ลีซู เผ่าอื่น ๆ
แด่เพื่อน...
Thursday 10th March 2005, 5:37 PM

กริ๊งๆๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ณ ห้องคอม หรือห้องของทำงานของฝ่าย ICT เพื่อการพัฒนา และทีมงาน hilltribe.org หรือ พิพิธพัณฑ์ชาวเขาออนไลท์
ในมูลนิธิกระจกเงา บ้านห้วยขม หมู่ 1 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย พี่คนหนึ่งชื่อพี่เจี๊ยบรับสายแล้วบอกว่า สายอาตี ผมจึงลุกขึ้นแล้วรีบไปรับสายเสียงนั่นใช่เสียงของใครแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงของแฟนผมเอง ทันทีที่ผมรู้ว่าเป็นเสียงของแฟนผม ผมรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เพราะปกติจะไม่
ค่อยโทรมาหาผม แฟนผมพูดด้วยน้ำเสียงกระสับกระส่ายว่า อาตี รีบกลับมาที่บ้าด่วน ผมก็ถามว่าทำไมเหรอ มีอะไร ใครเป็นอะไร ทุกประโยคที่ควรถาม ผมถามกับแฟนผมหมดแล้ว...เอ่อ น๊า กลับมาเหอะ แฟนผมย้ำ แต่ผมก็ยังคงถามแฟนผมว่า ตกลงใครเป็นอะไรกันแน่
แฟนผมก็ตอบว่า มีคนตาย ในหมู่บ้าน ผมตกใจพักหนึ่ง ก่อนถามขึ้นอีกว่า ใครเหรอ เป็นอะไรตาย ผมถามด้วยความอยากรู้ แฟนก็ตอบว่าอาเกอะ หรือ ชานนท์ เพื่อนเธอนั่นแหละ เขาผูกคอตาย... ผมนิ่งและอึ้งเมื่อได้ยินคำนี้จากแฟนผม เพื่อนคนนี้ คนที่เป็นความหวังของครอบครัว
คนที่กำลังจะจบหลักสูตร คนที่มีความสามารถในด้านกีฬา คนนี้กำลังจะจากทุกคนไปหรือ ผมถึงกับน้ำตาตกใน และทำใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้และรับปากกับแฟนว่า เออ เดี๋ยวจะรีบไป ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูก ปิดโปรแกรมต่าง ๆ ในเครื่องคอมที่ผมทำงานอยู่สั่ง... ชัตดาวน์....... แล้วรีบเดินออกจากห้องทำงานนั้นโดยเร็ว ผมอยากกลับไปให้ถึงบ้านเร็ว ๆ จึงเบิ่งรถมอเตอร์ไซค์ของผมกลับมายังบ้านทันที ในระยะทาง 10 กว่าโล เมื่อกลับถึงหมู่บ้านก็ถามถ่ายเรื่องของวันนี้กับชาวบ้าน ก็ได้รู้ว่ามันไปดีแล้วเพื่อนเอ๋ย... แต่มีคำหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในใจของผมในฐานะที่ชานนท์ คือ เพื่อนของผมคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าไหร่นัก "มึงทำอย่างนี้ทำไมวะ มึงจะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาคนอื่น มึงคิดว่ามึงจะหนีปัญหาด้วยวิธีนี้เหรอ แล้วมึงก็ทิ้งปัญหาไว้ให้กับพ่อ แม่ ญาติพี่น้องของมึงเนิ่ยนะ มึงมันไม่ใช่ลูกผู้ชายนี่หว่า ลูกผู้ชายเขาไม่ตัดปัญหาด้วยวิธีนี้หรอก" ผมลำพึงคำพวกนี้อยู่ในใจก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน กินน้ำกินท่า เก็บเข้าของ แล้วเดินออกมาข้างนอก... การเสียชีวิตของชานนท์ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร ถึงทำให้เขาต้องคิดสั้นขนาดนั้น เพียงคาดเดาว่า คงมีเรื่องที่ไม่สบายใจมาจากข้างนอก เพราะปกติชานนท์ เรียนอยู่ในตัวเมือง พักอยู่กับเพื่อนฝูงในหอพัก นาน ๆ ที หรือช่วงปิดเทอมถึงจะกลับ
มาที่บ้าน และวันเกิดเหตุคือวันพุธ ที่ 9 มีนาคม 2548 ชานนท์เดินทางกลับมาจากตัวเมืองโดยมอเตอร์ไซค์ เท่าที่ได้ฟังจากการบอกเล่าของชาวบ้านบอกว่า วันนี้เห็นชานนท์ไม่สดใส และมีอาการเงียบขรึมไม่ยอมคุยกับใคร ทั้งที่ก่อนหน้านี้เวลากลับมาที่หมู่บ้าน จะยิ้มแย้ม และชอบหยอกล้อคนโน้นคนนี้แต่วันนี้กับไม่เป็นอย่างนั้น กลับมาไม่ยอมเปิดปากคุยกับใคร มุ่งหน้าไปที่ร้านค้าเล็ก ๆ ที่ตังอยู่ในหมู่บ้าน ซื้อเบียร์ช้าง 2 กระป๋อง ก่อนขี่รถไปยังบ้านของเขากระทั่งตกเย็น ประมาณ 5 โมงเย็น แม่และพี่ชายของชานนท์ได้เดินทางกลับมาจากไร่ด้วยความเหน็ดเหนื่อย พอพี่ชายของชานนท์เปิดประตูบ้านเข้าไป
ก็ต้องชะงักเมื่อเจอร่างของน้องชายห้อยโหนอยู่ในบ้าน ไม่รอช้า หยิบมีดมาฟันเชือก ร่างของน้องชายจึงล่วงลงมา จากนั้นพี่ชายของชานนท์จึงตะโกนบอกกับชาวบ้านด้วยความเสียใจกับเหตุการณที่เกิดขึ้น... ก็มีการโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาชันสูตรศพก่อนเรียกผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน เพื่อนำไปสู่กระบวนการของพิธีกรรมต่อไป (ผู้เฒ่าผู้แก่กล่าวว่าการตายของชานนท์ในครั้งนี้ มีมูลมาจากพ่อของเขาที่ได้ตายด้วยการผูกคอเหมือนกัน ครั้นชานนท์ยังเด็ก และไม่ได้มีการทำพิธีแก้ตามประเพณีของอาข่า)...
