใช้เวลาในการบันทึกทั้งหมดนี้ถึงเกือบเที่ยงคืน หากแต่ว่าชาวบ้านที่นี่อยากให้เรากว่านี้ เขาสนใจ และอยากให้เก็บเรื่องราวที่เขารู้ไว้ให้กับลูกหลานของเขา จึงนัดเราไปบันทึก การ “หน่อเม๊อดะเว” การร้องเพลงโต้ตอบ ระหว่าง หนุ่มสาว ที่พวกเขาใช้ร้องกันเมื่อก่อน

แต่เขาบอกว่าตอนนี้แทบจะไม่ได้ยินแล้ว หรือถึงร้องก็มีแต่คนหัวเราะ บอกว่าหัวโบราณอะไรประมาณนั้น และที่สำคัญกว่านั้นคือเนื้อเพลงที่เขาร้องคนรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งวัยกลางคนยังฟังไม่ไดความเลย ซึ่งเขาก็บอกว่าการบันทึกอยากให้ห่างจากหมู่บ้าน เพราะไม่อยากรบกวนชาวบ้าน ดึกมากแล้ว และอีกอย่างเรื่องการร้องเพลงพวกนี้เขามักไม่ร้องในหมู่บ้านเขาจะร้องกันเวลาไปทำไร่ ทำสวน หรือในป่าลึก ที่ห่างจากผู้คน

เราจึงต้องเดินทางออกจากหมู่บ้านไปประมาณเกือบกิโลเพื่อไปบันทึกเสียง “หน่อเม๊อดะเว” ในบรรยากาศที่เงียบเหงา แถมอากาศหนาวจัด ได้บรรเกิดเสียงของของหญิงวัยกลางคน พร้อมเสียงแคนประสาน เสียงจิ๊งหน่องตาม เป็นเสียงที่น่าฟังยิ่งนัก เขาบอกว่า เมื่อก่อนการจีบสาวของลาหู่ จะใช้วิธีการร้องเพลงโต้ตอบกันแบบนี้แหละ หรือแม้กระทั่งการดีดจิ๊งหน่องโต้กัน ซึ่งถ้าเราคนที่ไม่รู้เรื่องฟังการดีดจิ๊งหน่องของเขา เราจะได้ยินแค่เพียงเสียงดังแต่ว ๆ ที่ดังในปากของคนดีด แต่ลึก ๆ ในระหว่างที่ดีดไปเขามีการกล่าวคำไปด้วย แทนคำพูด ซึ่งจะมีการโต้ตอบกันแบบนี้ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย
ในการมาบ้านลาหู่สองพี่น้องครั้งนี้เราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เขาบอกว่าไม่ว่าใครก็ตามที่มาบ้านของเขา เขาถือว่าเป็นพี่น้องกัน ถึงแม้ว่าจะรู้จัก หรือไม่ก็ตาม แต่หลังจากที่ใครก็ตามค้างบ้านของเขา ก็จะเป็นรู้จัก หรือญาติของเขาต่อไป จากหมู่บ้านนี้แล้วเราไปต่อที่บ้านมูเซอลาบาซึ่งอยู่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย การมาครั้งนี้ทำให้ผมซึ่งไม่ใช่ลาหู่ได้รู้ว่า ชาวลาหู่ โดยเฉพาะผู้นำศาสนา หรือ โตโบ นาน ๆ ทีจะมีการไปเยี่ยมเยียมเพื่อนบ้าน ทั้งที่เป็นญาติพี่น้อง หรือไม่ ก็ตาม เสมือนเป็นการสร้างเครือข่าย และเรียนรู้ซึ่งกัน และกัน คืนนี้เราไปค้างยังบ้านของโตโบ ของหมู่บ้านนี้ ส่วนกิจกรรของคืนนี้คือ บันทึกเรื่องเล่าตำนานลาหู่ จากหมอผีประจำหมู่บ้าน มีบทเพลงประกอบด้วย ระหว่างที่เขาร้องเพลงลาหู่นั้นน้ำตาของเขาไหลออกมา เหมือนจะร้องไห้ เขาบอกว่านึกถึงเมื่ออดีต สิ่งเลวร้ายที่พวกเขาพบเจอแล้ว ทำให้กลั้นน้ำตาไม่อยู่ รุ่งเช้าอีกวันหนึ่งในบ้านโตโบ ห้องพิธีกรรมของโตโบ ภรรยาของโตโบทำหน้าที่ในการตระเตรียมของต่าง ๆ เพื่อใช้ ในการทำพิธีของโตโบ

หลังจากที่เตรียมของเสร็จโตโบของหมู่บ้านนี้พร้อมโตโบของเราจากบ้านจะแลก็เขาห้องพิธี พร้อมมีการร่ายบทสวดของโตโบ เสมือนเทพเจ้าของลาหู่มาเข้าทรงโตโบ การทำพิธีของโตโบในห้องพิธีกรรมนี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อชาวบ้าน หรือแขกที่มาอยากไดพร หรือ บุญจากโตโบ ผู้ที่ให้ทำพิธีต้องมีการเซ่นไหว้ เป็นเงินลงในบาตรที่เตรียมไว้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเท่าไหร่แล้วแต่จิต หรือเราจะให้ หลังจากโตโบร่ายบทเสร็จก็ทำการผูกข้อมือให้ถือเป็นการเสร็จพิธีกรรม
การเดินทางของเรายังไม่มีที่จบ เพราะเราต้องไปอีกหลายหมู่บ้าน เราลาโตโบ พร้อมเดินทางต่อมายังบ้านดอยแหม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งตรงงกับปีใหม่กินวอร์พอดี เราจึงได้เห็นการเต้นจะคึร่วมกัน

โดยมีทีม หรือนักเต้นจากหมู่บ้านอื่นมาร่วมเต้นด้วย จะมีการเดินขบวนมาตามเส้นทาง ส่วนทางเจ้าภาพงานก็จะมีการต้อนรับโดยการรดน้ำ ดำหัว ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างจะเต้นรอบ ๆ ต้นไม้ปี หรือต้นวอร์ ซึ่งจะมีทั้งการเต้นธรรมดาโดยใช้กลอง และ ท่าเต้นประกอบ อันนี้เป็นส่วนของวัยหนุ่มสาว ส่วนวัยผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะมีการเต้นอีกแบบหนึ่ง คือเต้นตามจังหวะของเสียงแคน ซึ่งจะมีการเป่าแคนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ประสานเสียงกัน เมื่อเสียงแคน กับเสียงกลองบวกกัน ทำให้เกิดเสียงดัง ลั่นทังหุบเขา หลังจากที่มีการเต้นในหมู่บ้านนี้แล้ว

