ลีซู เผ่าอื่น ๆ
เย็นวันศุกร์
Friday 4th March 2005, 9:21 PM

หลายวันก่อนฉันรู้สึกว่า ตัวเองแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนั่ง และอ่านหนังสือ มันน่าเบื่อมาก ๆ ฉันคิดว่ามันจะมีอะไรทำเมื่อมาถึงที่นี่ แต่เป็นเพราะคนเยอะมาก และระบบการจัดการที่ยังต้องพยายามหาคนไม่เติมลงกับงาน เลยทำให้หลายคนดูเหมือนไม่มีอะไรทำ แต่งานหน่ะมีเยอะแยะ จนกระทั่งฉันเองบ่นออกมาว่าจะเดินทางกลับบ้านแล้ว

วันต่อมา ฉันก็มีงานยุ่ง เข้ามาเต็ม อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว วิ่งขึ้นลงบันไดเสียเกิน 10 รอบในวันนั้น หลังจากที่ไปช่วยเป็นล่ามให้อาสาสมัครอังกฤษ Paul Hancock ไปยังค่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึนามิ และมีการสอนทำดอกไม้จากถุงน่อง ซึ่งจะไปหาตลาดให้เขาอีกที

ฉันยังสาละวนอยู่กับการทำตุ๊กตาที่ระลึกงาน 100 วันเหตุการณ์ซึนามิ ร่วมกับ Barbara อาสาสมัครอีกคน แล้วก็มีชาวบ้านเข้ามาขอความช่วยเหลือหลายอย่างเนื่องจากงานได้หายไป พร้อมกับเรือ

อากาศที่ร้อนเหลือเกิน เราเสียเหงื่อกันอย่างมากต่อวัน หลังจากแอบทานอาหารในครัวก่อนคนอื่น เจ้าเกรียงก็มาชวนฉันไปค่ายเขาหลักที่เราไปกันเมื่อวาน ค่ายนี้เป็นบ้านพักชั่วคราวที่ตำรวจตระเวณชายแดน ร่วมกับศุภนิมิตร (World Vision) จัดสร้างขึ้น เราไปเล่นกับเด็ก ๆ ในโครงการ After School ได้รอยยิ้มของเด็ก เหงื่อของตัวเอง และประสบการณ์ใหม่ ๆ มาเติมเต็มชีวิต

ขากลับเราตัดสินใจไปโบกรถที่ถนนใหญ่ เพราะว่ายังมีกันอีกถึง 7 คน คิดว่าคนขับรถผ่านไปมาจะให้เราขึ้นโดยง่าย แต่ดูเหมือนจะไม่ (มีบางคนคิดว่า อาจเป็นเพราะเขาคิดว่าเราเป็นผี !!!) แต่แล้วเราก็ได้พบน้ำใจชาวบ้าน มอเตอร์ไซค์ 5 คัน กับจำนวนคนซ้อน 7 คน ฉันนั่งคันเดียวกับหญิงชรา Chikako Ishii จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเดินทางไปอยู่อเมริกาเสียนาน ฉันเห็นเขามีอาการประหม่าจนต้องถามว่า เขาเคยนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์มั๊ย เขาตอบเลยว่า นี่เป็นครั้งแรก ; ) เมื่อนั่งไปได้สักพัก ฉันก็เช็คอีกทีว่าเธอยังสบายดีอยู่ เธอบอกว่านี่เธอกำลังเกาะเอวคนขับอยู่ ; ) นี่ถ้าไม่มีฉันนั่งอยู่ เขาอาจกลัวกว่านี้ หรือว่าอาจเป็นเพราะว่าฉันนั่งอยู่ก็ไม่รู้ ; )

ประสบการณ์อย่างนี้ เราคงไม่ได้มีโอกาสพบเจอบ่อย ๆ หรือหาได้ยากในสังคมเมืองแน่ ๆ หรือคุณว่าไง