หกเผ่าชาวดอย|เกี่ยวกับโครงการ|กระดานข่าว|สมุดเยี่ยม|English 
กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลาหู่ ลีซู อาข่า เผ่าอื่นๆ
เว็บบอร์ด Hilltribe.org (กติกาและมารยาท)

|ห้องสนทนาทั่วไป | ห้องอาข่า | ห้องเมี่ยน | ห้องม้ง |ห้องลาหู่ | ห้องลีซู | ห้องกะเหรี่ยง | ประกวดหนังสั้น |
Untitled Document
ชาวเขากับการสอบเข้ารับราชการ   
ผมมีความสงสัยอยู่อย่างคือทำไมภาครัฐจึงไม่ให้สิทธิพิเศษแก่ชาวเขาที่จบระดับปริญญาขึ้นไปกลับไปรับราชการในถิ่นบ้านเกิดของตนเองโดยไม่ต้องสอบบรรจุตามขั้นตอนปกติเพราะเขาเป็นคนในพื้นที่ย่อมรู้ปัญหาดีกว่าคนอื่นและสื่อสารกับชาวบ้านง่ายกว่าด้วยถ้าเอาคนที่สอบได้ตามปกติขั้นตอนแต่ไม่ใช่ชาวเขาก็จะเกิดปัญหาในการทำงานสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ผมจึงอยากจะขอให้พวกผมได้มีโอกาสกลับไปทำงานที่ถิ่นบ้านเกิดของตนเองเพื่อจะได้ช่วยกันพัฒนาบ้านเกิดของพวกเรา อย่ากดดันให้ต้องทนทำงานในเมืองต่อไปเลย  
โดย คนดอย doisung@hotmail.com เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 18 2548, 12: 27 น. IP : 202.41.190.246  

ความคิดเห็นที่ 1
ใช่...เคยรู้สึกเช่นนั้น เหมือนกัน....แต่หากว่าเราลองมาพิจารณาอีกนิดหนึ่งก็จะเข้าใจ...ดีนะว่า.......รัฐบาลส่วนใหญ่แล้วคิดว่าเราเป็นพวกโจรที่เป็นภัยต่อสังคม....ดังนั้นรัฐบาลก็กลัวว่าหากว่าเราเป็นข้าราชการ เราสามารถที่จะรวมพรรคพวกได้ดีกว่า และเข็มแรงกว่า ดังนั้นรัฐบาลก็กลัวสิ่งนี้แหละ กลัวว่าเราจะลุกขึ้นมาสู้นะ  
โดย ...........หญิงชนเผ่า เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 18 2548, 13 : 37 น. IP : 203.146.88.163  

ความคิดเห็นที่ 2
มองได้ 2 มุม
มุมที่ 1 ภายใต้ระเบียบราชการ ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับความมารถของบุคคล ใครเก่งวก็ได้ แต่สังคมไทยเป็นสัมคม "ศักดินา"ที่ยังมีรากเหง้าของระบบอุปถัมป์(พรรคพวก) และทุน เงินตรา
เมื่อดูความสามารถแล้ว เราอาจจะไม่ต่างกัน แตะภายใต้ระบบอุปถัมป์ และพรรคพวก ฐานอำนาจและทุนของเรา ยังสู้เขาไม่ได้
มุมที่ 2 ลองพวกเราสร้างเงื่อนไขแบบทางใต้ .....ไม่แน่นะระเบียบและนโยบายของรัฐอาจจะเปลี่ยนก็ได้
 
โดย " ชายชนเผ่า" W_boonlert@yahoo.com เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 18 2548, 17 : 56 น. IP : 203.113.67.38  

