ลีซู เผ่าอื่น ๆ
หายไปไหน..
Tuesday 11th April 2006, 12:46 AM

เฮ้อ นานจริง ๆ ที่ไม่ได้เข้ามาเขียน ขีด อะไรที่นี่ หลายครั้งก็ยังคิดถึงมากอยู่ ตอนนี้ก็ทำตัวให้ยุ่งวุ่นวาย หลายเดือนก่อนยิ่งยุ่งกว่านี้

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ฤกษ์ยามที่ได้ถูกกำหนดสำหรับเดินทางไปออสเตรเลียตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็ได้จัดการให้มันเกิดขึ้นเสียที หลายคนถามว่า ทำไมต้อง "ออสเตรเลีย" จริง ๆ แล้วก็เป็นประเทศที่อยากไปเยือนมานาน อยากรู้ว่าทำไมคนถึงไปอยู่ที่โน่นกันเยอะแยะ สภาพความเป็นอยู่เขาเป็นอย่างไง ในขณะที่เวลาผ่านเลย เพื่อน ๆ หลายคนก็ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น และเราเองก็รู้จักเพื่อนมากมากขึ้นที่ได้เกิดอยู่ที่นั่น เอาหล่ะ เมื่อเป็นเวลาเหมาะ เมื่อ "ฟ้า" ได้ผ่าพังครืนลงมากับชีวิต ไหนเลยจะปล่อยให้เรื่องเหล่านั้นมันมาสาบแช่งชีวิตเราไปเรื่อย ลุกขึ้น และเดินตามความฝันที่อยากจะทำมานานเหลือเกิน

ฉันวางแผนเดินทาง จากเมืองสู่เมืองเป็นเวลานาน คุยกับเพื่อนว่าควรจะเป็นไง แล้วจัดการวางแผนจากเหนือลงใต้จากเมืองสู่เมือง เพื่อดูบรรยากาศ ผู้คน ที่แตกต่างกันไป จากเมืองบริสเบน รัฐควีนแลนด์ ต่อไปซิดนีย์ รัฐนิวเซาส์เวลล์ แล้วจบลงด้วยเมลเบิร์น รัฐวิคตอเลีย ใช้เวลาทั้งหมดทั้งสิ้น 5 สัปดาห์

เวลาเดินทางเป็นคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ หลังจากพยายามไปหลายครั้ง เนื่องจากได้วีซ่าปลายเดือนธันวาคม โทรศัพท์ไปจองที่นั่ง แต่ว่างเอาวันที่ 20 มกราคมเลย ก็เลยคิดว่ารออีกหน่อย เลยตรุษจีนเลยดีก่า โทรจองเวลาเดินทางกับสายการบิน แต่เป็นอันต้องเลื่อนจากครั้งที่ 1 (กำหนดการเดิม 29 มกราคม) เพราะว่า พ่อมาเป็นไข้ ไม่สบายหนัก วันก่อนเดินทางเพียงแค่ 2 วัน อ๊ะ ไปเทียวเอง ยังไม่ไปก็ได้เนอะ ไหน ๆ ก็ว่างมากอยู่แล้ว เลื่อนออกไปอีก 1 สัปดาห์ (เป็นวันที่ 5 กุมภาพันธ์) เพราะต้องรอดูอาการไข้ของพ่ออยู่ดี เวลาตกเป็นวันที่ 5 ด้วยความเซ็งอย่างที่สุด เพราะว่า ดูเหมือนจะมีเหตุทำให้สะดุด ทั้งสัปดาห์ ไม่ได้จัดของอะไรเลย อาการของพ่อดีขึ้น และคิดว่าคงได้เดินทางแน่ แต่แล้วก็มีเหตุอีก คืนก่อนการเดินทาง ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า พ่อของน้องสะใภ้เกิดเหตุ ล้มลง และ (คิดว่า) หัวใจวาย เสียชีวิต เสียใจกับเขา และเซ็งกับตัวเอง เพราะว่า เลื่อนอีกแล้วคร๊าบท่าน (คราวนี้เป็นคืนวันที่ 7) แล้วก็ไปร่วมงานศพเขา คืนวันที่ 6 เนื่องจากเขาเป็นคริสต์ เลยมีพิธีแค่ไม่กี่วัน และก็จะฝังเลย นี่เป็นเหตุให้เพื่อนบางคนถึงกับบอกว่า อย่าไปเลย ดูเหมือนจะมีอะไรมาบอกให้เราอย่าอยู่ห่างกับครอบครัว คือว่า.. ฝันมันมี อยากไปให้ถึง และรู้ว่าอุปสรรคเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เราทำอะไรได้ช้าลง แต่ไม่คิดว่าจะหยุดเราได้ อันนี้คือความมุ่งมั่นของเรา