ชาวบ้านก็จะไปเต้นยังหมู่บ้านอื่น ซึ่งเป็นแบบนี้เรื่อยไป จนครบหมู่บ้านที่อยู่ในระแวกเดียวกัน เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์กันในกลุ่มของลาหู่ด้วยกัน
วันนี้ตอนเช้าเราจะยังคงอยู่ที่หมู่บ้านดอยแหลม ถ่ายบรรยากาศของงานกินวอร์ในช่วงเช้า จากนั้นเราก็ถ่ายรูปครอบครัวที่เราไปนอนด้วย พร้อมทั้งล่ำรา และเดินทางต่อเพื่อจะไปยังบ้านลาหู่อีกหมู่บ้านหนึ่งที่ อ. ฝาง เชียงใหม่ ก่อนที่เราจะเข้าไปบ้านลาหู่ที่ว่านี้ก็แวะหมู่บ้าน หนองไผ่ ซึ่งเป็นบ้านลาหู่เหมือนกัน แต่จะเป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างจะเจริญแล้ว แวะที่บ้านของโตโบ ทานน้ำ พักเหนื่อย ก่อนที่จะเดินทางต่อ เข้ามาที่ตลาดเมืองฝาง ซื้อกับข้าวกับปลาเพื่อเอาไปทานในหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านที่เราจะไปตอนนี้เราไม่รู้แม้แต่เส้นทางว่าทางไหน แต่ในหมู่บ้านนี้มีญาติพี่น้องของโตโบอยู่ด้วย ก็แวะถามทางกับคนขับรถรับจ้าง แล้วเดินทางต่อ จนถึงหมู่บ้าน

ซึ่งหมู่บ้านนี้ชื่อ บ้านสันติสุข ลาหู่ญี้ หรือลาหู่แดง ไปถึงเราก็เข้าไปที่บ้านของญาติพี่น้องโตโบ เก็บเข้าของ และรับประทานอาหาร คืนนี้เราก็เอาผลงานที่เราเก็บจากหมู่บ้านลาหู่ที่อื่นมาเปิดให้ชาวบ้านดู พร้อม สารคดีของลาหู่อีกประมาณ 4 เรื่อง ชาวบ้านชอบใหญ่เลย ดูแล้วก็ดูอีก ไม่มีเบือ ประมาณ ดึก ๆ หน่อย ได้เดินขึ้นไปเที่ยว เดินชมบรรยากาศตอนกลางคืนของหมู่บ้านแห่งนี้ ก็เจอชาวบ้านคนหนึ่ง แบกกวาง มาด้วย เขาบอกว่ายิงได้ในป่าใหญ่ซึ่งอยู่ไกลจากหมู่บ้านประมาณ 8 กิโลเมตร กวางตัวใหญ่เหมือนกัน เป็นกวางตัวผู้ เขาก็ทำการชำแหละกวางตัวนั้นออกเป็นชิ้น ๆ เราเลยถามซื้อว่าจะเอาไปทำเป็นอาหารเช้าของอีกวันหนึ่ง แต่เจ้าของบอกว่าไม่ขาย เราเลยกลับมาที่บ้าน แต่ยังดีที่เขาแบ่งให้กับเจ้าของบ้านมานิดหนึ่ง เราก็เลยได้กินเนื้อกวางในคืนนี้ เป็นการกินเนื้อกลางครั้งแรกตั้งแต่เกิด เลยภูมิใจมาก ๆ

การมาทัวร์หาผู้รู้ลาหู่ และเก็บเรื่องราวของลาหู่ในครั้งนี้ ทำให้เราได้รู้ถึงสภาพของวัฒนธรรมในหมู่บ้านลาหู่ที่กำลังอยู่ในช่วงที่ชาวบ้านต้องปรับตัวกันใหญ่ทั้ง เรื่องของสถานที่ประกอบพิธีของลาหู่ หรือ หอแหย่ ก็มีการทำอย่างดี คงทน อีกทั้งหลายหมู่บ้านที่เรื่องราวเหล่านี้จะเริ่มน้อยลง ชาวบ้านบอกไม่ได้ยินเสียงแคน หรือการเป่าจิ๊งหน่องมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว เราไปเหมือนปลุกกระแสให้ชาวบ้านว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ควรจะเก็บไว้ และให้เกิดการถ่ายทอดไปยังลูกหลานของตน


วันที่ 15-16 ณ อาดี่
Thursday 17th November 2005, 12:47 PM

จากเดิมที่เคยเข้าไปบ้านอาดี่ ไปเก็บข้อมูลเรื่องท่าเต้นจะคึต่าง ๆ ของล่าหู่แดง ณ บานอาดี่ เพื่อจะทำเป็นวิทยาพิพนธ์การเต้นจะคึของลาหู่แดง โดยงานนี้มีชาวบ้านลาหู่จากบานจะแล อดีตเจ้าหน้าที่ทำงานที่นี่ เสนอเข้ามา ว่าอยากเก็บการเต้นจะคึของลาหู่ไว้ เพื่อคงไว้กับคนรุ่นหลัง อยากอยากเอาไปเผยแพร่ตามโรงเรียน หรือชุมชนลาหู่ต่าง ๆ ในพื้นที่ และนอกพื้นที่ วันที่ 15 พ.ย. 48 ทีมงาน 3 คน ได้เดินทางโดยรถแมงกาไซค์เข้าไปยังบ้านอาดี่ ท่ามกลางความร้อนของแดด บวกกับ ฝุ่น และภสาพถนนทีไม่ค่อยจะดีนัด