ความคิดเห็นที่ 3
ผมกลับมองว่าอยู่ที่ความสามารถและการสร้างโอกาสต่างหากที่มีผลมากกว่าการเป็นใคร ๆ นะ เราอาจปฏิเสธระบบอุ้มชูไม่ได้หมด แต่สมัยนี้ อะไรมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว การที่ เราเองซึ่งเป็นชนเผ่า ต้องมามีจุดยืนแบบว่าเค้าไม่ย่อมรับชนเผ่าเป็นหลัก คนอื่นจึงไม่ค่อยเห็นคุณค่า คงเปล่าประโยชน์มากกว่าเราได้แสดงความสามารถเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองและคนอื่นเห็นคงดีกว่า ....คนเราทุกคนสังคมให้โอกาสเสมอ เพียวแต่ใครจะไขว้คว้า เร็วกว่ากัน .........การสู้เพื่อสร้างโอกาสเท่านั้นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ผมว่าไมเกี่ยวกับ การที่เราเกิดมาเป็นใคร....ดังคำที่ว่า "คุณไม่ต้องสนใจว่าพ่อผมเป็นใคร สิ่งสำคัญมันอยู่ที่การกระทำของผมต่างหาก ที่คุณควรสนใจ" (อาจไม่เสมอไป แต่เราเองได้ทำสิ่งที่เราคิดว่าดีแล้ว และเราสู้บนพื้นฐานความถูกต้องแล้ว คงสบายใจ และอะไร ๆ คงดีกว่าเราไม่ได้ทำ ) .....มุมมองส่วนตัว
 
โดย sorn เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 25 2548, 15 : 25 น. IP : 203.172.255.253  

ความคิดเห็นที่ 4
เห็นด้วยถ้าให้คนชนเผ่ามีโอกาสเข้ารับราชการและทำงานในพื้นที่เพราะเป็นผู้รู้ที่ดีที่สุด ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขให้สิทธิพิเศษตรงนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว คือ พนักงาน พสช.(หมอบนดอย)ตำแหน่งลูกจ้างประจำ ปฏิบัติงานประจำ สสช.(อนามัย)ในหมู่บ้านชาวเขาที่ห่างไกลแล้ว ปัจจุบันมี พสช.หลายคนพัฒนาตนเองเรียนจบเป็นข้าราชการเยอะแยะ กระทรวงอื่นไม่เคยเห็นนะ
อยากฝากน้องๆ เด็กรุ่นใหม่มีมีโอกาสได้เรียนหนังสือมากขึ้นก็ให้ความตั้งใจใฝ่เรียนให้มาก อยากให้เอาตัวอย่างที่ดีจากคนที่ประสบความสำเร็จ และเมื่อมีโอกาสทำงานขอให้อย่าลืมอุดมการณ์และรัก"ชาวเขา"ให้มาก
 
โดย เมี่ยนหมอ เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 27 2548, 00 : 58 น. IP : 203.151.140.117  

ความคิดเห็นที่ 5
เห็นด้วยนะครับ
แต่..ในมุมกลับกัน การให้สิทธิพิเศษแบบนั้นจะเป็นลักษณะที่คล้ายกับระบบอุ้มชู ระบบพวกพ้องไหม?
คนที่เรียนจบและอยู่ในพื้นที่ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจปัญหาได้ดีกว่าคนนอกพื้นที่ทุกคนนะครับ,
แล้วในกรณีที่บางส่วนอยากสบาย เห็นว่าเอ๊ะ อยู่ในพื้นที่ตัวเองก็ไม่มีอะไรมาก ได้เงินด้วย ไปอยู่บ้านดีกว่า ถ้าแบบนี้ละ?
สังคมเราเอง ก็ไม่ดีพร้อมทุกอย่างใช่มั้ยครับ..

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เขามีใจรักเสียสละจริงๆ
อยากทำงานเพื่อสังคมฯ จะไม่เป็นการกีดกันเขาไปหรือครับ

อืมแต่ว่าในการสมัครงาน
รู้สึกว่าคนในพื้นที่มักจะได้เปรียบอยู่แล้วนะครับ
เพราะเขาสนับให้คนในพื้นที่ได้เข้ามาทำงานและพัฒนาท้องถิ่นตัวเอง

 
โดย ต้นซุง เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 27 2548, 22 : 52 น. IP : 203.151.140.116  

