ความหลังนกฮู้

      กาลละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนกฮู้ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าลึกในขณะที่นกฮู้กำลังสอดส่อง สาตาไปทั่ว นั้นก็เห็น กวางตัวหนึ่งที่พักผ่อนอยู่ห่างไปไม่ไกลนักนกฮู้เลยร้องเรียกว่า กวางๆเข้ามาหาเราหน่อยซิ มิอะไรจะบอกพอกวาง เข้ามาถึงใกล้ๆ ใต้ ต้นไม้มองไปที่ นกฮู้ๆทำตาโตๆใส่กวางพอกวางเห็น ตาของนกฮู้เลยตกใจกระจนสะดุดเครือฟัก ท้องจนลูกฟักทองหลุดจากเครือกลิ้งไป กระทบไม้ต้นหนึ่งที่มีผลดกมากทำให้ผลล่วง ลงมาตกใส่หัวไก่ทำและเศษผงตกเข้าตา แม่ไก่ที่อยู่ไต้ต้นไม้จึงทำไห้แม่ไก่ไม้เห็นอะไร เลยใช้ปากสับไปเรื่อยๆจน สับโดนปลวกๆเลยโกรธเลยกิน ไปทั่วพอกินได้ ตอไม้เก่าๆกินจนตอล้มไปทับแม่นกและ ลูกนกที่สร้างรัง อยู่ใกล้ทำให้แม่นกโกรธแค้น มากก็เลยถามต่อไม้ว่าทำไมต้องล้มมาทับลูกข้าตายหมดตอ ไม้เลยตอบไป ว่าไม่ใช่เพราะข้าเพราะ ปลวกมากินฐานตอของข้าๆเลยล้มมา ทับเจ้า พอแม่นกได้ยินดังกล่าวเลย เข้าไปถามปลวกว่า เจ้ากินต้นตอทำไมทำให้ล้มมา ทับลูกข้าตายหมด ปลวกก็ตอบปฏิเสธไปว่าไม่ใช่ข้าเป็นเพราะแม่ไก่ที่มาหยิกข้าทำ ไห้ข้าโกรธข้าเลยกัดกิน ไปทั่วเลยกัดกินได้ต้นตอไม้ ถ้าจะโทษก็โทษแม่ไก่  และแล้วแม่นกผู้เคราะห์ร้ายก็ไปถาม แม่ไก่ผลฟักทอง ก็ได้คำตอบเช่นเดิมแม่นกคิดว่าคง จะเป็นเพราะกวางแน่นๆเลยรุดหน้า ไปถามกวางๆบอกเหมือนๆกับที่เคยได้รับคำตอบและกวางชี้ให้ไปหา
นกฮู้เป็นต้นเหตุให้กวางตกใจ จึงเกิดปัญหาดังกล่าว แม่นกด้วยความแค้นเต็มอก เลยไปถามนกฮู้ว่าทำไมเจ้าจึงทำเช่นนั้น นกฮู้อึ้งไปพักหนึ่ง  แล้วก็บอกเพียงแต่เหตุผลลอยๆ และไม่รู้จะโยนให้ใครเพราะตนเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด จึงทำให้แม่นกโกรธมาก จึงได้บิดหัวนกฮู้หมุนรอบสามร้อยหกสิบองศาทำให้ทุกวันนี้เวลานกฮู้จะหัน
มองอะไรจึงหันแต่หัวแต่ลำตัวไม่ขยับเลย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ถึงความเป็นมาของคอ
นกฮู้และแฝงด้วยคติสอนใจว่าอย่าเห็นเพียงความสูขส่วนตัวที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก้างซิและซิโค่ง>>

(เก็บจากหมู่บ้านปางเป๋ย)