ประมาณ 2 ชั่วโมง เราก็ได้เดินทางไปถึงบ้านอาดี่ ตามเป้าหมาย แวะบ้านพ่อเฒ่าลาหู่คนหนึ่ง กินน้ำกินท่า พักผ่อน ก่อนจะเดินขึ้นไปที่บ้านโตโบ บ้านที่เราจะค้างคืนนี้ เอาเข้าของไปเก็บไว้ในบ้าน และออกมาเดินเล่น ได้เห็น และสัมผัสวิถีดั้งเดิมที่ยังมีการตำข้าวจากครกกระเดื่องอยู่ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ในขนาดที่หลายชุมชน หรือแม้กระทั่งชุมชนของผมเอง ไม่ได้ยินเสียงการตำข้าวจากครกกระเดื่องอีกเลย มันทใผมนึกถึงเม่อก่อนที่ชุมชนยังมีการพึ่งตนเอง และยังทำให้สุขภาพของตนดีอีก แต่ ณ บัดนี้ตื่นเช้ามา ไม่ได้ยินเสียงครกกระเดื่องอีกเลย กลับได้ยินเสียงโทรทัศน์ หรือวิทยุแทน

ตกกลางคืนในบ้านโตโบเต็มไปด้วยผู้คน กลุ่มนักเต้นของหมู่บ้าน หรือผู้เฒ่าผู้แก่ เด็ก เราได้ทำการเก็บข้อมูล ท่า ต่าง ๆ ของการเต้นจะคึ แต่ก่อนที่จะมีการเต้นจะคึชาวบ้านมีการเซ่นไหว้ให้กับ อื่อซา หรือพระเจ้าก่อน โดยมีการจุดเทียนไว้ตลอดการเต้นจะคึ และแล้วเหล่านักเต้นก็ทำการเต้นจะคึให้พวกเราดู หลากหลายท่า หลากหลายลีลา คืนนี้หลังจากเก็บข้อมูลเสร็จเราก็นอน

รุ่งเช้าของวันที่ 16
วันนี้เราคงกลับบ้านล่ะ เพราะเราเองได้ข้อมูลการเต้นจะคึเสร็จแล้ว และได้นัดชาวบ้านพร้อมที่จะถ่ายทำ ในวันที่ 9-12 ธ.ค.48 เหตุที่ต้องเป็นเดือนธันวา ก็ เพราะว่า ช่วงนี้ชาวบ้านยังเก็บเกี่ยวข้าวไม่เสร็จ และหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จก็มีการรับจ้างเกี่ยวข้าวในเมืองอีก จะว่าก็ช่วงธันวานี้แหละ ส่วนเดือน มกรา ก็จะมีการเตรียมงาน สำหรับกินวอร์ ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวลาหู่อีกประเพณีหนึ่ง
การเดินทางของเราเริ่มขึ้นจากบ้านอาดี่ ไปบานหมอผี เพื่อดูวิว และสถานที่ที่เราจะถ่ายทำ เอารูปบรรยากศมาให้ดูกัน

จากบ้านหมอผีก็ลงมายังบ้านลอบือ ถนน ยากมาก สุด ๆ เหมือนกัน ถ้าเจอฝนนะ งานนี้ไม่อยากนึกภาพเล้ยยยย
จากลอบือก็ตีขึ้นไปที่ดอยบ่อ ก่อนลงมาที่บ้านปูเขาะ และกลับ สถานที่เกิด เอารูปบรรยากาศที่ดอยบ่อมาให้ดูกัน


ขอบคุณที่ใช้บริการ




เข้าป่าหาสมุนไพร
Monday 14th November 2005, 11:54 AM

วันที่ 9 พ.ย 48 ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงานเราได้ประสานกับ ผู้รู้เรื่องสมุนไพรของชนเผ่าลาหู่ เพื่อจะนำเด็กนักเรียนของลาหู่ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจะแล เขาไปศึกษาเรื่องยาสมุนไพรของพวกเขาเองในป่า โดยมีเด็กเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ประมาณ 4 คน บวกทีมงานของเรา 4 คน พร้อมผู้รู้อีกคน รวมแล้วราว ๆ 10 คน ส่วนบรรยากาศเหรอ ก็เฮฮามาก ได้ทั้งความรู้เรื่องการใช้ และสรรพคุณของสมุนไพรต่าง ๆ แล้ว ยังได้ตัวสมุนไพรกลับมาปลูกด้วย และก่อนกินข้าวเที่ยง ก็มีการหาปลาในลำห้วยด้วย แต่ขอบอกว่า ไม่ยัก กะได้ปลาเลยหว่า มันไม่มี ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหนหมด คงหนาวมั้ง เลยหนี หัวซุกหัวซุน อันนี้แค่เดานะ มื้อเที่ยงของวันนี้ก็แกง ผักกูดกินกัน แต่ก็ อร่อยดี เพราะไปกันหลายคน กินกันในห้างของลาหู่แถวนั้นแหละ วันนี้ได้บรรยากาศ การเดินทางขึ้นดอย ได้กำลังขา นึกภาพเมื่อก่อนที่เดินลงมา เรียนหนังสือที่โรงเรียนนะ แหม หนุกดี เดินทั้งวันแต่ไม่เหนื่อย เพราะว่า เดินไปด้วย เล่นไปด้วย ไม่อยากบอกเหมือกันว่า ผมเองมักจะโดนพี่ ๆ เขาทิ้งเสมอ ก่อนกลับมาวันนี้ก็ได้มาเล่นน้ำที่น้ำตกห้วยแม่ซ้าย รับอากาศที่สดชื่น ก่อนเดินทางกลับมายังบ้าน อึ่มม หนุกดี
เอารูปมาฝากให้ดูกันนะ



















