Pictoday
pictoday
รูปภาพ
ข้อความ

การเปลี่ยนแปลงของวิถีวัฒนธรรม จากอดีตสู่ปัจจุบัน

ความเป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือ จะมีความโดดเด่นและมีลักษณะเฉพาะของแต่ละชาติพันธุ์กันไป แต่ในปัจจุบันนี้ความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆทั้งด้านการสิ่งสาธารณูปโภค และการสื่อสาร ก็ได้ขยายความเจริญสู่ชนบทในพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น ซึ่งความเจริญก้าวหน้าดังกล่าว ก็ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อพื้นที่บางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบบางประการจากการเปลี่ยนนี้เช่นกัน สิ่งที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์จะได้รับก็ คือการได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น การได้เข้าถึงความเจริญมากขึ้น แต่ในทางกลับกันเมื่อความเจริญมีมากขึ้นก็จะมีผลต่อการบั่นทอนความเป็นเผ่าลง อาจทำให้วัฒนธรรมชนเผ่าเดิมที่เคยมีมาได้ค่อยเลือนหายไปพร้อมกับชนรุ่นหลังที่พัฒนาตนเองกลายเป็นคนเมือง เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๕๓ รายการสนทนาท้องถิ่นของ ทีวีจอเหนือ Thai PBS ซึ่งออกอากาศในโซนภาคเหนือ ทุกวันเสาร์ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐น. ได้เข้าไปจัดเวทีสนทนาท้องถิ่นที่หมู่บ้านห้วยแม่ซ้าย หมู่บ้านที่มีการอาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ 3 ชาติพันธุ์ เป็นโอกาสดีที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีเวทีในการสนทนาแลกเปลี่ยน และมองภาพอนาคต ความเป็นไปของชุมชน ไม่ว่าเรื่องความเป็นอยู่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ที่พวกเขาต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อยืนหยัดและดำรงซึ่งความเป็นเผ่า และวัฒนธรรมสืบต่อไป


write...by..ปู เด็กฝึกงาน

ลานวัฒนธรรมร้างผู้คน

ลานวัฒนธรรมหรือ ที่ภาษาอ่าข่า เรียกว่า "แดห่อง" ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการพบปะและถ่ายทอดเรื่องราวของบทเพลง วิถีต่างๆ หากนับเวลาย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หลายหมู่บ้าน ยังคงได้ยินเสียงเพลง และเสียงหัวเราะดังมาจากลานวัฒนธรรมของชุมชน หากแต่ทุกวันนี้ เสียงเพลง และเสียงหัวเราะต่างๆได้ถูกแทนที่ด้วย เสียงร้องคาราโอเกะ หรือ ระครทีวีจากช่องต่างๆ ทำยังไงจะทำให้สิ่งเหล่านี้ถูกรื้อฟื้นขึ้นในชุมชนของอ่าข่าให้ลูกหลานได้เห็นความสำคัญและสืบทอดต่อไป..


write...by..คนหน้ามัน

จะสู่ฤดูจั๊กจั่นแล้ว

ฤดูจั๊กจั่นก็คือฤดูหนาวของเรานั้นเอง พระอาทิตย์กำลังโปรยยิ้มต้อนรับยังเข้าฤดูหนาวแล้ว เปล่งประกายสีทอง น้ำค้างบนยอดหญ้าใสนวล เพิ่มความสดใสให้กับใบหญ้าในตอนเช้า แต่แล้วลมหนาวก็เข้ามาแวะเวียนถึงบนดอยแล้ว หนูน้อยและพ่อเฒ่าแม่เฒ่านั่งผิงไฟรอบๆเตาไฟ ตอนสายๆหน่อยท่ามกลางหุบเขาก็จะได้ยินเสียงของฝูงจั๊กจั่นร้องเพลง เพราะจั๊กจั่นออกมาตากแดดเพื่อผ่อนคลายความเหน็บหนาว คนเราก็เช่นกันกับจั๊กจั่น


write...by..สาวลีซู

ดูหัวใจหมู

เวลาเราเข้าไปในหมู่บ้านอ่าข่าหรือชนเผ่าอื่นๆ เราอาจสังเกตเห็นผู้เฒ่าผู้แก่กำลังรุมกันดูหัวใจหมู ในการประกอบพิธีกรรมใดพิธีกรรมหนึ่ง  การดูหัวใจของหมูเป็นวิธีการดูว่า ในการทำพิธีกรรมครั้งนี้ดีหรือไม่ หรือเมื่อทำพิธีกรรมเสร็จแล้ว ชุมชน  หรือบ้านที่ทำพิธี จะมีทิศทางไปทางไหน ครอบครัวเป็นสุขขึ้น การทำมาหากินขึ้น อะไรต่างๆ เหล่านี้จะปรากฏในหัวใจของหมูที่ถูกฆ่าในพิธีนั้นๆ  ในการดูหัวใจนั้นใช่ว่าทุกคนจะสามารถดูหรือรู้ได้เกี่ยวกับสิ่งที่จะเป็นไปหรือสิ่งที่เคยบังเกิดขึ้นมาแล้ว  หากดูแล้วดีต่างก็พากันแสดงความยินดี  แต่ถ้าเกิดดูแล้วไม่ดี ผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะบอกกล่าวกับเราว่า ดูแล้วไม่ดีแบบนี้นะ จะต้องทำพิธีแก้ไขเพื่อให้มันดีขึ้น 