บรรยากาศในหมู่บ้านในค่ำคืนนี้ดูเงียบเหงาเหลือเกิน เด็ก ๆ จะไม่ออกมาวิ่งเล่นเพ่นพ่านตรงลานหมู่บ้าน เนื่องจากเวลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ชาวอาข่าจะไม่นิยมให้ลูกหลานของตนออกมาวิ่งเล่นนอกบ้าน ตรงกันข้ามผู้ใหญ่ต้องไปอยู่ร่วมวงกับเขา อยู่เป็นเพื่อนเจ้าของบ้าน และก็ตัวผมคือกลุ่มหนึ่งที่ต้องไปเฝ้าบ้านที่เก็บศพ จะมีคนทั้งในบ้านและนอกบ้าน ระหว่างเฝ้าก็มีการเล่นพ่ายหันไปด้วย ก็แทงกัน บาทสองบาท เพื่อความสนุกสนานตัวผมเองก็ไม่ใช่คนชอบเล่นไพ่ แต่ก็ต้องอยู่ดูเขาเล่น เพราะอยู่กันหลาย ๆ คนบรรยากาศจะได้ไม่ดูเงียบ คืนนี้เองผมก็อยู่กับเขาจนถึงประมาณ ตี 2 เศษ ๆ ผมก็ไปยังร้านค้าเล็ก ๆ ในหมู่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เราอยู่นัก เพราะคืนนี้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบ
16 ทีม สุดท้าย ระหว่างทีม อาเซนอล vs บราเยิ่นมิวนิค ซึ่งก็ไปกับน้องที่ดูแลร้านค้านั้น ดูได้ประมาณ เกือบจะหมดครึ่งแรก หรือประมาณ 40 นาทีเศษ ๆ ครึ่งแรกยังไม่ทันจบ ไฟในร้านดับเฉย ผมก็นึกว่าคงไฟดับจริง ๆ ละมั้ง แต่พอเปิดประตูออกมานอกห้องเห็นแสงไฟสว่างเลยครับ แต่เอ๊!!!!! แล้วทำไมห้องนี้ถึงดับล่ะ ชานนท์มาแกล้งหรือป่าว และแล้วเรื่องของชานนท์ก็กระโจนเข้ามาในสมองของผมทันที ยิ่งตอนที่ชานนท์อยู่เป็นคนที่ชอบเตะบอล
และชอบดูการแข่งขันฟุตบอลด้วย ผมคิดไปขนลุกไป มันมาจริงป่าววะ ยิ่งมืด ๆ ไฟก็มองไม่เห็น ผมก็เลยเผลอพูดไปว่า "ชานนท์อยากดูบอลเหรอ ก็มาดูด้วยกันดิ ไม่ต้องแกล้งกันหรอก" ผมพูดเสร็จก็ให้น้องไปเช็คไฟด็ที่บ้าน เพราะไฟทีร้านนี้พ่วงมาจากบ้านอีกหลังหนึ่ง
น้องก็บอกว่าไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินี่ สวิทต์ไฟก็ไม่เด้ง ทุกอย่างอยู่ในสภาพโอเค แต่น้องก็ปลดคัตเอ้าท์ลงแล้วดันขึ้นไปใหม่ ไฟก็ติดครับ แหม เล่นผมใจหายเลยนะครับชานนท์ ศพของชานนท์จะยังถูกเก็บไว้ในหมู่บ้านแห่งนี้หลายวัน เนื่องจากหมอผี ไม่อยู่ ไปเสียศพในหมู่บ้านอื่นก่อน
ที่มีหน้าที่ในการสวด ทำพิธีส่งดวงวิญญาณไปสู่สู่ขติ.. จึงต้องรอให้หมอผีกลับมาก่อนถึจะทำพิธีได้.....
ขอร่วมไว้อาลัยกับคุณ ชานนท์