วันแห่งความเหงา.........
Friday 11th November 2005, 9:47 AM

ช่วงนี้ไม่ได้ค่อยได้เข้ามาบันทึก ไดอารี่ของตนเองเท่าไหร่อ่ะ ผู้อ่านคงจะคิดว่าหายหัวไปไหนน่ะพวกนี้ ไม่ได้ไปไหนหรอกนะครับ อยู่ที่นี่แหละ อยู่กับเบอร์ดี้ (หนึ่งในใจคุณ) แต่ช่วงนี้ทำงานเรื่องศูนย์ข้อมูลของหมู่บ้านอยู่อ่ะนะ ทั้งบ้านยะฟู และบ้านอาผ่า ส่วนบ้านจะแลจะเข้าไปทำต่อไม่กี่วันข้างหน้านี้ บรรยากาศแห่งความเหงามันเข้ามาแทนที่ใจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเรานิ่ง หรือไม่ทำไร เหมือนเราอยู่คนเดียว ไม่ชอบเลยกับสิ่งนี้ จึงต้องหาเรื่องทำ เรื่องไรก็ได้ที่ทำแล้วทำให้เราสบายใจขึ้น เบื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกวัน การได้ยินเรื่องใดเรื่องหนึ่งหลายครั้งติด ๆ กัน อยากให้มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตของเราบ้าง แล้วอะไรคืดสิ่งใหม่ที่เราต้องการล่ะ

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญอีกวันหนึ่ง คือวันลอยกระทง ปีนี้คงไม่ได้ไปลอยกระทงกะใครหรอก ไม่มีคู่ไปด้วยอ่ะนะ ผู้อ่านอย่าแม้แต่จะคิดนะว่าจะเอาคู่ของตนเองให้ผมเพื่อให้ไปลอยกระทงกับผม เอิ๊กก ก็ขอให้ทุกคู่ ทุกคน มีความสุขในวันลอยหระทงปีนี้ ขอให้ละทิ้งสิ่งที่ไม่ได้ ไปกับกระทงตามสายน้ำ แล้วเริ่มต้นคิดใหม่ ทำใหม่ ทำตามสิ่งที่เราอยากทำ งี้ผมคงต้องไปลอยกระทงแล้วมั๊งครับ เผื่อจะได้..............อะไรก็คิดเอาเองนะครับ แค่นี้ก่อนล่ะวันนี้ จะได้เข้าบ้านยะฟูแล้ว เอาข้อมูลไปติด การที่เราทำอะไร หรือ สิ่งไหนที่พวกเขาทำไม่ได้ เรามักจะมีความสุขนะครับ ถึงแม้เขาจะไม่ได้รับรู้ด้วยก็ตาม แต่ความสุขนั้นบังเกิดที่จิตใจของเรา

อู่ดู่ถ่องมะ
Tuesday 25th October 2005, 12:55 PM

นานแล้วนะซิน้อ ที่ไม่ได้เข้ามาเขียนไรเลย ช่วงนี้หนักหน่อย ทั้งทางกาย และใจ เมื่อวานก่อนเล่นเอาเราจนลุกไม่ขึ้นเลย สุขภาพเริ่มแย่ลง แต่ยังดีที่กินข้าวได้ ผมนี่แปลกนะ ถึงจเป็นเมื่อยเป็นไข้เท่าไหร่ก็เหอะ แต่กินข้าวได้ลำแต๊ ๆ อยากแบบ กินข้าวไม่หร่อย สัก อาทิตย์ หรือสองอาทิตย์หน่ะ วันนี้ก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง คือวันก่อนทีมงานเราได้เข้าไปที่บ้านอาดี่ บ้านลาหู่แดง (ลาหู่ญี้) ซึ่งก็อยู่ในเขตตำบลแม่ยาว ที่เราทำงานด้วยนั่นแหละ แต่ระยะทางการเดินทางน ไม่ต้องพูดถึง ก็จากศุนย์ไปบ้านอาดี่ ระยะทางประมาณ 40 โลนะ ไปกลับก็ประมาณ 80 หรือไม่ก็ไกล้เคียงนี่แหละ แต่เชื่อมั๊ยว่า ระยะทางแค่นี้เราใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งน่ะ กว่าจะไปถึงนะ เมื่อยหมดทั้งตัวเลย เอ่อ ที่เราเข้าไปในบ้านอาดี่ครั้งนี้นะ ก็เพื่อว่าเราจะเข้าไปเก็บข้อมูลเรื่องการเต้นจะคึของลาหู่ ซึ่งเราจะเอามาทำเป็น วิทยานิพนธ์ เรืองการเต้นจะคึของลาหู่ แดง วันนี้จึงเข้าไปเก็บเรื่อง ท่าเต้นต่าง ๆ ทังเก่า และที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ เราได้ไปค้างบ้านโตโบ แต่เสียดายหว่า โตโบไม่อยู่ ไปนอนที่ไร่ คงเป็นเรื่องการประสานงานแหละนะ แต่เราก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี พอชาวบ้าน มาครบเราก็ได้ร่วมวงคุยกัน ถึงวัตถุประสงค์ที่เราเข้ามา แล้วทำการเก็บข้อมูล เรื่องการเต้นจะคึ เชื่อไหม หลังจากที่เราเก็บข้อมูลเสร็จ ชาวบ้านเต้นจะคึให้เราดู บนบ้านเลยอ่ะ โห !! ไม่อยากพูด มันได้อะไรมากมาย ไม่ใช่แค่ข้อมูลนะ เราได้เห็นการเต้นจะคึด้วย และมีตำแหน่งหนึ่งที่ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน ก็เป็นลูกโตโบ อายุเพียง 14 มีความสามารถเท่ากับโตโบ สามรถทำพิธีกรรมได้เลย ถ้าจำไม่ผิดนะ ตำหน่งนี้ชื่อว่า ตาลามา ตอนแรกนึกว่ากาลามัง เรียกให้ดี ๆ นะ ว่า ตาลามา เราไปงานครั้งนี้เสียดายอย่างคือ ไม่ได้พกกล้องไปด้วย เพราะระยะการเดินทางไกล เราห่วงเรื่องความปลอดภัยน่ะ เลยไม่ได้เอาไป เดี่ยววันหลังเข้าไปจะเอารูปมาฝากนะครับ ต้องเข้าไปอีก วันนี้แค่นี้ก่อน
ขอบคุณนะครับ ที่กรุณาอ่านจนจบ

