ลีซู เผ่าอื่น ๆ
งานอาสาสมัครซึนามิ
Thursday 19th May 2005, 8:25 AM

ไม่น่าเชื่อว่าฉันใช้เวลาถึง 25 วันอยู่ช่วยงานอาสาสมัครซึนามิที่เขาหลัก พังงา (www.tsunamivolunteer.net) จำได้ว่าสัปดาห์แรกผ่านไปโดยเหมือนไม่มีอะไรให้หยิบจับ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่างานมีมากมาย แต่ไม่มีคนแจกจ่ายมาให้ ตอนนี้คิดว่าคงจะเป็นรูปเป็นรอยขึ้นเยอะแล้ว ระหว่างที่ฉันดำเนินการเรื่องผ่าตัดของพ่อเรียบร้อย รอเพียงคิวผ่าตัด ฉันก็ตัดสินใจฆ่าความเบื่อของตัวเองเดินทางลงใต้ ใช้เวลา 3 คืน นอนอยู่กับเพื่อนที่ภูเก็ต และต่อไปพังงา ช่วยงานทุกอย่าง งานส่วนใหญ่นอกเหนือจากที่เข้าไปช่วยเหลือ โครงการตุ๊กตาสึนามิ
จนทำให้มันเกิดขึ้นมา และขายได้ ตอนนี้แม่บ้าน 4 หมู่บ้านมีรายได้จากการทำตุ๊กตาจากเสื้อผ้าเก่าที่คลื่นมนุษย์ทำการบริจาคหลังเกิดเหตุคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม ตอนนี้เรามีสต๊อคของอยู่ แต่คงต้องหาตลาดเพิ่ม เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากนั้นก็คืองานแปล ทุกที่ที่ต้องการ เนื่องจากมีอาสาสมัครต่างประเทศมามากถึงกว่า 50 ประเทศ ทุกคนมีภาษาของตัวเอง แต่สื่อกลางกันด้วยภาษาอังกฤษ บางคนไม่ได้อังกฤษ บางคนไม่ได้ไทย ก็หยิบจับหาคนที่พอจะช่วยเหลือได้ ช่วยสื่อสารในทุกเรื่อง ทุกเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้องการขนย้ายของ ให้ใครช่วยทำความสะอาด ค่ารับจ้างซักผ้าเป็นอย่างไง ออกพื้นที่คุยกับชาวบ้าน โดยเป็นสื่อกลางถามไถ่ให้ฝรั่ง มีโทรศัพท์คนไทยเข้ามา แล้วอาสาสมัครที่ทำหน้าที่ตอนรับเป็นต่างชาติ หรือเลยไปถึงเรื่องส่วนตัวที่อาสาสมัครรอพัศดุส่งมา หรือแม้จัดสอนภาษาไทยให้อาสาสมัครสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้บ้าง ท้ายสุดอาสาสมัครที่อยู่ในช่วงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ - 18 มีนาคม 2548 คงตอบคำถาม "ไปไหน" เป็น "ไปเที่ยว" ได้ สามารถพูดว่า "กินข้าว" "อร่อยมาก" ได้บ้าง

นอกจากงานที่วุ่นวาย วิ่งไป วิ่งมา ฉันก็ค้นพบมิตรภาพจากการทำงานช่วยเหลือกันเองกับอาสาสมัคร และคนในพื้นที่ พอเราแยกย้ายกันกลับบ้าน หลายคนก็รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันเลย ขณะที่ตอนอาสาสมัครอยู่ที่นั่นก็เพียงแต่เห็นหน้ากัน และพอรู้ว่าคนไหน จะอยู่ที่ไหนบ้าง

2 สาวฮอลแลนด์นี้ มักจะพบเจอเธออยู่แถวหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ และห้องพัก เราเจอหน้ายิ้มให้กัน โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแต่ละคนชื่ออะไร จำได้ว่ามาถามชื่อเอาไม่กี่วันก่อนฉันตัดสินใจกลับบ้าน หากเบื่อจากงานหลังเคาน์เตอร์ก็จะเจอเธอตามค่ายก่อสร้าง เช่น ทับตะวัน หรืองานกลางแดดอยู่บ้าง วันก่อนที่ฉันจะกลับ ก็เกิดไอเดียว่าจะเก็บภาพกันไว้หน่อย แต่ด้วยความเพี้ยนของการทำงานอาสาสมัคร ที่ต้องสนุกไปด้วย ถึงจะอยู่กับมันได้ เจนนี่ (Jenny) ก็เอาไฟฉายมาส่องหน้าฉัน เหมือนว่าฉันเนี่ยคงมองไม่เห็นแน่ ๆ เมื่อถ่ายรูปเทียบกับสาวฝั่งยุโรปทั้งสองคน ในขณะที่ฉันคว้าสัปปะรดจากที่ไหนมาก็ไม่รู้มาถือไว้ เหมือนมันจะทำให้รูปสวยขึ้น และชันทาล (Chantalle) ก็ไปคว้าดอกไม้ที่ผลิตจากถุงน่อง บนเคานเตอร์มาถือ เพราะกลัวว่าจะเก้อที่ไม่มีอะไรถืออยู่ในมือ



ทุกวันนี้เรายังคงติดต่อกัน บอกเล่าชีวิตที่ต่างคนต่างพัดพาตัวเองกลับไปยังที่ ๆ ตัวเองต้องดำเนินต่อไป มิตรภาพยังคงดำเนิน อยากบอกขอบคุณสถานการณ์สึนามิ ที่นำพาความพลัดพรากไปจากหลาย ๆ คน แต่ก็นำมาซึ่งมิตรภาพแห่งการพบเจอกันต่อไป ชาวบ้านหลายคนที่นั่น ก็คงรู้สึกเช่นกัน