ความคิดเห็นที่ 6
สมควรอย่างยิ่งที่ภาครัฐจะต้องให้โอกาสแก่ชาวเขาอย่างเราได้มีโอกาสืมตาอ้าปากได้เสียทีไม่ใช่เอะอะก็หาว่าค้ายาเป็นคนป่าอยู่อย่างนี้  
โดย รัต เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 29 2548, 13 : 25 น. IP : 202.41.190.246  

ความคิดเห็นที่ 7
มันอยู่ที่ความสามารถและโอกาศ อยากจะบอกว่าถ้า"เจ๋ง"จริงๆดวงดาวเราก้ไคว่คว้าได้ "ดินเราก้ปั้นให้เป็นดาวได้..
กรณีตัวอย่าง ..นายแพทย์ชาวไทยภูเขาก้มีแล้ว..เช่น นายแพทย์ศักดา เนเต็ก จบแพทย์ศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ เป็นกะเหรี่ยงโผล่ว พื้นเพ อยู่อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
อายุ 30 กว่าๆ ปัจจุบันเป็น ผอ.โรงพยาบาลคริสเตียนมิชชั่นแม่น้ำแคงน้อย อ.สุงขละบุรี จ.กาญจนบุรี
อยากจะบอกว่าเป็น"แพทย์"ชาวไทยภูเขาคนแรกที่มีเชื้อสายกะเหรี่ยง สามารถติดต่อได้ ที่ รพคริสเตียรมิชชั่นแควน้อย ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
อย่าท้อถอย ถ้าตั้งใจและมี"กึ๋น" เราก็สามารถทำงานรับใช้ชนเผ่า..เรา มาตุภูมิของเรา ประเทศไทยของเราได้เช่นกัน...พยายามยามซิ..น้องอย่าท้อ
 
โดย คนโผล่ว w_boonlertQyahoo.com เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 30 2548, 00 : 30 น. IP : 203.113.67.38  

ความคิดเห็นที่ 8
เห็นด้วยกับคุณ คนโผล่ว ครับ ความสามารถเราสามารถสร้างและหาได้ทุก ๆคน มีพี่น้องชนเผ่าตั้งมากมายที่จบสูง ๆ ได้งานดีๆ เยอะแยะ งานหลวงมีเยอะแยะ อย่างที่ sorn ทำงานมีพี่น้องชนเผ่า ม้ง 3 คน ชนเผ่าเมี่ยน 1 คน ชนเผ่ากะเหรี่ยง 1 คน พวกเราทั้ง 5 ก็รู้สึกว่าดีมาก ๆ และเราก็พยายามช่วยน้อง ๆ ที่มาเรียนอยู่เสมอ ไงก็ตั้งใจเรียนนะครับ สร้างโอกาสให้ตัวเองนะครับ เป็นกำลังใจให้นะ
 
โดย sorn เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 30 2548, 14 : 47 น. IP : 203.172.185.165  

ความคิดเห็นที่ 9
เราลองสร้างเงื่อนไขแบบภาใต้ดูไหมเผื่อภาครัฐจะหันมาให้ความสนใจกับพวกเราเหมือนที่กำลังให้ความสนใจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  
โดย คนดอยตุง เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 01 2548, 14 : 04 น. IP : 202.41.190.246  

ความคิดเห็นที่ 10
แบบภาคใต้...
แค่คิดก็ผิดแล้ว....
...ผมเองยังไม่ชอบเลย..
กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชายแดน 3 จังหวัด

หนุ่มดอยเต่า
 
โดย ต้นซุง เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 01 2548, 19 : 20 น. IP : 203.151.140.114  

ความคิดเห็นที่ 11
ถ้าใช้วิธีการแบบภาคใต้ ก็จะเป็นความคิดที่แย่ลงไปอีก
ไม่พัฒนาและสร้างสรรเลย ทำให้พี่น้องเราเดือดร้อนเปล่าๆ
ที่ภาคใต้คนที่เขารักสันติ อยู่อย่างพี่อย่างน้อง เขาไม่ต้องการหรอก
วันๆคอยระแวง ระวัง ความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา
ชีวิตแบบนี้ ถ้าเห็นว่ามันดี ความเห็นที่สื่อไปแนวปลุกระดม
เราคิดว่าน่าจะส่งไปอยู่ทางภาคใต้หรือแถวๆ ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วก็ย้ายคนที่เขารักความสงบมีชีวิตแบบ
พออยู่ มีความสุขกับครอบครัว ชุมชน มาอยู่แทนดีกว่านะ
 