กินข้าวใหม่ลาหู่
Monday 17th October 2005, 12:59 PM

เมื่อวานได้มีโอกาสไปบ้านยะฟู หมู่บ้านลาหู่ เนื่องจากว่าทีมงานของเราจะได้เขาไปทำเรื่องข้อมูลของหมู่บ้าน และวันนี้เองก็เป็นวันที่ชาวบ้านมีการกินข้าวใหม่กัน ตอนแรกว่าจะทำเก็บข้อมูลกับคนเฒ่า ตอนกลางคืน และต่อพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง แต่พอไปถึงเรารู้สภาพเลยว่า คนเฒ่าไม่ไหวแล้ว จึงร่วมแจมกับเขา แฮะ !! ก็สบาย ๆ ไม่ได้ทำอะไร คุยกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ คุยกับพ่อหลวงเรื่อง ว่า ข้อมูลคงต้องเก็บพรุ่งนี้ เพราะวันนี้คงไม่ไหว บรรรยากาศโอเค แขกมาเยอะมาก จำได้ไม่หมดว่าจากไหนบ้าง ก็มีทั้งญาติ ๆ เพื่อนของคนในหมู่บ้าน พอเช้ามาก็เรียกคนเฒ่ามาเพื่อสอบถามข้อมูลที่เราจะเข้าไปทำ ในศูนย์ข้อมูลของหมู่บ้าน เห็นบรรยากาศการกินข้าวใหม่ของลาหู่แล้ว คิดถึงเมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมงานเราทุกคนไปเที่ยวกันที่บ้านจะแล ก็มีการเอาฟักทองมาทากัน จนตัวเหลือง ผมเหลือง มีการปาข้าวใส่กัน วงข้าวก็เต็มไปด้วย ฟักทอง และข้าว เป็นวัฒนธรรมของลาหู่นะ แต่ก็ได้บรรยากาศดี บอกได้คำเดียวว่า มันส์มากก ๆ วันนี้นั่งดูรูปของเมื่อปีที่แล้ว ที่เราไปร่วมงานกัน และวันนี้เองทีบ้านจะแลก็มีกินข้าวใหม่ บรรยากาศปีนี้คงไม่เหมือนปีที่แล้วซินะ.............



ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
Wednesday 12th October 2005, 5:51 PM

คิดว่าจะเขียนไรน่ะ
คิดไม่ออก
เด๋วคิดออกแล้วจะมาเขียนต่อนะ

จากดอยสู่ กรุง
Wednesday 7th September 2005, 5:00 PM

ย้อนหลังนะครับ.........
วันที่ 19 - 22 สิงหาคม คือ กำหนดการที่ทีมงาน hilltribe.org จะไปศึกษาดูงานที่สมุทรปราการ
วันที่ 19 ตัวกระผมเองก็เพิ่งมีอาการเซไปเซมาจาก งานเทศกาลโล้ชิงช้า เย็นประมาณ 5 โมงกว่า ๆ ต้องเดินทางมาที่ท่ารถเชียงราย เพื่อมาพบทีม
ก่อนที่จะออกเดินทางมายังหมอชิต วันที่ 20 เราก็เดินทางไปยังบ้านของป้าลักษณ์ อาบน้ำ อาบท่า กันที่บ้านป้าลักษณ์ แม่ของป้ามีขนมเยอะแยะ
แต่เราก็ไม่.. ปฏิเสธ กินกันไม่อั้น จนอิ่มหนำสำราญ ก่อนที่จะทิ้งท้ายด้วยข้าวอีก สองจากครึ่ง
โปรแกรมของเราต่อจากนี้คือ แอ่ว พันธ์ทิพย์ เคยได้ยินแต่ในเพลงของโลโซ ว่าจะไม่ไปพันธ์ทิพย์ ว่าจะไม่ไปพันธ์ทิพย์แน่เลย...ทำไม่โลโซถึงไม่อยากมาพันธ์ทิพย์น่ะ
แต่เราอยากไป ก็ไปกัน ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินไป แอ่วพันธ์ทิพย์ก็เหนื่อยเหมืนหันนี่ แล้วมีที่ไหนล่ะ ที่แอ่วแล้วไม่เหนื่อย งั้นเราไปที่พัทยา กัน
ตกเย็น เราก็เดินทางต่อไปที่ พัทยา
ไปถึงก็ไปหหาจับจองห้องพักกัน ได้ 4 ห้อง ก็เก็บสัมภาระก่อนที่จะลงมาเดินเล่นยัง ชายหาดพัทยา พร้อม ฉันไนท์ กันยังร้านที่อยู่ริมหาด
คืนนี้เราก็เดินเที่ยวเล่นกันบริเวณ หาดพัทยา กับน้ำทะเลที่ไม่ค่อยสะอาดเท่าใดนัก ในสายตาของผมน่ะ (ไม่อยากบอกเลยว่าวันนี้ตื่นเต้นมากที่ได้มาเห็นทะเล)
เพราะจริง ๆ ครั้งนี้เป็นเตื้อแรกที่มาแอ่วทะเลกั๋น หลังจากที่เดินเล่น ถ่ายรูป คู่กับทะเลแล้วไปเล่น โบร์ริ่งกัน (ไม่รู้เขียนถูกป่าสนะ) อันนี้ก็ไม่เคยเล่น เพียงแต่เคยเห็นเขาแข่งกันในที
ตื่อเต้นไม่แพ้เหมือนกัน ดูเขาเล่นง่ายดีน้อ ทีเราเล่นบ้างล่ะ โห !! ลูกแม่งโครตหนักหว่า เล่นไม่กี่ที มือเมื่อยไปมด (อย่างงี้ต้องหาคนมานวดล่ะว๊า)
แล้วใครล่ะ ?? คืนนี้ก็หลับไหลกันด้วยอาการที่เหนื่อยล้าของแต่ละคน