และแล้วเราก็ได้เดินทาง เครื่องบินออกประมาณเที่ยงคืน เราต้องออกจากบ้านช้าสุด 2 ทุ่ม เผื่อรถติด และต้อง check-in ก่อนเวลา 2 ชม. รู้มั๊ย เราจัดกระเป๋าเสร็จ 2 ทุ่มพอดีเลย (ระหว่างนั้นก็จัดห้องไปด้วย เพราะคิดว่าถ้าเราไม่อยู่ ก็จะมีคนใช้ห้องเราได้ เป็นประโยชย์) ชั่งน้ำหนักแล้วไม่เกิน อาบน้ำ แต่งตัว เดินออกจากบ้าน น้องชายคนเล็กนั่งแท็กซี่ไปส่งพร้อมกัน แล้วไปเจอคุณเพื่อนสนิ๊ทที่ไปส่งด้วยอีกคน (อ่อ.. เพื่อนสนิทอีกคนที่ภูเก็ตก็คอยส่งข้อความมาทั้งวัน ว่าเราจะได้ไปเหรอ เฮ่อ.. ท้า ทาย ท้าทาย) ถึงสนามบิน 3 ทุ่มนิดหน่อย ออกจากบ้านประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ไปต่อแถวเช็คอิน เพื่อฝากกระเป๋าใบใหญ่ และเดินในสนามบินด้วยกระเป๋าในเล็ก ๆ แค่นั้น ไปนั่งกินน้ำ ขนมที่แบล็คแคนยอน แล้วก็ส่งข้อความจากมือถือหาเพื่อนที่โน่น ที่ฝากซื้อน้ำหอม แต่จำไม่ได้ ได้ข้อความเรียบร้อย จดไว้ ก็ได้เวลาที่ต้องเข้าไปที่ประตู เดินทางขึ้นเครื่องซะ เอ้า.. ลุ้น ๆ มีอีกอย่างเดียวที่จะทำให้เราพลาด คือ ขึ้นเครื่องบินไม่ทัน เราทิ้งโทรศัพท์ให้น้องชายไปดำเนินการใช้ระหว่างที่เราไม่อยู่ เพราะว่า ต้องเสียค่ารายเดือนอยู่แล้ว ไหนเลยจะเสียเงิน โดยเปล่าประโยชน์ เดินไปจ่ายภาษีสนามบิน เดินเข้าไป ผ่านแถวยาวเหยียด คนเดินทางเยอะมาก นาฬิกาก็ลืมเอามา จะพลาดอีกมั๊ยเนี่ย พอหลุดจากเคาน์เตอร์ตรวจคน ก็ถามคนว่าเวลากี่โมง เอ้า.. ยังมีเวลาเหลือ เดินรี่ไปซื้อน้ำหอมที่เพื่อนต้องการ บวก Gin Tonic ฝากเพื่อนอีกคน และแล้วก็เดินทางไปที่ประตู คิดว่าจะโทรศัพท์กลับบ้านอีกที แต่ว่า ไม่มีโทรศัพท์ที่ Gate บวกกับไม่อยากหาเรื่องพลาดอีก สุดท้ายก็ได้ไปอยู่บนเครื่อง ฮ่า ๆ ๆ

เราเลือกเครื่องบินที่บินตรงเลย ใช้เวลาบนเครื่องบินประมาณ 8 ชม. เราจะไปถึงบริสเบน เวลาที่โน่นห่างประมาณ 3 ชม. ถ้าเครื่องไม่ช้า เราก็จะถึงประมาณเกือบเที่ยงของที่โน่น ขึ้นเครื่องก็ดีใจลิงโลดมาก บินไปเที่ยวคนเดียว หลายที่ด้วย วิ๊วววว สักพักเขาก็เอาข้าวมาเสริฟ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จิบไวน์แดงไป 1 แก้ว แล้วก็ง่วง อยากดูหนัง แต่ว่า นะ ขึ้นเครื่องก็เที่ยงคืนแล้ว ไม่ไหว ๆ หลับไปตอนไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกที ปวดท้อง บวกอยากอาเจียร ตายหล่ะหวา ฉันเป็นไรไปเนี่ย วิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน ร่างกายทำงานดีมาก ในการขับพิษ ทั้งอาเจียร ทั้งท้องเสีย ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย??? โอ๊ย บินคนเดียวด้วย ยังอีกหลายชม. กว่าจะถึง แง แง จะรอดมั๊ยเนี่ย (ตรู) กลับมานี่นั่ง ไปขอน้ำเปล่าแอร์เติม แล้วก็นอนพาด 3 ที่นั่งเลย เพราะว่าคนบินน้อยมาก เสร็จแล้วก็ผ่านไป เพลียอยู่

