พามีฉุกับสะเปวยแมะ

         พามีฉุเป็นคนที่ชอบหลับ ตัวใหญ่มีหน้าอกกว้างถึงหนึ่งวา เป็นเพื่อนกับสะเปวยแมะ ซึ่งตัวใหญ่เหมือนกัน มีหน้าอกกว้างสามศอก ซึ่งสะเปวยแมะเป็นคนไม่ชอบหลับ ในบริเวณหมู่บ้านที่ทั้งสองอาศัยอยู่ มีที่ราบกว้างเจ็ดที่มีดอยเจ็ดดอย มีกิ่วดอยเจ็ดกิ่ว มีห้วยเจ็ดห้วย ชาวบ้านทุกคนต่างก็อยากจะไปทำไร่ที่บริเวณนี้ แต่ทุกครั้งที่จะไปทำพอดูเมื่อแล้วก็ไม่สามารถทำได้เลยปีหนึ่งเจ้าสองคนนี้ก็ชวนกันไปทำและไปฟันไม้เป็นการจับจอง กลางคืนนั้นพามีฉุก็ฝันว่ามีคนมาหาและบอกกับเขาว่า“ ที่ตรงนี้เป็นทางผ่านของเรา พวกเจ้าจะมาทำไร่ที่นี้ไม่ได้ ”

          รุ่งขึ้นพามีฉุก็เล่าความฝันของตนให้สะเปวยแมะฟังและทั้งสองก็ยังยืนยันว่าจะทำไร่ตรงนี้อยู่ ทั้งสองจึงเริ่มถางไร่ และได้สร้างกระท่อมหลังใหญ่จนในที่สุดก็ได้ปลูกข้าวจนเสร็จเรียบร้อยและเมื่องานเสร็จแล้วทั้งสองก็ว่างจากงาน พามีฉุจึงบอกกับสะเปวยแมะว่า ข้าจะนอนหลับสักสามวันสามคืนนะ ดูแลไร่ด้วยนะ ถ้าไม่ถึงสามวันข้าก็จะไม่ตื่นนะสะเปวยแมะนั้นไม่ชอบหลับอยู่แล้วจึงยอมตกลงและไม่ว่าอะไร แล้วพามีฉุก็นอนหลับไป ผ่านไปเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ผีก็มาตัวใหญ่มาก พอเห็นผีมา สะเปวยแมะก็ร้องเรียกพามีฉุ เรียกยังไงก็ไม่ตื่น สะเปวยแมะก็ต่อสู้กับผีในไร่ ข้าวล้มระเนระนาด สู้กันไปถึงบนดอย สะเปวยแมะสู้ไปก็ร้องเรียกพามีฉุไป แต่เขาก็ไม่ตื่น สู้กันจนถึงห้วย จนครบกำหนดสามวันสามคืน พามีฉุก็ตื่นขึ้นมาตามหาเพื่อนไม่เจอและเห็นต้นข้าวล้มระเนระนาดเสียหาย พลันได้ยินเสียงร้องเรียกอยู่ในไร่ ก็เลยวิ่งไปดู เห็นเพื่อนกับผีกำลังสู้กันสะบัดสะบอมทั้งคู่ เลยเข้าไปช่วยเพื่อน สู้กันไม่นาน ทั้งคู่ก็จับผีได้มัดแล้วพามีฉุบอกว่า เจ้าผี พาพวกเราไปบ้านของเจ้าผีถูกมัดอยู่จึงจำเป็นต้องพาพวกเขาไปบ้านของตน บ้านของผีนั้นเป็นถ้ำใหญ่แล้วก็ผลักผีเข้าไปในถ้ำ ทั้งสองก็ขนหินมาปิดปากถ้ำ เหลือช่องเล็ก ๆ ไว้ สะเปวยแมะบอกพามีฉุให้ไปหาพริกมาให้มากที่สุด แล้วพามีฉุก็กลับบ้านไปขนพริกมาจำนวนมาก แล้วทั้งสองก็ช่วยกันเผาพริกเข้าไปในถ้ำ ในที่สุดผีก็ตาย นับแต่นั้นมา ชาวบ้านก็สามารถใช้ที่ตรงนั้นทำไร่ทำมาหากินได้และได้ผลผลิตดีตลอดมา