สวัสดีวันที่ 21 สิงหาคม 48 วันนี้เราก็เดินเล่นที่ชายหาดต่อ เก็บหอยเล่น เล่นห่วงยางกัน เข้าไปน้ำทะเล น้ำเลยเค็มจริง หรือ ?? ก็ไม่ได้แตะชิมดูนะ คือมันเขินงัยก็เข้าไปเล่นน้ำ ดำน้ำป๊าบ
รู้เลย เค็มโครต เล่นสักพักโดน แมงกระพุง วางยา ชนิด ยิ่งเกา ยิ่งมัน เลยต้องออกมาตากแดดกันข้างนอก เฮ้ย!! ว่าจะเล่นให้นาน ๆ หน่อยแต่ต้องออกมาซะล่ะ ก็ออกมาสั่งไรกินกัน
อาหารก็งั้น ๆ แพงกว่าเชียงราย ประมาณ์ บ่าย ๆ เราก็เช็คเอ้าธ์ออกจากโรงแรมที่เราค้าง พร้อมเดินทางต่อไปยัง สมุทรปราการ คืนนี้เราค้างที่โรงแรมอย่างหรู
มีประมาณ 20 ชั้น เราค้างชั้นที่ 7 ไปถึงงเก็บของเราก็ออกสำรวจโรงแรมกันไปแต่ละชั้น เจอแต่ละอย่าง คาราโอเกะบ้าง ตู้ปลาบ้าง และก็เจอนางงามในตู้กระจกด้วยนะ เราก็ชมนางงามในตู้กระจกเหมือชมตู้ปลา
ก่อนที่จะเดินออกไปท่ามกลางความ งง ของพนักงานที่ข้างหน้า คืนนี้เราไปแอ่ว คาร์ฟูลกัน ปิ๊กมา กิ๋นเบี๋ยร์สักขวดก่อนนอน Good nigth. see you tomorrow

อู่ดู่ถ่องมะ วันนี้ก็วันที่ 22 สิงหาคม โปรแกรมของเราในวันนี้คือไป ดู เรื่องงาน เวบที่โรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ เป็นโรงเรียนที่มีการสอนเรื่องการทำเวบกับเด็ก ตั้งแต่ยัง อนุบาล ถึง ม 3 น่าสนใจดี
เด็กนักเรียนมีระเบียบมาก ตอนแรกป้าบอกว่า ทางครูโทราบอกว่า เด็ก ๆ ในโรงเรียนรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะได้เจอ ชาวเขา แหม เราทีมงานเลยแต่งชุดชนเผ่าเดินเข้าโรงเรียนซะงั้น แต่ขอโทษ ก่อนที่เรา
จะขึ้นรถนะ คนแถวนั้นมองพวกเราเหมือน ดารา เดินผ่านถนนน่ะ ฮิ ๆ ๆ จริง ๆ นี้ไม่ได้พูดเล่นนะ ทางกลับกันเขาอาจมองพวกเราว่า ตัวไรมาเดินอยู่กลางถนนหว่า แม๊ะ !! แต่เราไม่สนครับ มุ่งหน้าเดินอย่างเดียว
ขนาดตอนขึ้นแท๊กซี่นะ คนขับแท๊กซี่ก็มองใหญ่เลยอ่ะ วันนี้ที่โรงเรียน ศรีวิทยาปากน้ำ ก็มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนกับคณะครู และเด็กนักเรียน เกี่ยวกับงานเวบ ก็ร่วมทานข้าวกับคณะครูที่นี่ ก่อนที่จะลาเพื่อเดินทางกลับเชียงราย
โห !! แบบว่า มาไม่กี่วัน สุดคุ้มน่ะ..........แค่นี้แหละ ขอบคุณที่อ่านจนจบ ส่วนคนที่ไม่ได้อ่านตอนแรกแล้วมาอ่านตอนท้าย ๆ ขอให้โดนแฟนทิ้ง
ฮิ ๆ ๆ เล่น ๆ นะครับ แล้วเจอกันครับ

คนหน้ามัน@hilltribe.org

โล้ชิงช้าปะทะ Akha song ณ แสนใจใหม่
Wednesday 7th September 2005, 1:39 PM


การประกวดร้องเพลงอาข่า เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 48 ณ บ้านแสนใจใหม่ บนยอดดอยแม่สลองใน ของจังหวัดเชียงราย โดยงานนี้เกิดขึ้นพร้อมกับ เทศกาลโล้ชิงช้าของบ้านแสนใจใหม่ ซึ่งทางเรา โครงการ hilltribe.org เป็นสปอนต์เซอร์ของงานนี้ บรรยากาศในงาน คึกคัด ตั้งแต่วันที่ 3 เพราะวันนี้เอง มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มาเป็นประธานในการเปิดพิธี พร้อมทั้งมีการแสดงของกลุ่มแม่บ้าน บ้านแสนใจใหม่ มีการแข่งขันการกระทุ้งไม้ไผ่ จากหลากหลายหมู่บ้าน ส่วนในเรื่องของเพลงอาข่า ก็มีคนสมัครเข้ามาเยอะพอสมควร มีประมาณ 40 กว่าวงที่สมัครกันเข้ามาเพื่อชิงเงิน รางวัล 3000 บาท 2000 บาท 1000 บาท และชมเชย อีก 2 รางวัน ๆ ละ 500 บาท แต่ค่ำคืนนี้มีผู้มารายงานตัวประมาณ 25 วง ก็เริ่มมีการประกวดตั้งแต่ประมาณ์ 1 ทุ่มเศษ ซึ่งแต่ละวงที่มาก็เตรียมความพร้อมมาอย่างดี ได้เห็นความหลากหลายของเพลง และทางเราเองก็ส่งเข้าประกวดด้วย 2 เพลง จน ประมาณ เที่ยงคืนก็มีการประกาศผล ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นที่พอใจ และภูมิใจของทุกคน

โดยรางวัลที่ 1 เป็นของ อาหยะ บ้านแสนใจ ที่มีความสามารถเรื่องของการเล่นลูกคอ ท่วงทำนอง และความหมายที่ลึกซึ้งเกินที่หลาย ๆ คนจะคิด

ในการจัดงานครั้งนี้ก็ได้เห็น
1.ความร่วมไม้ร่วมมือของชาวบ้านแสนใจในการเตรียมการ
2.เป็นการรวมตัวของวงการ นักร้องอาข่า ครั้งสำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่าน ๆ มา ยังไม่มีเกิดขึ้น หรืออันนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจ
3.ปลูก เยาวชนขึ้นมา ให้สนใจ และหวงแหน ในวัฒนธรรมของตนที่พึงมีอยู่
4. สุดท้าย เราต่างคนต่างได้รู้จักกันมากขึ้น และนี่คือวงของพวกเราที่ส่งประกวด ด้วย.....ฮ่า ๆ ๆ ใครเป็นใครอยู่ที่ไหนดูเอาเองละกันนะ

ขอบคุณที่ใช้บริการ ..........