ถึงบริสเบนประมาณเที่ยง เขาสอบถามนิดหน่อย ทำไมเพิ่งมาคะ บอกจะมาตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว นี่กุมภาพันธ์แล้ว งง โห.. คำถามเดียว ตอนขอวีซ่าที่ตัวแทน ว้าว.. ก็รากยาวแบบที่เขียนไว้ข้างบนแหละ ทนฟังเอาหน่อยละกัน เสร็จจากนั้นก็เอากระเป๋าไปตรวจ ที่ออสเตรเลียนี่ขึ้นชื่อเรื่องของที่ติดไม้ติดมือเข้าประเทศ ไม้ ผลิตภัณฑ์จากพืช ดิน อาหาร ทุกอย่าง จะโดนตรวจหมด เพราะว่าเขาเป็นเกาะ แล้วยิ่งมาจากเมืองไทย ถ้าข้าพเจ้าบอกว่าไม่มีอะไรมา ก็โดนแน่ เอ็งโกหกเห็น ๆ ก็เลยแจ้งไปว่ามีเสื่อที่ทำจากปอ อันหนึ่ง เขาขอดู แล้วเอาไปตรวจแมลง ถ้าเจอ ก็ได้ใช้นั่งเล่นกันอยู่ที่สนามบินหล่ะคะคุณเจ้าหน้าที่ แต่ปรากฎว่าไม่เจอ เฮ่อ.. ปิดกระเป๋า เดินออกมาเจอเพื่อน ว้าว.. เปลี่ยนแปลงไปเยอะ ทั้งคู่ คุณเพื่อนเปลี่ยนทรงผมใหม่ ไอ้ดิฉันก็ผอมไปเกือบ 10 โล กอดกัน หัวเราะวี๊ดว้าย พอให้คนอิจฉาเล่น ๆ แล้วก็ลากกระเป๋าไปเรื่อย เพื่อหารอเพื่อน แล้วก็เดินทางไปบ้านท่านซะ พักอยู่กับท่าน 2 อาทิตย์ สบายแฮ สบายใจ ที่นี่บ้านพัก เหมือนเมืองไทยมาก ยกไต้ถุน เจอคนไทย แค่ที่ร้านอาหาร คนเจียงฮายด้วยคะ เขาว่าเขาเป็นคนพาล เอ้ย.. ไม่ใช่ คน อ . พาน อยู่ที่นั่น ก็มีอ้วก เป็นระยะ ๆ นอนร้อนอยู่กับห้องบ้าง ( เพราะเป็นหน้าร้อน) ทำอาหารไทยให้คุณเพื่อนได้กิน เที่ยวทะเลที่ Noosa Beach กับ Byron Beach ชุดว่ายน้ำได้ใช้ลงทะเลก็คราวนี้แหละ ที่นี่เขาทำกัน ไม่แปลก ฉันว่าชุดว่ายน้ำฉันเรียบร้อยที่สุดเลย ที่โน่นเขาบิกีนี่กันท๊างน๊าน

จันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ก็ขึ้นเครื่องเดินทางไปซิดนีย์ ด้วยความอุปถัมภ์ของเพื่อนชาย (มีบ้าง แหม..) ถึงซิดนีย์สัก 4 โมงครึ่ง ตอนเย็น เพื่อนสาว และเพื่อนของเขาอีกที มารับ และขึ้นแท็กซี่กลับห้องพัก คอนโด กลางใจเมือง เมืองนี้ มีแต่คนไทย คิดว่า คงอยู่กันเป็นแสน ทั้งคนทำงาน คนเรียน ทั้งยูนิตของคอนโดอยู่กัน 8 คน ไทยล้วน เดินไปอีก 2 บล็อค ร้านวีดีโอ ละครไทย หนังไทย เพลงไทย แล้วก็ร้านขายของชำไทย เวลาที่นั่น 1 สัปดาห์ เดินไปที่ไหนก็เจอคนไทย ตามท้องถนน คุยกันอยู่ข้างหน้าบ้าง ข้างหนังเราบ้าง เมืองนี้ เดินจนเมื่อยขาไปหมด เยอะมาก ๆ อยู่ไป 3 วัน รู้สึกเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อนสักแห่งในเมืองไทย เพราะน้อง ๆ ที่ห้องส่วนใหญ่มาเรียน แล้วก็เปิดรายการทีวีไทย กันทั้งวัน ถ้าอยู่บ้าน ที่นี่คาดหวังจะไป Blue Mountain แต่แห้ว เพราะว่า พายุเข้าอาทิตย์ที่เราวางแผนจะไป ก็เลยได้ไปทะเล Coogee Beach กับ Bondi Beach เดินเองไป Opera House, Daring Habour, The rock, Sydney Habour Bridge, China town, เยอะแยะ พรุน เมืองนี้ เมื่อยทั้งตัว จนเดินแทบไม่ไหว ได้เจอเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันนานมาก มันออกจากประเทศไป 13 ปีแล้ว บอกเล่าชีวิต เป็นไงบ้าง ระหว่างแยกย้ายกันไป รองเท้าได้ขาดไปคู่ ตอนเดินไปหาเพื่อน หัวเข่าเขียว ล้มชนพื้น รู้สึกเลยว่าคนที่โน่น เขาต่างกับเมืองไทย เมืองไทย คงมีแววตาสงสารบ้าง ที่โน่นเขาว่า รองเท้าไม่ดี นั่นแหละปัญหา จ้า ๆ เข้าใจแล้ว แล้วยังได้เจอเพื่อนที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี แต่ได้ยินเสียงทางโทรศัพท์ เจอกันทาง chat แล้วก็อีเมลล์ อยู่ที่นี่ใช้เงินน้อยมาก เพื่อนเลี้ยงหมด ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณม๊าก ๆ เพื่อน ๆ จ๋า

