ลีซู เผ่าอื่น ๆ
เยี่ยมอะบ้อยี 17 กันยายยน48
Thursday 22nd September 2005, 2:35 PM


หลังจากสอบเสร็จ เหมือนกับยกภูเขาอันหนักหน่วงทิ้งไปเลยก็ว่าได้ นึก ๆ แล้วช่างเป็นช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยทางสมองเลือเกิน นอน ตี3 ตื่น 6โมงเช้าเกือบอาทิตย์หนึ่งเต็ม ๆ (สิวก็เต็มหน้า.เฮ้อ...) อ่าน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หนังสืออยู่นั่นล่ะ ใครโทรมาเป็นตกเป็นศัตรูเราหมด เพราะเขาคือมารคอยก่อกวนสมาธิ.....แล้วหลังจากสอบเสร็จแล้วค่อยโทรไปง้อ......
ฉันได้เดินทางไปดอยแม่สลอง บ้านป่าคาสุขใจ เพื่อจะไปประชุมกับชาวบ้านเรื่องเกี่ยวการส่งเสริมอาชีพของโครงการของพี่จุฑามาศ และเราไปเพื่อไปปลดปล่อยความตึงเครียดด้วย (ถ้าเกิดอยู่หอต่อนะ คงบ้าตายแน่ ๆ) นี่ล่ะสาเหตุที่เรารู้จักคนเยอะก็ดีอย่านี้นี่เอง เมื่อเขาไปไหน เขาจะไม่ลืมเรา เราก็สำคัญนิ แต่ก่อนที่เขาจะให้ความสำคัญกับเราเนี่ย เราก็ต้องให้ความสำคัญกับเขาด้วยนะ เรารักเขาไง เขาถึงรักเรา... ( เพราะฉะนั้นจึงอยากรักคนทั้งโลกจัง) บนดอยแม่สลอง อากาศดีนะ สดชื่นเมื่อตื่นนอน บรรยากาศที่ล้อมไปด้วยธรรมชาติ ขุนเขา เฆมหมอก รู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์ยังไงยังงั้นเลยนะ วันนี้ไปเยี่ยมอะบ้อยีด้วยล่ะ อาบ้อยีอาการดีขึ้นมากเลยล่ะ ซึ่งตอนนี้เขาเป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย (มะเร็ง) นะ แต่แกก็เก่งแสนเก่งจริง ๆ นะ ไม่รู้จะชื่นชมแกยังไงว่า ไม่มีใครเก่งได้เท่าแกอีกแล้วในโลกนี้ อันนี้ไม่ใช่มีความสามารถนะ แต่เป็นการที่แกสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสุข และไม่เดือดร้อนใคร แกเป็นที่รักของใคร ๆ เมื่อพบเจอ แกเป็นนักกวีเอกแห่งขุนเขา เมื่อเจอแก แกจะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ต้อนรับ พร้อมเสียงเพลงที่ขับกล่อมลำเนาไพรให้ตื่นจากผวัง....เสมอ
เพราะถึงขนาดเจอคราวก่อนดูท่าว่าแกจะไม่ไหวแล้ว.....แต่มาวันนี้แกไปไร่ได้ ช่างน่าทึ่งมาก อาบ้อแกบอกว่า “ตราบใดที่เท้ายังมีแรง ขาก็ต้องเดินได้” สิ้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายมากมาย นี่ซินักสู้ตัวจริงอ่ะ ขอบอกให้ไปเจอด้วยตัวเองที่บ้านหล่อโย ดอยแม่สลอง รับรองคุณจะรู้ว่า โลกนี้ยังมีอะไรที่เราจะได้ค้นหาอีกมากมาย “ตราบใดที่ลมหายใจยังไม่สิ้น ตราบนั้นการเรียนรู้ก็ไม่ถือว่าสิ้นสุด”