หลักสูตรท้องถิ่น สมุนไพร วันที่ 29 ก.ค. 48
Friday 5th August 2005, 11:22 AM

วันนี้เป็นวันหนึ่งของกิจกรรมหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียนบ้านห้วยแม่ซ้าย ซึ่งก็มีการเรียนการสอนเรื่องสมุนไพร วันนี้อากาศไม่ค่อยดี ฝนตก ผมออกจากที่ทำงานเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนบ้านห้วยแม่ซ้าย ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย อย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

วันนี้เอาสมุดไปแจกให้กับนักเรียนที่เข้าคอสเรียนสมุนไพรด้วย ไปถึงที่โรงเรียนบ้านห้วยแม่ซ้าย ประมาณ บ่าย 2 กว่า ๆ ไปถึงไม่เจอนักเรียน เจอแต่คุณครู ก็ได้ถาม ผอ.ว่านักเรียนไปไหนหมด ผอ.ก็ตอบว่านักเรียนกลับหมดแล้ว เมื่อกี้เล่นฝนกัน แล้วตัวเปียกก็กลับบ้าน แต่พอฝนหยุดได้สักพัก เด็กที่อยู่ใกล้โรงเรียนก็ได้มากัน การเรียนการสอนได้เริ่มขึ้นโดยมีนักเรียนของอาข่า 34 คน จาก 60 กว่าคน นักเรียนเมี่ยน มี ประมาณ 10 คน ส่วนของลาหู่ไม่ได้มีการเรียนการสอน เนื่องจากนักเรียนกลับบ้านเรียบร้อย

การเรียนการสอนของวันนี้ในส่วนของอาข่า มีการแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เตรียมพื้นที่สำหรับเอาสมุนไพรมาปลูก โดยถางหญ้า เตรียมแปลง พรวนดิน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าป่ากับผู้รู้ไปหาสมุนไพร เพื่อมาปลูกยังแปลงที่เตรียมไว้ จนถึงประมาณ 16.00 น. การปลูกสมุนไพรลงแปลงได้เริ่มขึ้น โดยมีนักเรียนสอบถามว่าอันนี้ชื่อไรครับ ค่ะ ใช้รักษาไร ยังงัยครับ ส่วนตัวกระผมเองไม่ได้เข้าไปในป่ากับเขาด้วย เพราะไร รู้มั๊ยครับ เพราะว่าผมตามเด็กไม่ทันเลยไม่ได้ไปด้วย อิ ๆ ๆ ครูคนหนึ่งของโรงเรียนบ้านห้วยแม่ซ้ายบอกว่า ชอบท่องป่า ชอบมาก ๆ อาทิตย์หน้าไปอีกนะ วันนี้ได้สมุนไพรมาประมาณ 10 กว่าชนิดครับ ก็เหนื่อยเอาการ แค่นี้แหละครับ เดี๋ยวมีรูปมาให้ดู ไม่หมดนะเอามาแค่ส่วนหนึ่ง ของส่วนหนึ่ง






งานทา..
Thursday 28th July 2005, 12:00 PM

งานทา หรือ ภาษากลอน หรือการร้องเพลงโต้ตอบของหนุ่มสาว กะเหรี่ยง วันนี้ก็อีกวันหนึ่งที่มาทำกิจกรรมบันทึกงานทาของกะเหรี่ยง ณ สวน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าไหร่นัก บรรยากาศดี ทำท่าเหมือนในจะตกแต่ไม่ตก ทำการเป็นเรื่องเป็นราวเลย เป็นหารบันทึกสิ่งที่กำลังจะไม่มีให้เห็น คนรุ่นใหม่จะไม่รู้ว่า กิจกรรมนี้ หรืองานนี้คือ วิถีของเราที่เคยเป็น เคยอยู่ เพราะบางสิ่งบางอย่างในปัจจุบันไม่ได้รับการสนใจ ท้ายสุดจะเหลือแต่ควมทรงจำ และภาพ แต่อย่างน้อยก็เป็นการปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่กันมาให้ความสนใจในวิถีที่กำลังเป็นอยู่ของตนเอง บรรบากาศที่บอกว่าเมื่อกี้ว่าดี ตอนนี้ชักจะต้องเปลี่ยนคำแล้วล่ะครับ เพราะฝนเทมา อย่างไม่ขัดสาย ผมต้องหาอุปกรณที่จะมาบดบัง กล้องวีดีโอ และกล้องถ่ารูปด้วย อาหารการกิน อร่อยครับ เป็นอาหารกะเหรี่ยง ทำโดยแม่เล็ก คณะทำงานชาวกะเหรียงของทีมงาน การออกนอกพื้นที่ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากออฟฟิท สู่ดงป่า เขาดอย ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรต่ออะไรเยอะ ไม่ว่าเรียนรู้ผู้คน เรียนรู้ธรรมชาติ เรียนรู้เพื่อนร่วมงาน... ตลอดจนเรียนรู้ตัวเราเอง... ขอบคุณครับ



วัฒนธรรมคงอยู่จริงหรือ??
Monday 11th July 2005, 11:12 AM

หลายต่อหลายครั้งที่ได้ยินคำนี้จากผู้คน ทั้งคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนด้วยกันเอง หรือจากที่อื่น เนื่องจากกระแสวัฒนธรรมที่กำลังอยู่ระหว่างรอยต่อของชีวิต ระหว่าง รุ่นผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ซึ่งถือวัฒนธรรมอยู่ กับคนรุ่นใหม่ที่จะต้องมารับช่วงต่อจากนี้ ความหวัง และความศรัทธาของผู้คนตอนนี้
หมักหมมอยู่กับรุ่นผู้เฒ่าผู้แก่ เพราะผู้เฒ่าผู้แก่คือคนที่ถือวัฒนธรรมอยู่ในกำมือ แต่ขนาดเดียวกัน เยาวชน หรือวัยกลางคนจากหลายชุมชน หลายหมู่บ้านเริ่มมีแนวโน้มที่จะคลายสิ่งดีงามเหล่านี้ไป เนื่องจากความหวัง และความศรัทธาที่พวกเขามีต่อผู้เฒ่าผู้แก่ได้หมดไป ความไว้วางใจในการประกอบพิธี จะนำมาซึ่งความผิดพลาด ด้วย เพราะเหล้า เครื่องดื่มที่มีผลต่อการควบคุมสติ เวลาประกอบพิธีก็เมากัน ซึ่งเสียงสะท้อนจากวัยกลางคนที่อยู่ระหว่างการช่วยทำโน่นทำนี่ ว่าด้วยเวลาทำพิธีของผู้เฒ่า หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งที่สำคัญในชุมชน ที่ผิด หรือขาดหาย ทำไม่ครบขั้นตอน ไม่สมบูรณ์ ท้ายสุดแล้วความหายนะก็มาเยือนยังครอบครัว และชุมชน