จันทร์ถัดมา วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เดินทางต่อไปเมลเบิร์น ตื่นสาย เพราะเมื่อคืน เที่ยงคืนแล้วยังเดินไปไชน่าทาวน์ กินไอติมกันอยู่เลย นอนตี 2 เห็นจะได้ ตั้งนาฬิกาปลุกแล้วไม่ตื่น เครื่องออก 9 โมงเช้า ควรต้องออกจากบ้านเจ็ดโมง แต่ตื่น 6.45 น. จะบ้าตาย รีบลุกไปห้องน้ำ อ่าว.. หน้ามืดอีกแล้วครับท่าน ห้องน้ำ กับห้องส้วมที่นี่ เขาจะแยกกัน สักพัก ฉันก็ปวดถ่าย ต้องนุ่งผ้ามาห้องส้วม แล้ววิ่งกลับมาห้องน้ำ เพื่อจะอาบน้ำอีก แล้วก็มืด วาว ๆ จนต้องนั่งลงกับพื้น แล้วพอเอาน้ำโดนตัวก็เกิดหนาว อุ้ย.. ช่างมันละกัน คนที่นี่ เขาก็อาบน้ำ วันเว้นวัน เอาวะ.. 7 โมง ออกจากบ้านได้ คิดดู รีบมาก รากกระเป๋าไป แล้วก็เรียกแท็กซี่ ไปสนามบินคนเดียว เพราะเพื่อนต้องเรียน แล้วก็เปลืองเงินด้วย ไปสนามบิน เกือบ 20 เหรียญ (600 บาท) บินถึงที่โน่นเที่ยงได้ เครื่องบิน delay เพื่อนมารับ เราก็โทรติดต่อไม่ได้ เงินในมือถือหมด ต้องเติม สรุปก็รอไป เราก็หิวชิบเป๋ง บนเครื่องก็ไม่มีอะไรกิน ถึงก็บ่าย เพื่อนขับรถพาไปเที่ยวคาซิโน จำได้ว่ากินข้าวไก่ย่าง 8 เหรียญ (240 บาท) หิวมาก แต่กินไม่หมด คิดถึงอาตีเลย ถ้าอยู่ด้วย คงเหมาให้ เข้าไปดูโบส์คาทอลิก นั่งรถราง (Tram) แล้วขับรถกลับบ้านเพื่อน ก็อีกชั่วโมงกว่า ไกลพอควร เราก็หลับ ๆ ไปบ้าง อยู่โน่น ก็ไปเที่ยวหลายที่ Great Ocean Road, Twelve Apostles, Frankston, Mornington, Springville, ไปฟาร์มรีดนมวัวของญาติเพื่อน แล้วก็นั่งรถไฟ เข้าเมืองวันอาทิตย์ 2.50 เหรียญ ขึ้นได้ตลอด ที่นี่ ก็ไปท้องเสีย จะเป็นลมอีก ร้อนมาก ๆ ไปตลาดหลายที่ Dandenong, St Kilda Beach Market ก็สนุกสนาน บวกเครียดสำหรับที่นี่ เพราะคุณเพื่อนก็ทะเลาะกันเป็นปกติ 2 สามี-ภรรยา อ่อ.. ได้ทำพรมเช็ดเท้าให้เพื่อนผืนหนึ่งจากผ้าห่ม คิดดูว่าเครียด ขนาดต้องหาอะไรทำ ฮ่า ๆ ๆ

เดินทางออกจากประเทศวันที่ 14 มีนาคม โน่น หลังเที่ยงคืน ข้ามไปวันที่ 15 มีนาคมอีก สนุกสนาน เปิดโลกทัศน์ อยากกลับไปอีก.. วันไหนน๊า..

รู้แล้วใช่มะ ไปไหนมา เดินทางออกจากบ้านคราวนี้ ชีวิตรู้สึกเปลี่ยนไป เจอคนมากขึ้น มีความคิดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมา แล้วก็พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงอีกที มันคืออะไร รออยู่นะ..