รุ้งหางด้วน
        กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายหนุ่มเป็นเพื่อนสนิทกับพญานาค แต่พญานาคตนนี้มีนิสัยไม่ดี คิดที่จะทำลายล้างโลกให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตเดือดร้อนและตายเพื่อหวังจะครอบครองโลก มีวันหนึ่งพญานาคได้มาปรึกษากับชายหนุ่มว่า “นี่เกลอ เรามาร่วมมือกันทำลายโลกกันเถอะ”แต่ชายหนุ่มไม่เห็นด้วย
เรื่องราวทั้งหมดล่วงรู้ไปถึงเทพบนสวรรค์ จึงได้แปลงร่างเป็นชายชราลงมายังโลกมนุษย์เพื่อมาปราบพญานาคตนนี้ ระหว่างทางชายชรา (เทพจำแลง) ได้พบกับเพื่อนหนุ่มเพื่อนของพญานาค เขาได้ร้องทักชายชราว่า “ลุงกำลังจะไปที่ไหนหรือ”ชายชราจึงตอบว่า ข้าจะไปฆ่าพญานาคที่หึกเหึมคิดที่จะทำลายผู้คนและครอบครองโลก ชายหนุ่มไม่รู้ว่าชายชราผู้นี้เป็นเทพจำแลง จึงบอกแก่ชราว่า ท่านอย่างพึ่งไปเลย มันเย็นมากแล้วให้ท่านไปพักบ้านข้าก่อน กินข้าวกินปลา แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อจะดีกว่า ชายชราตอบตกลงเขาจึงพาชายชราไปยังบ้านของตน และพอถึงบ้านเขาก็ลงมือทำกับข้าว ในขณะที่ชายชรานอนตะแคงอยู่บนแคร่ ซึ่งชายหนุ่มสังเกตเห็นว่านิ้วมือของชายชรากระดิอยู่ตลอดเวลา สักพักก็บอกกับชายหนุ่มว่า “เจ้าไปดูพญานาคเถอะ ตอนนี้ข้าได้ฆ่าพญานาคแล้ว หัวของพญานาคข้าได้แขวนไว้ที่หน้าประตูบ้าน” ชายหนุ่มเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่าชายชราคนนั้นอยู่เฉยๆจะไปฆ่าพญานาคได้อย่างไร           ขณะที่เขามัวแต่สงสัยชายชราผู้นั้นก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ เขาจึงรีบไปดูที่ประตูบ้านเห็นหัวของพญานาคแขวนอยู่จริง จึงพูดกับตัวเองว่า “ตามไปแล้ว ตามไปแล้ว”
ฝ่ายพญานาคเองแม้จะตายไปแล้ว แต่เขาก็ยังอาลัยอาวรณ์เพื่อนรักอยู่ จึงไม่ยอมไปไหนเป็นวิญญาณล่องลอยอยู่ ดังนั้นเมื่อเพื่อนบ้านได้ยินชายหนุ่มพูดเช่นนั้นจึงบอกเขาวา “เจ้าห้ามพูดเช่นนี้ พญานาคยังคงไม่อยากตาย วิญญาณยังวนเวียนอยู่แถวนี้ เจ้าอยากจะบอกอะไรก็บอกเถอะ”ชายหนุ่มจึงตะโกนบอกแก่เพื่อนรักว่า “หากเจ้าไม่ตายไม่ได้ก็ขอให้เจ้ากลายเป็นรุ้งหางด้วนเถอะ”(นับแต่นั้นมาพญานาคจึงกลายเป็นรุ้งหางด้วน บางคนก็ว่ากลายเป็นเชื้อไข้มาลาเรีย)