ลีซู เผ่าอื่น ๆ
เดินดอยกลับบ้านลีผ่า
Monday 2nd May 2005, 10:46 PM

หลังจากเดินทางกลับมาทำงานได้ 5 วัน ด้วยความคิดของใครก็ขี้เกียจจะไปตามจับ แต่ลงเอยด้วยการเดินดอยกลับไปเยี่ยมบ้านลีผ่าเก่าของ อาชู บูสึ และน้อย



หลายคนเดินลงจากดอยมา เนื่องจากบ้านที่เคยอยู่เดิม ถูกแจ้งเป็นเขตอุทยาน และไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยียนอีกเลย เราออกจากที่นัดหมายกันประมาณ 8 โมงเช้า ด้วย "เท้า" สมัครเล่นเดินดอยสัก 15 คนเห็นจะได้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม แยกแยะตามความชำนาญ

การเดินดอยเป็นการรบกันอย่างหนักของสภาพร่างกาย และจิตใจที่จะควบคุมการย่างก้าวนั้น ฉันเริ่มต้นการเดินด้วยสภาพที่รู้สึกว่าไม่เต็มร้อย อาจจะเป็นผลมาจากการนอนไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องปรับตัวเองอีกรอบจากเมืองสู่บ้านนอก แต่ด้วยดวงตาของคาดหวัง เอ้า.. ไป ก็ ไป เดินไปได้สักพัก ฉันก็เป็นอันต้อง "อาเจียร" ขู่เพื่อนร่วมทาง แต่กลับทำให้ดีขึ้น และบอกตัวเองว่าต้องทำได้

เดินขึ้นดอยได้ด้วยเวลาประมาณ 3 ชม. ทีมใหญ่เอาของไปวาง พักได้สักประเดี๋ยวเดียว ก็เดินต่อเพื่อหาปลามาหุงหากินกันเที่ยงนี้ "อืม.. หาผัก หาปลา" เสียงแว่วของวิถีเป็นอยู่แบบพออยู่พอกิน แวบเข้ามาในจิตสำนึก ความสุขมันหาได้ง่ายแค่นั้นแหละ จะแสวงหาอะไรกันมากมายกับชีวิต ฉันได้อิ่มกับอาหารที่ 3 สาวที่เอ่ยชื่อด้านบนทำให้กิน ไม่รู้ว่าเขาเรียกรายการนี้ว่าอะไร แต่เอาชะอมมาต้มกับพริก และหัวปลี อร่อยเหลือเกิน ในทีมสมัครเล่นเดินดอย เติมข้าวกันแบบลืมอิ่ม 4-5 จานก็ยังมี ฮ่า ๆ ๆ



หลังจากทานอิ่ม ก็ออกหาของป่าติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอย่างแท้จริง เริ่มกันตั้งแต่ประมาณ บ่ายโมงกว่า ๆ ล่วงเลยไปถึง 3 โมงกว่า 4 โมงเย็น การช็อปปิ้งของป่ามาจบลงเมื่อเวลาประมาณ 4 โมงเย็น เพราะเกรงว่าระยะทางลงดอยจะทำให้ถึงบ้านค่ำ ดูของที่ได้กันมาแล้ว Big C คงจะสู้ไม่ไหวแน่ ๆ



หลายคนเกิดความกังวลแทนผู้ช็อปว่าจะเอาของเหล่านั้นลงมาจากดอยอย่างไร หรือคิดต่อไปว่า ของเหล่านี้คงอยู่ได้เป็นสัปดาห์ แต่เปล่าเลย คำตอบเป็นว่า คนดอยหากมีโอกาสมาหาของป่าอย่างนี้ก็จะหาเผื่อเพื่อนบ้าน ญาติสนิท จนเหลือให้ตัวเองไม่มากมายอะไรนักหรอก แต่เขาเองก็ยังเต็มใจ และสนุกสนานกับการช็อปแบบไม่ต้องใช้เบี้ย ให้สตางค์มาแรก แต่เอาแรงไปเองเพียว ๆ



ระยะทางที่ยาวไกล หลายคนเดินนำไปก่อน จากน้ำหนักตัว ที่อาจเพิ่มพูนด้วยของที่ช็อปมาจากป่า ฉันเองเมื่อได้มีโอกาสลงมาสู่พื้นราบ ( หรือเกือบราบ) ของถนนดินแดง การเดินก็ช่างแตกต่างจากที่ขึ้น-ลงดอยอย่างสิ้นเชิง ฉันสามารถเดินห่างจากสาวชาวดอยได้เป็นกิโลเมตร ในขณะที่ตอนขึ้น-ลงดอยทำได้ห่างเช่นกัน แต่ในทางตรงกันข้าม ฉันตามหลังเขา หลังจากรอทีมสาวชาวโดยที่ตะโกนให้รอสักหน่อย ฉันก็อยากจะลองช่วยเขาแบกของบ้าง โอ้.. แม้เจ้า สาวอาข่าเอ๋ย ฉันเพิ่งเข้าใจความหนักที่เขาต้องแบกไว้บนหลัง นี่ขนาดฉันเดินพื้นราบ ยังรู้สึกได้ว่า มันหนักขนาดไหน น้ำหนักทั้งหมดกดมันอยู่บนหัวนั่นแหละ เฮ่อ.. เมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตในเมืองที่มันหนักกันคนละความหมาย ฉันก็รู้สึกว่า ที่ที่นี้ ยังนำพามาซึ่งความสุขกับความหนักที่แตกต่างกัน และฉันก็ยังเลือกสิ่งนี้



การเดินทางครั้งนี้ คุ้มจริง ๆ ทั้งกับบรรดาสาว ๆ ที่ได้กลับไปบ้านเดิม และพวกเราชาวสมัครเล่นทั้งหลาย ขอบคุณคนคิด และขาของตัวเอง ที่พาฉันกลับมาที่เดิม