ไม่ค่อยสบาย.......
Monday 13th June 2005, 5:52 PM

รู้สึกว่าหลายวันมานี้ ตัวเองไม่ค่อยสบาย จะว่าไข้ขึ้นสูงก็ไม่ใช่ อาการมันไม่เต็มร้อยอ่ะ อาการมึน ๆ เฉื่อย ๆ ไม่อยากทำอะไร นอกจากหลับลูกเดียว... แต่ช่วงนี้ก็พยายามมาทำงานอ่ะ (กายไม่พร้อมแต่ใจพร้อม) อาการแบบนี้อาจมาจากเรื่องอาหาร หรือป่าว บวกกับตัวเองไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย และอากาศที่แปรปรวน ทำให้ร่ายกายปรับสภาพไม่ทัน จึงมาบอกกับท่านผู้อ่านนะครับว่า ดูแลสุขภาพด้วย......... ถ้าสุขภาพดีจะทำอะไรก็ไม่ยากครับ ขอบคุณครับ......
การร่ายชื่อบรรพบุรุษของอาข่า....
Monday 30th May 2005, 1:13 PM

หลังจากที่เราเข้าไปประชุมชาวบ้านแล้ว เราได้แนวความคิดจากชาวบ้านเรื่องบันทึกการร่ายชื่อพรรพบุรุษของอาข่า เพื่อรวบรวมไว้ในครัวเรือน หรือเป็นแนวในการเรียนรู้ของกลุ่มเยาวชนโดยทางเราจะอัดเป็น แผน CD ไปให้ เพื่อเปิดชม และเกิดการเรียนรู้ ซึ่งชาวบ้าน หรือผู้เฒ่าผู้แก่เองมีความสนใจ และเห็นพร้อมที่จะทำการบันทึก และเก็บเอาไว้
บ้านแรก เราทำที่บ้านอาผ่า หมู่ 11 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ต่อด้วยบ้านปู่เขาะ ซึ่งก็เป็นไปปได้อย่างสวยงาม แต่มีหลายอย่างที่เราต้องปรับเพื่อเป็นแนวในการเข้าไปในหมู่บ้านอื่น ๆ จากกิจกรรมนี้เองทำให้ผมซึ่งเป็นอาข่า มีความสนใจในการนับชื่อมากขึ้น ซึ่งต้องเรียนรู้ แต่ตอนนี้ผมเองรู้ระดับหนึ่ง แต่ไม่หมด เยาวชนหลายคนก็อาจเหมือนผม หรือบางคนไม่รู้เลย บางทีอาจเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่สำคัญที่เรามองข้ามไป หรือป่าว

ประชุมชาวบ้าน
Monday 30th May 2005, 12:35 PM

ช่วงนี้ทีมงานของเราในส่วนของงานชุมชน กำลังเข้าหาชุมชน เพื่อประชุมชชาวบ้าน หารือเกี่ยวกับแนวในการทำงาน เพราะในการทำงานของเราในเฟสต่อไปคือ จะเอาความคิดของชาวบ้านเป็นหลัก เราเข้าไปเหมือนตัวเสริม แต่แนวความคิดต่าง ๆ จะมาจากตัวของชาวบ้านเอง ตอนนี้เราเริ่มในโซนของบ้านห้วยแม่ซ้ายก่อน เนื่องจากอยู่ใกล้พื้นที่ และเป็นพื้นที่ที่เราเข้าไปทำกิจกรรมอยู่แล้ว
การเข้าไปชุมชนนอกจากเราเข้าไปบอกกล่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เราจะเข้าไปทำกิจกรรม และรับข้อคิดเห็นจากชาวบ้านแล้วนั้น เรายังสามารถเข้าใจถึงสภาพของหมู่บ้าน ตลอดจนข้อจำกัด หรือช่องต่าง ๆ ที่เราจะสามารถสอดแทรกเข้าไปได้
หรือแม้กระทั่งการวางตัวต่าง ๆ ที่เราสามรถทำได้ พูดง่าย ๆ คือจะทำให้เรารูจักชุมชนมากขึ้น อย่างที่ขึ้นไปบ้านยะฟู แผนของเราคือเข้าไปประชุมชาวบ้าน แต่เราไปค้างกับชาวบ้านด้วย คือบรรยากาศมันเยี่ยมยอดมาก ไปถึงทานข้าวเสร็จ จัดประชุมพูดคุย หลังจากประชุมก็เกิดวงย่อยในการพูดคุยสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ กับชาวบ้าน ซึ่งเป็นในวงเหล้า บางทีเรื่องราวดี ๆ หรือข้อคิดต่าง ๆ ก็จะมาจากวงเหล้านี่แหละ วงเหล้านอกจากทำให้เรารู้คนแล้ว ยังสามารถได้ข้อคิดดี ๆ อีกเยอะ ฮิ ๆ ๆ เมาแย้วว ไม่ใช่..........ก็ขอจบด้วยการคารวะ เหล้า 1 จอก เอิ๊บบ

ข้อความเก่า
More Archives

Diary ของทีม hilltribe.org:

แอ๋น: มองโลกผ่านแก้มยุ้ย

เล็ก: พี่ ผมขอเบิกตังค์

ป้าลักษณ์: ลูกผัวบ่มี

อาซา (มาลีก็ว่า)

ต้นซุง

หยี: ไม่เคยแพ้

สมชาย: อย่าเรียกผมว่าสุรชัย

อีจอน (Shan State!)

เลาซานครับผม

อาตี: ฟันขาวจั๊วะ