เสือ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในกลางป่าใหญ่ คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกข้าวปลูกผักกินและเลี้ยงหมู วัว ควาย อยู่กันอย่างมีความสุข อยู่มาวันหนึ่ง วัว ควาย หมู และสัตว์อื่นๆของชาวบ้านถูกเสือกัดกิน ตั้งแต่นั้นมาเสือก็มาจับกินสัตว์เลี้ยงทุกๆวัน จนเหลือสัตว์เลี้ยงไม่กี่ตัว ชาวบ้านก็แค้นใจมากเลยวางแผนช่วยทำกับดัก แล้วไปดักบริเวณที่คิดว่าเสือจะเดินผ่านมา ทำกับดักเสร็จชาวก็พากันกลับบ้าน ในใจทุกคนคิดว่าพรุ่งนี้คงจะได้เสือร้ายที่มากัดกินวัว ควาย ของพวกตน พอรุ่งขึ้นชาวบ้านก็พากันไปดูที่ดับเสือ แต่ทุกคนก็ต้องแปลกใจที่เสือไม่ติดกับดัก อีกทั้งกับดักที่ชาวบ้านช่วยกันทำนั้นก็ได้หลุดไปแล้ว ชาวบ้านจึงทำกับดักขึ้นมาใหม่อีก
          รุ่งขึ้นอีกวันมาดูใหม่ก็เป็นอย่างเดิม คือ กับดักหลุดแต่ไม่มีเสือติดอยู่เลย ชาวบ้านก็ช่วยกันทำกับดักเสื่อไว้ต่อไปเรื่อยๆอีก 4-5 วัน ก็ยังเป็นแบบเดิมชาวบ้านก็สงสารว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ และในหมู่บ้านมีชายที่กล้าหาญคนหนึ่งซึ่งเขาก็สงสัยว่าทำไมเป็นอย่างนี้ได้ ชายกล้าคนนั้นจะอาสาไปดักเสือเอง โดยที่เขาได้ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้เพื่อรอดูสถานการณ์ พอสักพักหนึ่งได้มีหญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินผ่านมา พอเดินมาถึงกับดักที่ชายกล้านั้นดักไว้ จึงจัดการทำลายกับดักที่ชายหนุ่มดักไว้ แล้วก็เดินผ่านไปเลยพอหญิงงามคนนั้นเดินผ่านไป ชายกล้าก็รีบลงมาทำกับดักใหม่อีก แล้วกลับขึ้นไปอยู่บนต้นไม้อย่างเดิม จากนั้นสักพักใหญ่ได้มีเสือโคร่งตัวหนึ่งมาติดกับดัก และถูกกับดักแทงจนตายแต่ชายกล้านั้นก็ยังไม่ลงมา
          สักพักหนึ่งหญิงคนงามคนนั้นก็เดินย้อนกลับมา พอเห็นเสือโคร่งตัวติดกับดักตายหญิงงามคนนั้นก็ร้องไห้ และประคองกอดเสือโคร่งอุ้มขึ้นมาดูบาดแผลที่ถูกกับดักแทง หันซ้ายหันขวาเพื่อดูลาดเลาว่าใครเป็นต้นเหตุของเรื่อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆเธอจึงร้องไห้อย่างสิ้นหวังที่ช่วยเหลือเสือโคร่งไม่ได้ สักพักเธอจึงเดินจากไป ชายกล้าคนนั้นจึงรีบลงมาจากต้นไม้ไปบอกให้ชาวบ้านมาจัดการซากเสือโคร่งตัวนี้ ตั้งแต่นั้นมาสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านก็ไม่หายอีกเลย ทุกคนอยู่กันอย่างสงบสุข
(นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็วอยู่ที่นั่น)