หกเผ่าชาวดอย|เกี่ยวกับโครงการ|กระดานข่าว|สมุดเยี่ยม|English 
กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลาหู่ ลีซู อาข่า เผ่าอื่นๆ
เว็บบอร์ด Hilltribe.org (กติกาและมารยาท)

|ห้องสนทนาทั่วไป | ห้องอาข่า | ห้องเมี่ยน | ห้องม้ง |ห้องลาหู่ | ห้องลีซู | ห้องกะเหรี่ยง | ประกวดหนังสั้น |
Untitled Document
คิดเห็นยังไง?? : กะเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่ายัน ไม่ยอมย้าย-หากบังคับตบเท้าเข้าศูนย์อพยพ   
กะเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่ายัน ไม่ยอมย้าย-หากบังคับตบเท้าเข้าศูนย์อพยพ

กะเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่ายัน ไม่ยอมย้าย-หากบังคับตบเท้าเข้าศูนย์อพยพ

แม่ฮ่องสอน - นางมะเปง อายุ 29 ปี กะเหรี่ยงคอยาว อยู่บ้านเลขที่ 15 บ้านห้วยเสือเฒ่า โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ต.ผาบ่อง อ.เมือง เผยถึงกรณีที่ผู้ใหญ่ของจังหวัดมีโครงการที่จะย้ายรวมกะเหรี่ยงคอยาวจากบ้านห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง และบ้านในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง ไปอาศัยอยู่รวมกันที่บ้านห้วยปูแกง นั้น ทางกะเหรี่ยงคอยาวทั้งหมดของหมู่บ้านในสอย และบ้านห้วยเสือเฒ่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เนื่องจากทุกวันนี้พวกตนมีความสุขสบายดี และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หากจะให้ไปอยู่รวมกันที่บ้านห้วยปูแกง ต.ผาบ่อง และอยู่ติดแม่น้ำปายนั้น จะมีปัญหาในหลายๆ ด้าน อาทิ เรื่องการศึกษาของเด็ก และเยาวชน, ปัญหาเรื่องการสาธารณสุข, การปรับตัวกับสถานที่แห่งใหม่ และการก่อสร้างบ้านเรือนใหม่ที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ปีจึงจะเข้าที่ ยังเห็นว่าไม่เหมาะสมในเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าแห่งใหม่ ที่จะต้องมีการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ออกไปเพียงเพื่อให้ไปอาศัยอยู่ และจะทำให้ชาวต่างชาติมองว่าเป็นโครงการที่เสมือนนำกะเหรี่ยงคอยาวไปอยู่ในค่ายกักกันแห่งใหม่นั่นเอง

ด้านนายหม่อง ไมค์ อายุ 33 ปี ผู้ใหญ่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวบ้านห้วยเสือเฒ่า เปิดเผยว่า ได้รับการกดดันจากการถูกบังคับให้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัยตั้งแต่ในประเทศพม่า จนต้องหนีมาอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพบ้านในสอย (ปางควาย/ปางแทรกเตอร์) และจากนั้นมีการอพยพย้ายที่อยู่อาศัยอีก 3 ครั้ง สุดท้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านห้วยเสือเฒ่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ในการย้ายที่อยู่อาศัยในแต่ละครั้งได้รับความลำบากมาก หากถูกบังคับอีกครั้งจะพากันอพยพโยกย้ายไปอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพที่บ้านในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง หรือที่บ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม แทนทันที

สำหรับกะเหรี่ยงคอยาวที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนไปเปิดแสดงตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นก็ทำให้แม่ฮ่องสอนมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากทุกมุมโลกพากันเดินทางมาเที่ยวชมกะเหรี่ยงคอยาวปีละไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดดีขึ้นเป็นลำดับ สำหรับในการย้ายกะเหรี่ยงคอยาวในครั้งนี้หลายฝ่ายมองว่ามีผลประโยชน์ทางธุรกิจมาแอบแฝง โดยเฉพาะกรณีที่มีนักธุรกิจการท่องเที่ยวเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

นำมาจาก Karen Studies and Develepment Center
 
โดย พี่อายิ (ป.อายิ) เมื่อ วัน พฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม 2549, 13: 31 น. IP : 203.150.133.30  

ความคิดเห็นที่ 1
ไม่ย้ายคน คนไม่ทำลายป่า ก็น่าจะอยู่ด้วยกันได้นี่นา อย่าไปย้ายพวกเขาเลย พวกเขามีความผูกพันธุ์กับถิ่น ที่อยู่อาศัย  
โดย คนติดตาม เมื่อ วัน ศุกร์ ที่ 18 สิงหาคม 2549, 06 : 51 น. IP : 81.62.249.34  



เข้าพิพิธพัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ โดย ฅนบ้านนอก เจ้าของเว็บ "มูลนิธิกระจกเงา"
รูปภาพและข้อมูลภายในเว็บไซต์แห่งนี้ หากท่านประสงค์จะนำไปเผยแพร่ สามารถกระทำได้โดยไม่มีลิขสิทธิ์
JavaScript Menu By Milonic.com