เชียงราย คืนที่ 2
Tuesday 6th December 2005, 9:09 PM
อยู่เชียงรายคืนที่ 2 มันเงียบเหงา แปลก ๆ อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป เรามาถึงที่นี่กระทันหันเมื่อวาน ตัดสินใจกลับเข้าบ้าน แพ็คของ หลังจากแวะซื้อตั๋วเครื่องบินขึ้นเชียงราย ช่วงเช้า
หมี่ติ๊ ภรรยาคู่กัดของอาตี จากไปด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดคิด การจากตายที่แสนทรมาน และไม่มีวันได้กลับมาคุยกันอีก หลายคนเคยบ่นเบื่อกับการที่หมี่ติ๊ แม่สาวตัวน้อย ๆ แต่เสียงแจ๋น ๆ ตลอดเวลา เมื่อใครไปเยี่ยมเยียนเขาที่บ้าน แต่ไม่มีแล้วเสียงนั้น
จากการบอกเล่าของอาตี .. หมี่ติ๊ออกไปเกี่ยวข้าว พร้อมพวกพ้อง โดยบรรทุกอยู่ท้ายรถกระบะ จำนวน 26 คน โดยหมี่ติ๊ไม่ได้บอกก่อนว่าจะไปทำ เพียงแต่บอกให้อาตีลุกขึ้นมาหุงหาอาหารตอนเช้าให้หน่อย วันนั้นเป็นเช้าวันอาทิตย์ อาตีก็ไม่รู้ว่า จะรีบลุกไปทำไม จึงนอนต่อ หมี่ติ๊ลุกขึ้นมาตัดพ้อ ว่าขอร้องเพียงแค่นี้ก็ทำให้ไม่ได้ ตอนหลังจึงรู้ว่า ไปเกี่ยวข้าว อาตีออกไปธุระข้างนอก กลับมารอการกลับมาของภรรยา ทำกับข้าวรอถึง 3 อย่าง แต่จนทุ่มกว่า ๆ แล้ว หมี่ติ๊ก็ยังไม่กลับ อาตีจำต้องกินข้าวไปก่อนส่วนหนึ่ง เพราะหิวมาก
ประมาณ 2 ทุ่ม อาตีได้ยินเสียงรถขึ้นดอยบ้านตัวเอง ก็ดีใจ "เออ กลับมาแล้วเนอะ" แต่แล้ว.. ก็ได้ยินเสียงรถดังโครม เขารู้ได้เลยว่าต้องมีเหตุเกิดขึ้น เขาวิ่งออกจากบ้านเพียงแค่กางเกงตัวเดียว เสื้อก็ไม่ได้ใส่ รองเท้าก็ไม่มี แต่ว่า เมื่อไปที่เกิดเหตุ ข้างสะพานขึ้นหมู่บ้าน เขาก็มองอะไรไม่เห็นเลย มันมึด และอยู่ข้างลำห้วยเล็ก ๆ เขาวิ่งกลับขึ้นมาอีกที พร้อมเพื่อนบ้าน แล้วเอามอเตอร์ไซค์ออกไป ส่องเหมือนเป็นไฟฉาย ช่วยเหลือคนเจ็บ ที่ขณะนั้น รถคว่ำ ครอบทุกคนไว้ที่ท้ายกระบะ หลายคนขุดทราย เพื่อพยายามเอาตัวเองออกมาจากที่นั่น เขาเข้าไปช่วย จับคนเจ็บคนนี้-คนโน้น ออกมา แต่เขาไม่เจอหมี่ติ๊... เขาตะโกนบอกให้คนช่วยกัน หงายรถขึ้น และเจอหมี่ติ๊โดนรถทับอยู่ เลือดออกจากจมูก และปาก เขาอุ้มร่างเธอขึ้นมา ผายปอด เป่าปาก เพียงเพื่อจะให้ภรรยาฟื้นขึ้นมา แต่มันไม่เป็นผล เงียบ และไม่มีอาการตอบสนองใด ๆ
เขาพาร่างภรรยา และคนเจ็บไปโรงพยาบาล ระหว่างทางก็เรียกหมี่ติ๊ ไปตลอด ไม่มีเสียงใดตอบออกมา หวังเพียงว่า ให้หมอปั๊มหัวใจให้เมียผมหน่อย ทำไมต้องเป็นอย่างนี้
ไปถึงโรงพยาบาล มันสายไปแล้ว หมอว่า เธอคงตายตั้งแต่ที่เกิดเหตุ
อายุเธอเพียงแค่ 21 ปี ลูกสาววัย 2 ขวบครึ่ง ต้องขาดแม่ แล้วสามีที่ยังไม่ทันได้คุยกันให้เข้าใจ ถึงความน้อยเนื้อต่ำใจต่าง ๆ นานา เธอไปแล้ว และไม่มีโอกาสได้สื่อสารกันอีก
อาตีนั่งดูเวลาจากเที่ยงคืน จนถึง 6 โมงเช้า เผาไปเป็นชั่วโมง ๆ อย่างไม่รู้จักอ่อนล้า นี่เธอไปแล้วจริง ๆ เหรอ ฝันไปได้ไหม...
หลังวันตายของภรรยา อาตีอาบน้ำ แต่งตัวใหม่ให้ภรรยา และสวมรองเท้า สัมผัสต่อเท้าที่เย็นชืด เพราะไม่มีวิญญาณของเธออยู่แล้ว ฝนตกทั้งคืน อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ กับช่วงเวลานี้ของปี ฟ้ารับรู้การจากไปของเธอ เรารับรู้การจากไป น้องคนนี้ของพี่ ขอให้เธอสงบ ไม่ต้องห่วงอะไร ที่เธออาจต้องห่วงนะ
น้องชายของพี่.. อาตี พี่ไม่มีคำไหน นอกจากสงสารเธอจับใจ มันไม่ควรเป็นอย่างนี้จริง ๆ จากตายมันโหดร้ายเหลือเกิน
แต่นั่นแหละ .. ไม่มีใครเลือกวันตายของตัวเองได้ ฉันเรียนรู้ว่า ระหว่างที่คุณยังมีชีวิตอยู่ คุณทำทุกวันให้ดี ให้มีความสุข และมีสติ ทำให้ดีที่สุด ให้คนที่รายล้อมรอบข้างคุณ เพราะคุณไม่มีวันรู้ว่า พรุ่งนี้ อาจไม่มีวันมาถึงสำหรับคุณ และคนรอบ ๆ ข้าง
พี่รักพวกเธอนะ
|