สองนักบวชอยากเป็นเทพ
          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีนักบวชหนุ่มอยู่ 2 รูป นักบวชทั้งสองนี้กินข้าววันละ 3 มื้อ  และกินเนื้อสัตว์ด้วย  ต่อมาอยากจะออกแสวงบุญเพื่อบรรลุนิพพานจะได้กลายเป็นเทพ  จึงได้ตั้งใจอดอาหาร  กินแต่ขนมและผลไม้เท่านั้น  แต่เทพบนสวรรค์เห็นว่าทั้งสองไม่เหมาะสมที่จะกลายเป็นเทพ  จึงได้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อทดสอบและห้ามไม่ให้้นักบวช 2 รูป นี้ออกแสวงบุญ
          วันหนึ่งขณะที่นักบวชทั้ง 2 รูป นี้เดินทางไปเพื่อออกแสวงบุญ   เทพจำแลงได้แปลงร่างเป็นชายชราลงมาทักทายว่า “นักบวชทั้ง 2 ท่านนี้จะไปไหนหรือ”นักบวชจึงตอบว่าเขาจะไปแสวงบุญเพื่อจะได้กลายเป็นเทพ  เทพจำแลงจึงบอกว่า “พวกท่านจะทำได้จริงหรือ”นักบวชทั้ง 2 รูป จึงตอบว่า “ได้ซิ  พวกข้าทั้งสองไม่กินข้าว  ไม่กินเนื้อ  กินแต่ขนมและผลไม้เท่านั้น”เทพจำแลงแกล้งถามไปอีกว่า “แน่ใจหรือว่าจะไม่กินข้าวไม่กินเนื้อได้ตลอดไป”ทั้งสองก็ยืนยันเป็นเสียงหนักแน่นว่าได้แน่นอน ดังนั้นทั้ง 3 จึงเดินทางต่อไป  ระหว่างทางเทพจำแลงก็เริ่มทดสอบ 2 นักบวชหนุ่ม  โดยแกล้งบอกว่าตนอยากกินลาบเนื้อดิบให้นักบวช 2 รูป  นี้ไปซื้อมาให้ตน  นักบวชทั้งสองจึงไปซื้อลาบเนื้อดิบให้เทพจำแลง  เมื่อไปถึงร้านขายเนื้อ  เจ้าของร้านก็ถามว่า  พวกท่านกำลังจะเดินทางไปไหนหรือ นักบวชหนุ่มก็ตอบว่า  ข้าทั้งสองกำลังเดินทางไปแสวงบุญ  แต่ชายชราเพื่อนของข้าอีกคนบอกว่าอยากกินลาบเนื้อดิบ  จึงมาซื้อให้เจ้าของร้านขายเนื้อซึ่งมีภรรยาและครอบครัวแต่พอได้ยิน 2 นักบวชหนุ่มบอกว่าจะออกแสวงบุญเขาจึงอยากไปด้วย  และได้ตามสองนักบวชหนุ่มไปโดย ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างมือซึ่งเปื้อนเลือดสัตว์ที่เขาฆ่า พอทั้งสามไปถึง  เทพจำแลงก็ร้องทักและบอกว่า “เจ้าทั้งสามแน่ใจว่าจะไปได้จริงๆหรือ”ทั้งสองก็ตอบเป็นเสียงกันว่าได้แน่นอน  ระหว่างทางเจอบ้านหลังหนึ่ง  มีแม่ม่ายและลูกสาวสองคน  อาศัยอยู่ เทพจำแลงจึงบอกว่าเจ้าทั้งสามคนไม่ต้องไปแล้ว  แต่งงานกับแม่ม่ายและลูกสาวสองคนนี้เถอะ  คนขายเนื้อบอกว่าข้าไม่แต่งหรอก  ถ้าคิดจะเอาเมีย  ข้าคงไม่ออกมาแสวงบุญอย่างนี้หรอก  เพราะข้าก็มีลูกมีเมียแล้ว  ข้ายังทิ้งมาได้  ส่วนนักบวชหนุ่ม 2 รูป  กลับบอกว่าจะยอมอยู่กินกับลูกสาวแม่ม่ายที่นี่
          ดังนั้นคนขายเนื้อกับเทพจำแลงจึงออกเดินทางต่อไป  ขณะที่เดินทางไปสักพัก  เทพจำแลงก็บอกว่าตนลืมของไว้ที่บ้านแม่ม่าย  ให้คนขายเนื้อไปเอามาให้ตน  คนขายเนื้อจึงกลับมาเอาของแต่กลับพบว่าหลังที่ตนผ่านมากลับกลายเป็นกระต๊อบที่มุงด้วยใบไม้และเห็นเสือสมิง 3 ตัว  กำลังรุมกินเนื้อของสองนักบวชหนุ่มอย่างเอร็ดอร่อย  ชายขายเนื้อจึงวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตและกลับมาบอกเทพจำแลงว่า  แย่แล้วแม่ม่ายสามแม่ลูกนั้น  แท้จริงเป็นเสือสมิงไม่ใช่คนและกำลังกินเนื้อของสองนักบวชอยู่  บ้านที่เราเห็นหลังใหญ่แต่ที่จริงเป็นเพียงกระต๊อบเล็กๆช่างน่ากลัวนัก “เทพจำแลงจึงพูดว่า  ข้าบอกแล้วเขาไปไม่ได้  นักบวชสอง 2 รูป นี้ยังไม่สมควรออกแสวงบุญ  แต่เขาไม่เชื่อก็เลยต้องพบจุดจบแบบนี้
          หลังจากนั้น ทั้งสองเดินทางต่อไป  จนพบแม่น้ำขนาดใหญ่มีสีเขียวเข้ม  ชายขายเนื้อกังวลกับการข้ามฟากเป็นอย่างมาก  ในขณะที่เทพจำแลงเดินข้ามไปอย่างง่ายดาย  ชายขายเนื้อจึงพูดกับตัวเองว่า “ไหนๆมาแล้ว  ถ้าไม่ถึงเวลาก็คงไม่ตายหรอก”เขาจึงตัดสินใจเดินข้ามน้ำไป  ปรากฏว่าสามรถผ่านไปได้  พอข้ามฟากไปได้สักพัก  เทพจำแลงก็แกล้งให้เขากลับไปเอาของอีกฟาก  โดยอ้างว่าเขาลืมของไว้  ชายขายเนื้อจึงต้องย้อมกลับไปเอาของ  ระหว่างข้ามฟากเขาเห็นหนังสุนัขสีเหลืองเน่า  มีหนอนขึ้นเต็มไปหมด  ส่งกลิ่นเหม็นมากอยู่ข้างฝั่งโน้น  ข้าจึงไม่กล้าข้ามไปเอาของให้ท่าน  เทพจำแลงจึงบอกกับเขาว่า “นี่แหล่ะที่เหล่าเทพรังเกียจพวกเจ้า  และนั่นแหล่ะ  คือ  หนังของเจ้า  “ดังนั้นชายขายเนื้อจึงได้กลายเป็นเทพสมดังตั้งใจ”