น้ำนมของแม่
        ในอดีตเมื่อประมาณ 2-3 ชั่วอายุคน มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งก็ได้ลูกชาย อายุประมาณ 3-4 เดือน ลูกชายคนนี้เป็นที่รักของพ่อแม่มาก อยู่มาวันหนึ่งสามีก็ได้ฆ่าไก่ 1 ตัว แล้วนำน่องไก่ไปต้นหวังจะให้ลูกชายกิน พอต้นสุกแล้ว พ่อเด็กก็นำน่องไก่ไปให้แม่ของเด็กและแม่ให้แม่ป้อนให้ลูกกิน ส่วนแม่ของเด็กนั้นเห็นว่าลูกยังกินไม่ได้ก็เลยกินเองจนหมด เมื่อสามีเห็นภรรยาตนเองกินน่องไก่จนหมด โกธรมาก พร้อมกับบอกว่าข้าให้เจ้าเอาน่องไก่ไปให้ลูกชายข้ากิน ไม่ใช่ให้เจ้ากินเอง ฝ่ายภรรยาได้ยินสามีพูดอย่างนั้น นางก็บอกสามีว่าลูกเรายังเล็กอยู่กินไม่ได้หรอก ฉันกินก็เหมือนให้ลูกเพราะน่องไก่ที่ฉันกินเข้าไปนั้น มันจะไปอยู่ในน้ำนมฉัน พอลูกกินนมฉันลูกก็จะได้กินน่องไก่ด้วย ฝ่ายสามีไม่เชื่อในคำพูดของภรรยาจึงตอบว่า ข้าไม่เชื่อเจ้า เจ้าตะกละ อยากกินน่องไก่ก็บอกว่าตรงๆก็ได้ พอสามีโต้ตอบมาเช่นนั้น นางเลยบอกสามีว่าถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ลองเอามีดมาผ่าที่นมข้าซิ! ฝ่ายสามีได้ยินภรรยาพูดเช่นนั้น ก็เลยไปเอามีดมาผ่านมภรรยาตนเอง พอผ่าแล้วเจอน่องไก่อยู่ข้าในจริงๆ
           ส่วนภรรยานั้น เมื่อโดนผ่าที่นม นางก็ตายไป เมื่อเห็นเช่นนั้นสามีก็สำนึกขึ้นมาได้ว่า สิ่งที่ภรรยาตนพูดนั้นเป็นความจริง แต่ทุกอย่างก็สายเกินแก้เพราะภรรยาได้ตายไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมาสามีของนางก็ไปตระเวนบอกใครต่อใครว่า ช่วงที่ลูกกำลังกินนมอยู่นั้น ถ้าอยากให้ลูกได้กินอะไรก็หามาให้แม่เด็กกิน เพราะแม่เด็กกินอะไรก็เหมือนกับลูกได้กินด้วย
           ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ชนเผ่าลีซูก็ยังมีความเชื่อว่าถ้าแม่ของเด็กกินอะไร ลูกที่กินน้ำนมแม่อยู่ก็ได้กินด้วย และถ้าใครอยากให้ลูกหลานเจริญเติบโต สุขภาพแข็งแรง ก็ต้องหาแต่ของที่มีประโยชน์ มาให้แม่ของเด็กทานในช่วงที่เด็กยังกินน้ำนมจากแม่อย