write...by..คนหน้ามัน

ความฝันของเด็กน้อย

คนหลายคนคงเคยถามเด็กว่า “โตขึ้นมาอยากจะเป็นอะไร ?” เด็กบางคนก็ตอบว่า หนูอยากเป็นหมอค่ะ, อยากเป็นดาราค่ะ, อยากเป็นครูค่ะ, อยากเป็นครูครับ, อยากเป็นตำรวจครับ, ส่วนใหญ่เรามักจะได้คำตอบประมาณนี้ แน่นอนอยู่แล้วว่าความฝันของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ เป้าหมายและอุดมการณ์ เด็กคนนี้ก็เช่นกันที่จะมีความฝัน แต่ความฝนนั้นจะไปถึงจุดเป้าหมายหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่และเด็กด้วย เพราะอะไรถึงขึ้นอยู่กับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ต้องส่งเล่าเรียนลูกไหวไหมและมีเงินส่งเรียนสูงๆให้ลูกหรือเปล่า ส่วนใหญ่เด็กชนเผ่านั้นมักจะไม่ได้เรียนสูงๆ พ่อแม่ไม่มีเงินส่งเรียนถึงสูงๆเด็กบางคนอยากเรียนหนังสือสูงๆ เด็กก็ต้องไปกู้เรียนและต้องออกไปหางานทำเพื่อมาเป็นค่าเทอมและค่าใช้จ่ายต่างๆ


write...by..สาวลีซู

ภาษาคือรากฐานวัฒนธรรม

การสะท้อนเรื่องราวของพี่น้องชนเผ่ากะเหรียง เพื่อให้เยาวชนของพี่น้องชนเผ่ากะเหรียงกล้าที่จะแสดงตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ทำให้คนในสังคมเกิดการยอมรับและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ทางชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น ภาษา วัฒนธรรม และการดำรงชีวิตอยู่ กะเหรี่ยงก็มีความต่างในเรื่องภาษาและวิถีชีวิต เช่น กะเหรี่ยงโปว์กับกะเหรียงสกอ การใช้ภาษาจะไม่เหมือนกัน การออกเสียงหรือภาษาพูดจะไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าการพูดหรือวิถีชีวิตจะไม่เหมือนกันแต่ความรักที่มีต่อกันก็อย่างเหมือนเดิมและความเป็นพี่น้องเหมือนเดิม คลิกเปิดดูเปรียบเทียบภาษาโปว์(โผล่ง)-สกอว์(ปวาเกอญอ)


write...by.. สาวลีซู

ร่วมต่อฝันของบรรพบุรุษ

เด็กน้อยกะเหรี่ยงโปร์กำลังตั้งอกตั้งใจเรียนรู้กระบวนการขึ้นด้ายจากแม่ เป็นการสานต่อเรื่องราวของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น ที่บรรพบุรุษปฏิบัติต่อๆกันมาเรื่อยๆ แต่มาปัจจุบันไม่ได้รับความสนใจจากเยาวชนคนรุ่นใหม่เท่าที่ควร ในวัฒนธรรมแฝงด้วยเรื่องราวและภูมิปัญญามากมายที่จะให้หมายรู้และปฏิบัติได้ สอนให้ลูกหลานเป็นคนดี ปฏิบัติในสิ่งที่ดีและเหมาะสม หากไม่มีวัฒนธรรมเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ก็จะทำให้วิถีที่เคยดำรงอยู่เปลี่ยนไป หากเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีงามก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่หากเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงก็ต้องกลับมาลองพิจารณาดูว่าเกิดอะไรขึ้น


write...by..คนหน้ามัน

พิธีกรรมและธรรมชาติ

คนชนเผ่าเราเป็นกลุ่มที่มีวิถีชีวิตเป็นอยู่อย่างสอดคล้องและพึ่งพาธรรมชาติอย่างกลมกลืนมีประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง กลุ่มที่ยังมีการนับถือความเชื่อแบบดั้งเดิม จะนับถือในบรรพบุรุษ และเชื่อในจิตวิญญาณและสรรพสิ่งในธรรมชาติ เช่น เชื่อว่าป่ามีจิตวิญญาณของป่า ,ต้นไม้ แม่น้ำ ดิน ฯลฯ ต่างมีจิตวิญญาณเป็นของตนเองเช่นกัน และหากทำดีต่อสรรพสิ่งเหล่านี้ ก็จะสามารถปกป้องคุ้มครองผู้กระทำดีนั้นได้ ดังนั้นประเพณีวัฒนธรรม และการดำรงชีวิตจึงอิงอยู่บนฐานความเชื่อเหล่านี้


write...by..อาซา

แสงเทียนแห่งชีวิต

ปลายแสงเทียนที่คอยส่องให้ความสว่าง แสงเทียนริบหรี่ที่อบล้อม ด้วยความหวังให้ความสว่างเพียงเล็กน้อย บรรยากาศใต้แสงเทียน ชั่งอบอุ่นและมีความสุขที่ได้ทานอาหารกันพร้อมหน้า ถึงไม่ได้รวย แต่ขออยู่อย่างพอเพียง และมีความสุข


write...by..สา

ลานวัฒนธรรมร้างผู้คน

ลานวัฒนธรรมหรอที่ภาษาอ่าข่าเรียกว่า “แดห่อง” ซี่งเป็นสถานที่สำหรับการพบปะและถ่ายทอดเรื่องราวของบทเพลง วิถีต่างๆ หากนับย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หลายหมู่บ้านยังคงได้ยินเสียงเพลง และเสียงหัวเราะดังมาจากลานวัฒนธรรมของชุมชน หากแต่ทุกวันนี้เสียงเพลงและเสียงหัวเราะต่างๆ จากลานวัฒนธรรมได้ถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องคาราโอเกะหรือ ระครทีวีจากช่องต่างๆ ทำให้บรรยากาศในลานวัฒนธรรมของอ่าข่าเลือนหายไปจากชุมชน


write...by..คนหน้ามัน