โดย สันติ เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2548, 11 : 05 น. IP : 202.44.210.43 :  

ความคิดเห็นที่ 12
ไม่เห็นด้วยกับสิทธิ์พิเศษ เพราะว่านั้นไม่ได้สร้างให้สังคมไทยยอมรับพวกเรา เราต้องสอบแข็งขันเพื่อนให้เขารู้ว่าเรามีความสามารถ เหมือนคนจีนตอนสมัยเข้ามาอยู่เมืองไทยใหม่ๆเป็นทาสคนไทย แต่แล้คนจีนก้อแสดงความสามารถออกมาให้เห็นแล้ว่าพวกเขาเก่งพอที่จะเป็นนายคนได้ ฉะนั้นอยากให้คุณสอบคัดเลือกมากกว่าสิทธิ์ เพราะการสอบคัดเลือกให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด  
โดย เด็กดอยในกรุง เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2548, 17 : 19 น. IP : 202.5.88.5  

ความคิดเห็นที่ 13
ไม่เห็นด้วยกับสิทธิพิเศษ ถึงเวลาที่เราต้องประกาศความสามารถของชนเผ่ารุ่นใหม่ให้สังคมภายนอกยอมรับพวกเรา ถึงแม้ว่าพวกเราจะเติบโตมาอย่างลำบาก แต่ละคนกว่าจะเรียนจบปริญญาตรีมาได้ หันมองดูหลังแต่ละคนจะรู้ว่าต้องอดทนต่อความยากลำบาก และอุปสรรคแค่ไหน เพราะฉะนั้นในสายตาของรัฐบาลแล้วเขาจะมองพวกเราในด้านลบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ระบบราชการสมัยนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาหลาย ๆ ด้าน ในเรื่องของสิทธิความเท่าเทียมกันเขาก็ยอมรับพวกเราในด้านความสามารถอยู่แล้ว ใบบัวเคยทำงานรับใช้ชนเผ่า แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเราก็ต้องหันมาคิดถึงตัวเรา ตอนนี้สอบติดพนักงานส่วนตำบล 2 จังหวัด กำลังรอเรียกบรรจุอยู่ ในระดับ 3 ในตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชน หากมีโอกาสคงได้เข้ามาทักทายเพื่อน ๆ ชนเผ่าด้วยกัน หากมีข้อคิดเห็นอย่างไร สามารถเข้ามาโพสข้อความได้ ยินดีที่ได้มีโอกาสรู้จักพี่น้องชนเผ่าทุกคน ค่ะ (สาวเมี่ยน)  
โดย ใบบัว เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 04 ธันวาคม 2548, 15 : 23 น. IP : 203.172.141.14  

ความคิดเห็นที่ 14
จริงๆแล้วต่างคนก็มีความคิดหลายรูปแบบสำหรับผมคนนี้ในฐานะเป็นคนบนดอยคนหนื่งที่ได้มีโอกาสเรียนหนักสือโอกาสจะดีกว่าคนบนดอยอีกหลายๆคนอยากจะฝากให้เพื่อนๆชาวบนดอยทุกๆคนว่าจงภูมิใจเถอะที่ได้เกิดเป็นคนดอยคนพื้นราบจะว่ายังไงก็ช่างมันเราไม่ได้ขอข้าวกินจากเขาเราจงเป็นคนดีทำในแต่สิ่งดีก็พอแล้ว  
โดย เด็กดอยแจ่มเหนือ เมื่อ วัน เสาร์ ที่ 24 มิถุนายน 2549, 16 : 03 น. IP : 202.29.60.209  



เข้าพิพิธพัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ โดย ฅนบ้านนอก เจ้าของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและข้อมูลภายในเว็บไซต์แห่งนี้ หากท่านประสงค์จะนำไปเผยแพร่ สามารถกระทำได้โดยไม่มีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com